ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,036
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อัญเชิญ “พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์” เบิกเนตร ณ ช่องอานม้า สถาปนาพลังศรัทธาแทนสัญลักษณ์เดิม เสริมขวัญชายแดนตะวันออก!

    19 มกราคม 2569 ที่ #ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี มีพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดนตะวันออกของประเทศ 18 มกราคม 2569 โดยมีการ ประดิษฐานและประกอบพิธีเบิกเนตร #พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์ หรือที่ประชาชนเรียกขานว่า #หลวงพ่อพระนาคปรก เพื่อสถาปนาพลังศรัทธาและความมั่นคงทางจิตใจให้แก่แผ่นดินและผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ประดิษฐาน #เนิน500 ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี
    .
    เมตตาธรรมจากพระเกจิ #หลวงพ่อเยื้อน เสริมสิริมงคลแผ่นดิน พิธีครั้งนี้ได้รับเมตตาจาก พระธรรมวชิรญาณโกศล (เยื้อน ขันติพโล) เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จังหวัดสุรินทร์ พระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีอย่างสมบูรณ์ตามพระราชประเพณีและหลักพระพุทธศาสนา ท่ามกลางศิษยานุศิษย์ ประชาชน และผู้แทนจากหลายภาคส่วนที่เดินทางมาร่วมพิธี
    .
    แทนที่สัญลักษณ์เดิม สู่พุทธบารมีคุ้มครองแผ่นดิน รายงานระบุว่า การประดิษฐานพระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์ในครั้งนี้ เป็นการ "แทนที่รูปปั้นเทพเจ้าฮินดู" เดิมในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยึดโยงพื้นที่ชายแดนกับหลักพระพุทธศาสนา อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย สร้างความชัดเจนด้านอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความศรัทธาในบริบทของสังคมไทย
    .
    ช่องอานม้า: จากพื้นที่ยุทธศาสตร์ สู่ศูนย์รวมศรัทธา ถือเป็นจุดผ่านสำคัญตามแนวชายแดนที่มีความหมายทั้งด้านประวัติศาสตร์ ความมั่นคง และความเชื่อ การยกระดับพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นจุดประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ ถูกมองว่าเป็นการ เสริมขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ควบคู่ไปกับการรักษาอธิปไตยและความสงบเรียบร้อยของประเทศ
    .
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/v/17jDD4uJyU/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,036
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นิรโทษกรรมสากลจี้กัมพูชารับผิดชอบ เหยื่อสแกมแห่หนีศูนย์ล้อมรั้วนับพัน หวั่นถูกค้ามนุษย์ซ้ำ

    19 มกราคม 2569 #องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ออกแถลงการณ์เรียกร้อง #รัฐบาลกัมพูชา ให้เร่งรับผิดชอบและ #คุ้มครองผู้เสียหาย หลังปรากฏคลิปวิดีโอจำนวนมากในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เป็นภาพฝูงชนจำนวนหลายพันคนพยายามหลบหนี หรือถูกปล่อยตัวออกจาก “เขตล้อมรั้วสแกม” อย่างน้อย 10 แห่งทั่วประเทศ ท่ามกลางความกังวลว่า เหยื่อจำนวนมากอาจยังตกค้างโดยไร้การช่วยเหลือ
    .
    แถลงการณ์ยังระบุว่า บุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอจำนวนมากมีแนวโน้มเป็น #เหยื่อการค้ามนุษย์ #การบังคับใช้แรงงาน และการทรมาน ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงที่จะถูกแสวงประโยชน์ซ้ำ หรือถูกส่งต่อไปยังศูนย์สแกมแห่งอื่น
    .
    มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยระดับภูมิภาคของนิรโทษกรรมสากล ระบุว่า ภาพการแตกฮือออกจากศูนย์สแกมสะท้อนสถานการณ์วิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง อาจยังมีผู้คนอีกหลายพันชีวิตที่ติดอยู่ภายในเขตล้อมรั้วเหล่านี้ โดยไม่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐ
    .
    นิรโทษกรรมสากลเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาเร่งนำตัวเหยื่อทั้งหมดออกมาอย่างปลอดภัย จัดให้มีการเยียวยา การดูแลด้านกฎหมาย และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม พร้อมย้ำว่าเหยื่อต้องไม่ถูกบังคับส่งกลับประเทศต้นทาง หากมีความเสี่ยงจะถูกดำเนินคดีหรือถูกละเมิดสิทธิซ้ำอีก
    .
    รายงานของนิรโทษกรรมสากล ซึ่งอาศัยการสืบสวนนาน 18 เดือน และปิดฉากลงเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ระบุว่า ได้เข้าไปตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย 52 แห่ง ที่ถูกใช้เป็นศูนย์สแกมเมอร์ โดยลักษณะร่วมคือเป็นพื้นที่ปิด มีรั้วสูง ลวดหนาม กล้องวงจรปิด และการคุมเข้มด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บางแห่งมีการใช้อาวุธและอุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า ผู้รอดชีวิตหลายรายให้การว่าถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง และถูกขายต่อระหว่างศูนย์สแกมด้วยกันเอง
    .
    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น สวนทางกับคำประกาศของรัฐบาลกัมพูชาเรื่องการ “กวาดล้างสแกม” โดยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ได้สั่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านอาชญากรรมสแกม ซึ่งอ้างว่าได้บุกทลายศูนย์สแกมไปแล้ว 118 แห่ง และจับกุมผู้ต้องสงสัยราว 5,000 คนทั่วประเทศ
    .
    อย่างไรก็ตาม #กลุ่มสิทธิมนุษยชน ตั้งข้อสังเกตว่า การปราบปรามดังกล่าวยังไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเหยื่อได้จริง และยังขาดกลไกฟื้นฟูที่เป็นรูปธรรม
    .
    ก่อนหน้านี้ รัฐบาลกัมพูชาย้ำหลายครั้งว่าจะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง และเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ทางการได้จับกุมและส่งตัว #เฉินจื้อ ผู้ต้องสงสัยเป็นแกนนำเครือข่ายศูนย์สแกมรายใหญ่ไปยังจีนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน
    .
    แม้กัมพูชาจะมีกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกสูงถึง 20 ปี แต่นิรโทษกรรมสากลอ้างอิงรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ประเมินว่า การบังคับใช้กฎหมายของกัมพูชายังไม่เข้มงวด และยังมีข้อกังขาเรื่องการสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน
    .
    นิรโทษกรรมสากลย้ำว่า เหตุการณ์ฝูงชนแตกหนีจากศูนย์สแกมครั้งนี้ เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ในกัมพูชายังไม่จบ และรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่าคำประกาศเชิงนโยบาย
    .
    .
    #เลือกตั้ง2569
    #ElectionThilnd2026
    #ThaiElection2026
    #กกต. #ประชาธิปไตย
    #เสียงประชาชน
    .
    .
    #Thitribune

    https://www.facebook.com/share/r/18ELh3AZYX/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,036
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทูตอิเหนา เผยเหยื่อสแกม ทะลักพนมเปญ ชาวอินโดนีเซียกว่า 400 คนถูกปล่อยจากแก๊งหลอกลวง หลังถูกระดมกวาดล้าง

    19 มกราคม 2569 การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ของรัฐบาลกัมพูชาเริ่มส่งแรงสะเทือนชัดเจน โดย #เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำกัมพูชา เผยว่า ชาวอินโดนีเซียอย่างน้อย 440 คน ได้รับการปล่อยตัวออกจาก #เครือข่ายสแกมเมอร์ ในกัมพูชา ภายในช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคมนี้ ท่ามกลางปฏิบัติการกวาดล้างศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
    .
    นายซานโต ดาร์โมซูมาร์โต เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย เผยว่า ระหว่างวันที่ 1–18 มกราคม 2569 มีชาวอินโดนีเซียจำนวนมากเดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูต ในกรุงพนมเปญ หลังจากถูกกลุ่มสแกมเมอร์ “ปล่อยตัว” ออกจากศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในหลายจังหวัดของกัมพูชา
    .
    เขาระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายของกัมพูชาในระยะหลัง ทำให้เครือข่ายหลอกลวงจำนวนหนึ่งเลือกปล่อยแรงงานออกมา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมและตรวจค้น
    .
    “จากสถานการณ์ที่การปราบปรามยังดำเนินต่อไป สถานทูตคาดว่าจะมีผู้ได้รับการปล่อยตัวและเดินทางเข้ามาขอความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอีกในช่วงถัดจากนี้” เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียกล่าว
    .
    ปัญหาข้ามชาติ-เหยื่อหลายแสน
    #ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกระบุว่าเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก ทั้งกลโกงความรัก #การลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี และการฉ้อโกงออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสร้างรายได้ผิดกฎหมายปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
    .
    #สหประชาชาติประเมินว่า มีผู้คนอย่างน้อย 100,000 คน พัวพันกับ #อุตสาหกรรมสแกม ในกัมพูชา โดยบางส่วนสมัครใจทำงาน แต่จำนวนมากถูกค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน และยึดเอกสารประจำตัว
    .
    เหยื่อสภาพหลากหลาย บางคนยังอยากอยู่ต่อ นายดาร์โมซูมาร์โตระบุว่า ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวมีสถานะหลากหลาย บางคนยังมีหนังสือเดินทางของตนเอง บางคนถูกยึดเอกสารโดยหัวหน้าแก๊ง บางคนอยู่เกินกำหนดวีซ่า
    ขณะที่บางรายยังมีใบอนุญาตพำนักถูกต้อง และแสดงความประสงค์จะหางานอื่นในกัมพูชา
    .
    อย่างไรก็ตาม สถานทูตอินโดนีเซียยืนยันจะ เร่งประสานการส่งตัวกลับประเทศ และย้ำเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในต่างแดน
    .
    เสียงจากเหยื่อ “เขาปล่อยทุกคน เพราะรู้ว่าตำรวจกำลังมา”
    หนึ่งในผู้เสียหาย เป็นชายหนุ่มวัย 18 ปี จากเกาะสุมาตรา เล่าว่า เขาถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์ใน #เมืองบาเวต ใกล้ชายแดนเวียดนาม นานถึง 8 เดือนโดยไม่เคยได้รับค่าจ้าง ทั้งที่ถูกหลอกว่าจะได้เงินเดือน 600 ดอลลาร์สหรัฐ หนังสือเดินทางถูก #หัวหน้าชาวจีน ยึดไว้ และต้องมาขอออกเอกสารใหม่ที่สถานทูต

    “พวกเขาได้ข่าวว่าตำรวจกำลังจะเข้าตรวจค้นอาคาร เลยปล่อยทุกคนออกมา” ชายหนุ่มกล่าว
    .
    สถานทูตหลายชาติแน่น
    ในวันเดียวกันนี้ มีรายงานว่ามีผู้คนราว 100 คน ไปต่อแถวหน้าสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงพนมเปญเช่นกัน แม้ผู้ที่ถูกสอบถามจะปฏิเสธให้ข้อมูล
    ขณะที่จีนยืนยันให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของพลเมืองในต่างประเทศ
    .
    ตัวการใหญ่ถูกส่งกลับ จุดเปลี่ยนการกวาดล้าง การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกัมพูชาจับกุมและส่งตัว #เฉินจื้อ นักธุรกิจชาวจีน ผู้ต้องหาเป็นแกนหลักของเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ กลับไปดำเนินคดีที่จีนเมื่อต้นเดือนมกราคม ซึ่งถูกมองว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ทำให้หลายศูนย์สแกมเริ่มแตกกระจายและปล่อยแรงงานออกมา
    .
    .
    #ชายแดนไทยเขมร
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรเป็นภัยคุกคามมั่นคง
    #TeamThailand
    #TruthFromThailand
    #HunSenwarcriminal
    #PeaceBeginsWithTruth
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/14SvQw4qp4C/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,036
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เอาให้ลึกสุดใจ #ข่าวสั้นกัมพูชา

    “ กัมพูชาละเลงอดีตลงจอเงิน โศกนาฏกรรมสังหารหมู่บนภูเขาผี รีไซเคิลความเจ็บปวดปลุกชาตินิยม และสานต่อความเกลียดชังไทย ”

    …………..…………..…………..…………

    1.- แม้สถานการณ์ข้อพิพาท #ไทยกัมพูชา จะสิ้นสุดจบลงด้วยข้อตกลงหยุดยิง และกัมพูชาต้องเสียพื้นที่ที่เคยรุกล้ำให้แก่ไทย

    2.- แต่ความเงียบของสนามรบกลับไม่ได้นำมาซึ่งการคลี่คลายความขัดแย้ง หากเพียงย้ายสมรภูมิจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ที่ปลอดภัยกว่าและควบคุมได้มากกว่า

    3.- ซึ่งถูกจัดวางให้ทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเมืองในการผลิตซ้ำความทรงจำ ความเจ็บปวด และอารมณ์รักชาติอย่างเป็นระบบ

    4.- เพื่อการรักษาไฟความรู้สึกรักชาติให้ลุกโชนต่อไปในรูปแบบที่ไม่ต้องใช้กระสุน ไม่ต้องรับผิดชอบทางการทูต และไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกตั้งคำถามที่ไม่มีคำตอบ

    5.- ภาพดังกล่าวปรากฏชัดตั้งแต่ช่วงต้นปี 2026 กับคอนเสิร์ต #theessenceofthekingdom ของคู่รักนักร้องซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังขวัญใจชาวกัมพูชา “ Tep Boprek ” และ G-Devith “

    6.- คอนเสิร์ตที่เชิดชูรากเหง้าและวัฒนธรรมกัมพูชา ผ่านการแสดง แสง สี เสียง สุดอลังการ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชา

    7.- แต่ไฮไลท์ที่สร้างกระแสฮือฮาบนสื่อออนไลน์ของกัมพูชา คือ การจำลองเหตุการณ์ข้อพิพาท #ไทยกัมพูชา การโจมตีปราสาทเขาพระวิหาร กลางเวทีคอนเสิร์ต

    …………..…………..…………..…………

    ▪️ โศกนาฏกรรมภูเขาผี
    ▪️ อนุสาวรีย์พระโค พระแก้ว
    ▪️ ตำนานของดีในท้องพระโค
    ▪️ หยั่งรากลงการศึกษา
    ▪️ ไทย 7 ลักษณะในกัมพูชา
    ▪️ เอาให้ลึกสุดใจ
    ▪️ ประเทศงดพัฒนา
    …………..…………..…………..…………

    ▪️ โศกนาฏกรรมภูเขาผี

    8.- กระแสดังกล่าวยังไม่จบลงเพียงแค่เวทีคอนเสิร์ต เมื่อสื่อกัมพูชาชื่อดังทั้ง “ KBN ” และ “ Kampuchea Thmey News “ รายงานการเปิดกล้องภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ปลุกกระแสรักชาติ

    9.- โดยมี “ នៅ សូនិតា “ อดีตนักแสดงสาวชื่อดังของกัมพูชาซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสมาคมศิลปินกัมพูชา หวนคืนสู่วงการอีกครั้งพร้อมทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงเรียกร้องให้ศิลปินและดารากัมพูชาร่วมสนับสนุนแนวคิดศิลปะเพื่อจิตวิญญาณรักชาติผ่านภาพยนตร์เรื่อง “ សោកនាដកម្មភ្នំខ្មោច “ ( โศกนาฏกรรมภูเขาผี : Tragedy of Ghost Mountain)

    10.- ขณะเดียวกัน เธอยังร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย หลังจากที่เธอห่างหายจากหน้าจอไปนานหลายปีเพื่อไปสร้างครอบครัว

    11.- โดยเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2026 ค่ายภาพยนตร์ LD Production ซึ่งเป็นค่ายผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชาในปัจจุบัน ภายใต้การบริหารของ ” លៀក លីដា “ ได้จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องและเริ่มถ่ายทำอย่างเป็นทางการ ซึ่งทางเจ้าของค่ายเคยเปิดเผยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานฟอร์มยักษ์ที่ทุ่มงบประมาณจำนวนมาก เพื่อสร้างสรรค์ให้ทั้งผู้ชมชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติได้รับชม

    12.- ในวันแรกของการถ่ายทำเพียงวันเดียว มีการใช้งบประมาณมากกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมนักแสดงทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

    13.- “ នៅ សូនិតា ” อดีตนักแสดงสาวชื่อดังของกัมพูชาได้เผยภาพบรรยากาศพิธีเปิดกล้องและกิจกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ณ Phnom Kmoch : ភ្នំខ្មោច (Ghost Mountain) ในเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงปี ค.ศ. 1978-1980

    14.- “ នៅ សូនិតា ” อดีตนักแสดงสาวชื่อดังของกัมพูชาเน้นย้ำว่า

    “ นี่คือเรื่องจริงจากหน้าประวัติศาสตร์อันแสนเจ็บปวดของประชาชนชาวกัมพูชาหลายหมื่นคน ที่ต้องอพยพหนีภัยไปยังสถานที่แห่งหนึ่งด้วยความหวังว่าจะได้รับความเมตตาและความช่วยเหลือ

    แต่มันกลับไม่เป็นไปตามคาด ประชาชนจำนวนมากถูกนำมาปล่อยทิ้งและผลักตกเขาเพื่อสังหารในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา

    สถานที่แห่งนั้นคือ ភ្នំខ្មោច (Phnom Kmoch /Ghost Mountain) ภูเขาที่มีผู้เสียชีวิตลี้ภัยเสียชีวิตหลายหมื่นคน ”

    15.- “ នៅ សូនិតា ” อดีตนักแสดงสาวชื่อดังของกัมพูชาระบุเพิ่มเติมว่า “ แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าประชาชนชาวกัมพูชาเคยเผชิญกับการสังหารหมู่ซ้ำอีกครั้ง หลังจากสิ้นสุดระบอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พลพต "

    16.- และเธอได้กล่าวอวยพรให้การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ลุล่วงด้วยดี พร้อมตั้งความหวังให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำหน้าที่เป็น “ ประจักษ์พยานทางประวัติศาสตร์ ” ที่บันทึกรอยแผลและความเจ็บปวด เพื่อจารึกไว้ในความทรงจำของชาวกัมพูชาทุกชั่วคนว่า

    “ กัมพูชาอ่อนแอ กัมพูชาถูกฆ่า
    กัมพูชาแตกแยก กัมพูชาถูกทำลาย ”

    17.- นอกจากนี้ เธอยังได้เรียกร้องต่อศิลปินและนักแสดงทุกคน ให้ร่วมเตรียมพร้อมช่วยสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ เพื่อเป็นกำลังใจและยกระดับวงการภาพยนตร์กัมพูชา พร้อมเน้นย้ำว่า

    “ ศิลปะหล่อเลี้ยงศิลปะ
    ศิลปะเพื่อจิตวิญญาณรักชาติ ”

    …………..…………..…………..…………

    ภูเขาผี ข้อมูลที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างอิง ระบุว่ามาจากรายงานของ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)

    ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้รวบรวมผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชาประมาณ 40,000 คน

    จากค่ายผู้ลี้ภัยในพื้นที่อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ก่อนนำขึ้นรถบัสไปยังบริเวณเขาพระวิหาร และบังคับให้เดินเท้ากลับเข้าสู่ฝั่งกัมพูชาผ่านพื้นที่หน้าผาลาดชันของเขาพระวิหาร

    ซึ่งในขณะนั้นยังเต็มไปด้วยทุ่นระเบิด และยังอ้างถึงคำให้การของเจ้าหน้าที่กาชาดที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงปากคำของผู้รอดชีวิตบางส่วนซึ่งภายหลังได้ลี้ภัยไปพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา

    UNHCR ระบุว่าเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1979 ทหารไทยบังคับส่งผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชากว่า 42,000 คนจากค่ายชายแดนลงจากเขาพระวิหารกลับกัมพูชา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากทุ่นระเบิดอย่างน้อยหลายร้อยถึงหลายพันคน แม้กาชาดสากลจะเรียกร้องให้ยุติการกระทำดังกล่าว แต่ถูกสั่งให้ออกจากไทย ขณะที่ UNHCR เลือกนิ่งเฉย ทั้งที่เหตุการณ์นี้ถือเป็นการบังคับส่งกลับครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความล้มเหลวร้ายแรงด้านการคุ้มครองผู้ลี้ภัย

    >> https://www.unhcr.org/sites/default/files/legacy-pdf/3ebf9bad0.pdf

    The State of The World's Refugees 2000 - Chapter 4 อยู่หน้า 92 (อยู่หน้า 14/27 จากไฟล์)

    ข้อมูล ภูเขาผี จาก YouTube

    >>


    …………..…………..…………..…………

    ▪️ อนุสาวรีย์พระโค พระแก้ว

    18.- กระแสความเกลียดชังซึ่งถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงอารมณ์ชาตินิยมของกัมพูชามาอย่างยาวนาน ไม่ได้ปรากฏเพียงในถ้อยคำหรือการเคลื่อนไหวทางการเมือง

    19.- หากยังสะท้อนผ่านสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ถูกจัดวางไว้ในพื้นที่สาธารณะ หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “ อนุสาวรีย์รูปปั้นพระโค พระแก้ว “ ในจังหวัดกำปงสปือ ทางตะวันตกของกรุงพนมเปญ

    20.- ในปี 2022 อนุสาวรีย์ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนกัมพูชา จากกรณีรูปปั้นมีลักษณะขาดความประณีต “ พระโคไม่สมกับเป็นพระโค “ และไม่สอดคล้องกับรูปแบบศิลปะดั้งเดิมที่บรรพบุรุษกัมพูชาเคยสร้างไว้

    21.- ชาวกัมพูชารายหนึ่งซึ่งเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวระบุว่า

    “ หากมีการคัดเลือกช่างปั้นที่มีฝีมือและความชำนาญมากกว่านี้ รูปปั้นพระโคพระแก้ว

    อาจพัฒนาไปสู่การเป็นสถานที่เคารพสักการะและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้ ไม่แตกต่างจากรูปปั้นพระทองนางนาคในจังหวัดพระสีหนุ ”

    22.- นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า

    “ ประชาชนกัมพูชามีความศรัทธาและความเชื่อในบารมีของพระโค พระแก้วมาโดยตลอด

    ดังนั้นการก่อสร้างรูปปั้นที่มีลักษณะแตกต่างจากรูปแบบดั้งเดิมซึ่งบรรพบุรุษเคยสร้างไว้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ”

    23.- ตำนานพระโค พระแก้ว ซึ่งอยู่ในสังคมกัมพูชามาอย่างยาวนาน ตามตำนานดังกล่าว พระโค พระแก้ว เป็นพี่น้องร่วมมารดา มีอิทธิฤทธิ์และบารมี

    24.- โดยเชื่อกันว่าภายในท้องของพระโคบรรจุวัตถุล้ำค่า และพระแก้วเป็นแก้วมณีวิเศษ ก่อนที่เรื่องราวจะถูกเล่าต่อว่า ทั้งสองถูกกษัตริย์ไทยนำไปกักขังไว้ในเมืองเสียม (สยาม) โดยมีความเชื่อว่า

    “ คราใดที่ได้พระโค พระแก้วสถิตอยู่ที่ไหน ที่นั้นจะได้ความสุขเกษมศานต์ ”

    25.- และการก่อสร้างอนุสาวรีย์ในที่สาธารณะที่มีเพิ่มขึ้นนั้น เพื่อเป็นเสริมภาพลักษณ์เมือง การระลึกถึงเรื่องราวทางประประวัติศาสตร์และดึงดูดนักท่องเที่ยว

    …………..…………..…………..…………

    ▪️ ตำนานของดีในท้องพระโค

    26.- จากบทความ “ ไทยในแบบเรียนประวัติศาสตร์กัมพูชา ความเป็นชาตินิยมในแบบเรียน ” ของ “ รศ.ดร. ศานติ ภักดีคำ ”หัวหน้าสาขาวิชาภาษากัมพูชา อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระบุว่า

    “ ตำนานพระโค พระแก้ว เป็นตำนานที่เกี่ยวข้องกับการเสียเมืองละแวก ”

    27.- ซึ่งมีเรื่องย่อดังนี้ ในสมัยเมืองละแวกมีชาวนาคู่หนึ่งอาศัยอยู่ ต่อมาภรรยาได้ตั้งครรภ์และปีนต้นมะม่วงตกลงมาเสียชีวิต ลูกที่คลอดออกมาคือพระโคผู้พี่ซึ่งเป็นวัวและพระแก้วผู้น้องเป็นคน

    28.- พระโคเลี้ยงดูพระแก้วด้วยการเคี้ยวหญ้าแล้วเสกออกมาเป็นอาหารและสิ่งของต่าง ๆ ให้พระแก้ว เมื่อชาวบ้านทราบก็โลภต้องการจับพระโคฆ่าเสียเพื่อจะได้เอาทรัพย์สินที่อยู่ในท้องพระโค พระโคและพระแก้วจึงหนีไป

    29.- ต่อมาพระแก้วได้เป็นพระราชบุตรเขยของพระบาทรามาเชิงไพรกษัตริย์ ผู้ครองเมืองละแวก และกิตติศัพท์เรื่องพระโค-พระแก้วล่วงรู้ไปถึงกรุงศรีอยุธยา

    30.- พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาจึงปรารถนาได้พระโค-พระแก้วมาไว้ในพระนคร พระองค์จึงส่งทูตมาเพื่อท้าประลองชิงบ้านเมืองเพื่อให้ได้ พระโค พระแก้ว

    31.- การประลองมี 3 ครั้งโดย พระโค เป็นตัวแทนของเมืองละแวกไปร่วมประลอง การประลองครั้งที่ 1 เป็นการแข่งชนไก่ ครั้งที่ 2 เป็นการชนช้าง ซึ่งพระโคสามารถเอาชนะได้ทั้งสิ้น การประลองครั้งที่ 3 เป็นการชนวัว

    32.- พระโค ที่รู้ว่าตนไม่สามารถเอาชนะ โคยนต์ ของกรุงศรีอยุธยาได้ จึงวางอุบายว่าหากตนหมอบ 3 ครั้งให้พระแก้วกับนางเภา (ภรรยาพระแก้ว) จับหางของตนไว้เพื่อจะได้เหาะหนีให้ทันท่วงที

    33- ในที่สุดพระโคก็เหาะหนี แต่ทหารไทยยกทัพติดตามและนางเภาได้ตกลงมาเสียชีวิต ส่วนพระโคและพระแก้วถูกจับได้ ทำให้เสียเมืองละแวกแก่ไทย

    34.- พระโคและพระแก้วถูกจับตัวไปยังกรุงศรีอยุธยา อันเป็นเหตุให้ สรรพวิทยาความรู้ ทั้งปวงที่อยู่ในท้องพระโคถูกนํามาไว้ยังเมืองไทย และกัมพูชาก็เสื่อมลงจนถึงปัจจุบัน

    35.- ตํานานเรื่องพระโค พระแก้ว แม้จะเป็นตํานานที่รู้จักกันดีในหมู่ประชาชนกัมพูชา แต่ก็มิได้ปรากฏว่ามีการนํามาแต่งเป็นวรรณกรรมร้อยกรอง หากอยู่ในรูปของมุขปาฐะจนถึงปี ค.ศ. 1952 สํานักพิมพ์คีม คี จึงนํามาพิมพ์เผยแพร่

    36.- ในปี ค.ศ. 2001 สํานักพิมพ์ไรยํ ได้นําตํานานเรื่องนี้มาเขียนภาพประกอบแล้วพิมพ์เผยแพร่เป็นหนังสือภาพประกอบตํานานเรื่อง พระโค พระแก้ว ซึ่งในตอนท้ายเรื่องได้กล่าวถึง “ ความสำคัญของพระโค ” ไว้ว่า

    “…พวกสยามเห็นว่าเมื่อใดได้พระโคอยู่ ณ ที่ใด ที่นั้นจะได้สุขเกษมศานต์

    ดังนี้แล้วพวกสยามจึงได้พยายามดูแลรักษาพระโค-พระแก้วไว้อย่างแข็งแรง

    แล้วนับแต่เวลานั้นมา พระโค พระแก้วจึงมิได้กลับคืนมายังเมืองกัมพูชาจนถึงทุกวันนี้…”

    37.- นอกจากนี้ในแบบเรียนในการศึกษาของกัมพูชา จากหนังสือประวัติศาสตร์เขมร ภาค 2 เรียบเรียงโดย ตรึง เงีย (ตฺรึง งา) ยังได้แสดงออกถึงความรู้สึกเสียดายพระโค-พระแก้วไว้ด้วย ดังความว่า

    “…ในปี ค.ศ. 1553 สยามจับได้พระอุปโยราชศรีสุริโยพรรณกับพระราชบุตรทั้งสองคือ พระชัยเจษฎา (พระชนม์ได้ 15 พรรษา) และพระอุทัย (พระชนม์ได้ 5 พรรษา)

    พร้อมทั้งกระบวนขนาดนักปราชญ์ราชบัณฑิตกวี รูปประติมากรรมพระโค พระแก้ว และเชลยกัมพูชาเป็นจํานวนมากไปประเทศสยาม

    หลังจากสมเด็จพระนเรศวรประทับอยู่ในประเทศกัมพูชาได้ 3 เดือน ก็เสด็จกลับคืนไปกรุงศรีอยุธยา โดยตั้งให้ขุนนางผู้ใหญ่สยามตั้งกํากับอยู่ที่กรุงอุดงค์

    ควรอธิบายให้ทราบว่าที่ด้านหน้าพระวิหารพระแก้วในกรุงเทพมหานครของประเทศไทย

    ปัจจุบันนี้มีรูปประติมากรรมพระโคซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับวัวใหญ่ในท้องเป็นช่องว่าง

    ถ้าเช่นนั้นนี่คือรูปพระโคพระแก้วซึ่งสยามนําเอาไปได้ในคราวที่ตีเมืองละแวกแตกหรือไรกัน?…”

    …………..…………..…………..…………

    อ่านต่อในอัลบั้มภาพในโพสต์

    …………..…………..…………..…………

    ที่มาข้อมูลอ้างอิง ภูเขาผี

    >> https://m.pantip.com/topic/43684287

    …………..…………..…………..…………

    ที่มาข้อมูลจากสื่อกัมพูชา

    >> https://knongsrok.com/archives/179318

    >> https://www.kampucheathmey.com/entertainment/1053190

    >> https://kohsantepheapdaily.com.kh/article/1586784.html

    >>


    >> https://kbn.news/archives/374542

    >> https://www.facebook.com/share/v/1NPFBkcB6j/

    >> https://www.facebook.com/share/p/1DaW1HDNho/?mibextid=wwXIfr


    FB_IMG_1768868519320.jpg FB_IMG_1768868521566.jpg FB_IMG_1768868525018.jpg FB_IMG_1768868527699.jpg FB_IMG_1768868530165.jpg FB_IMG_1768868532907.jpg FB_IMG_1768868535485.jpg FB_IMG_1768868537695.jpg FB_IMG_1768868540254.jpg FB_IMG_1768868542927.jpg FB_IMG_1768868545484.jpg FB_IMG_1768868548286.jpg FB_IMG_1768868550789.jpg FB_IMG_1768868553009.jpg FB_IMG_1768868555696.jpg FB_IMG_1768868558293.jpg FB_IMG_1768868560815.jpg FB_IMG_1768868563284.jpg FB_IMG_1768868565645.jpg FB_IMG_1768868572155.jpg
    …………..…………..…………..…………

    https://www.facebook.com/share/p/1C72Qh7Rkn/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,036
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ช่วงที่ผ่านมา ใบหน้าของหญิงสาวชาวยูเครนชื่อ Olga Loiek ถูกแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตภายในจีนจำนวนมากนำไปใช้ โดยอาศัยเทคโนโลยี AI ทำการคัดลอกและดัดแปลงซ้ำ ๆ เพื่อใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อที่เรียกว่า “มิตรภาพจีน–รัสเซีย” (หรือที่รู้จักกันว่า “การโฆษณาชวนเชื่อจากรัฐ”)

    ทางด้าน Olga Loiek ระบุว่าเธอโกรธอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่อาจยอมรับได้ที่ภาพลักษณ์ของเธอถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับประเทศที่กำลังรุกรานบ้านเกิดของเธอเอง

    เธอกล่าวในคลิป :

    จนกระทั่งฉันเห็นใบหน้าของตัวเองถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียลมีเดียจีน จากนั้นฉันใช้ Google Translate แปลวิดีโอเหล่านั้น และก็พบสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เนื้อหาที่ “ร่างโคลน” ของฉันพูดออกมา ฟังดูเป็นการโฆษณาชวนเชื่อแบบโจ่งแจ้ง ทุกบัญชีที่ใช้หน้าของฉันดูเหมือนจะมีวาระซ่อนเร้นบางอย่าง

    ฉันอยากให้คุณดูบัญชีหนึ่งชื่อ Natasha Imported Food พวกเขาสร้างตัวตนว่าเป็นผู้หญิงรัสเซียอายุ 31 ปี ขายและโฆษณาสินค้ารัสเซีย และตอนนี้บัญชีนี้มีผู้ติดตามถึง 140,000 คนแล้ว

    ในบัญชีนี้มีวิดีโอจำนวนมากที่ใช้หน้าของฉัน โดยพูดซ้ำ ๆ ว่าเธอชอบรัสเซียแค่ไหน และรัสเซียต้องการการสนับสนุนทางเศรษฐกิจจากจีนมากเพียงใด ลองดูสิ่งที่พวกเขาพูดกันจริง ๆ

    “ชาวรัสเซียจะจดจำเสมอ
    เมื่อประเทศอื่นปฏิเสธสินค้ารัสเซีย การสนับสนุนของคุณคือสิ่งที่ช่วยให้รัสเซียผ่านพ้นความต้องการเร่งด่วน
    จีนกับรัสเซียเป็นเพื่อนบ้านที่ดี
    มิตรภาพจีน–รัสเซียยั่งยืนตลอดไป”

    จากนั้นเธอก็โฆษณาขนมรัสเซีย และคุณสามารถกดเข้าไปซื้อของที่เธอโฆษณาได้จริง ซึ่งมันบ้ามาก เพราะตัวฉันเองยังไม่เคยได้เงินจาก YouTube แม้แต่ 1 ดอลลาร์ แต่พวกเขาใช้หน้าของฉันไปทำกำไรแล้ว

    และยังมีอีกบัญชีหนึ่ง ชื่อ April เรื่องราวที่พวกเขาสร้างให้เธอคือ เคยมาเรียนที่จีน แล้วตัดสินใจอยู่ต่อเพราะชอบจีนมาก
    “ฉันคิดว่าจีนคือประเทศที่ทรงพลังที่สุด ฉันชอบจีน”
    จากนั้นก็พูดว่า “คุณยินดีต้อนรับสาวรัสเซียมาแต่งงานในจีนไหม?”
    และปิดท้ายด้วย “หวังว่ามิตรภาพจีน–รัสเซียจะคงอยู่ตลอดไป”

    และที่น่าสนใจคือ ไม่ได้มีแค่ Natasha กับ April ยังมีโคลนอื่น ๆ อีกเป็นสิบ ๆ บัญชี ที่คุณเห็นตรงนี้ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่พวกคุณส่งมาให้ฉัน เพราะหลายคนส่งลิงก์บัญชีต่าง ๆ เหล่านี้มา ซึ่งก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่

    จากวิดีโอนับร้อยที่ฉันดูมา โคลนของฉันส่วนใหญ่พูดถึงความยิ่งใหญ่ของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจีน และย้ำว่ารัสเซียต้องการการสนับสนุนทางเศรษฐกิจจากจีนอย่างมาก ดูเหมือนว่า “เนื้อเรื่องหลัก” ของโคลนเหล่านี้คือการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ โดยนำเสนอผ่านมุมมองของ “ฉัน” หรือ “โคลนของฉัน” ในฐานะชาวรัสเซีย

    ในฐานะชาวยูเครน เรื่องนี้ทำให้ฉันโกรธอย่างรุนแรง เพราะครอบครัวของฉันต้องหลบซ่อนทุกครั้งที่มีสัญญาณเตือนการโจมตีทางอากาศ และชาวยูเครนอีกนับแสนคนถูกอพยพ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการโจมตีของรัสเซีย แต่ตอนนี้ฉันกลับต้องมาเห็น “ร่างสำเนาของตัวเอง” ออกมาสนับสนุนและแสดงความเห็นอกเห็นใจฝ่ายนั้น

    คลิปในคอมเม้นต์

    https://www.facebook.com/share/v/17fxfLwnBH/

    FB_IMG_1768870365649.jpg FB_IMG_1768870368179.jpg FB_IMG_1768870373504.jpg FB_IMG_1768870370543.jpg

    https://www.facebook.com/share/1H2uH8MTAZ/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 มกราคม 2026 at 07:57
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,036
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UPDATE: กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กหวังภาครัฐคุมผลิตเหล็กตั้งแต่โรงงานแทนสุ่มตรวจ แก้ปัญหาแข่งขันไม่เป็นธรรม ท่ามกลางภาวะสินค้าจีนทะลัก
    .
    ท่ามกลางมรสุมทางเศรษฐกิจที่ถาโถมใส่อุตสาหกรรมเหล็กไทย ทั้งปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินจากจีน และสงครามราคาที่ดุเดือด ล่าสุดภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาระดมความเห็นในงานสัมมนา “อุตสาหกรรมเหล็กและมาตรฐานเหล็กเส้น สำหรับงานก่อสร้างไทย” โดยชี้ว่า ‘มาตรฐานผลิตภัณฑ์’ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยพยุงทั้งความปลอดภัยของประชาชนและความอยู่รอดของผู้ผลิตไทย
    .
    สถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กไทยในปี 2568 ยังคงน่าเป็นห่วง แม้คาดการณ์การบริโภคในประเทศจะสูงเกิน 17 ล้านตัน แต่ผู้ผลิตไทยกลับมีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) เพียง 32% เท่านั้น สาเหตุหลักมาจากการไม่สามารถแข่งขันกับเหล็กนำเข้าได้
    .
    ล่าสุดในวงเสวนา “อุตสาหกรรมเหล็กและมาตรฐานเหล็กเส้น สำหรับงานก่อสร้างไทย : อดีต ปัจจุบัน อนาคตที่สังคมต้องได้รับรู้” ตัวแทนภาคอุตสาหกรรมและวิศวกรโครงสร้างได้ออกมาร่วมกันส่งสัญญาณเตือน พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) โดยเน้น “การควบคุมกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่ต้นทาง” เพื่อสกัดกั้นเหล็กคุณภาพต่ำ และแก้ปัญหาการแข่งขันไม่เป็นธรรม
    .
    อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่ : https://thestandard.co/steel-industry-wants-control-stop-chinese-dumping/
    .
    #TheStandardWealth

    https://www.facebook.com/share/p/1ZwvuCEFd7/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,036
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขย่าเกาะกง แฉนรก 'ดาราสาคร' กักขังชายอังกฤษ บังคับแรงงาน ปิดปากคนต่างชาติกลางอาณาจักรลับ

    20 มกราคม 2569 รายงานจากพื้นที่ #คีรีสาคร (ดาราสาคร) #จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา งสร้างความกังวลในวงกว้าง เมื่อมีข้อมูลกล่าวอ้างถึงการ #ควบคุมตัวและละเมิดสิทธิแรงงานต่างชาติ ภายในอาคารแห่งหนึ่ง โดยผู้เสียหายเป็นชายที่ถูกระบุชื่อว่า “จอห์น” ซึ่งเชื่อว่าเป็น #พลเมืองสหราชอาณาจักร
    .
    ข่าวในพื้นที่ระบุว่า ชายคนดังกล่าวทำงานอยู่ใน อาคาร 10 ห้อง 702 ก่อนจะถูกควบคุมตัว โทรศัพท์ถูกยึด และถูกตัดขาดจากการติดต่อกับโลกภายนอก ปัจจุบันถูกบังคับให้ทำงานโดย ไม่ได้รับค่าตอบแทน และไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากภายนอกได้
    .
    รูปแบบควบคุม–ซ่อนเร้น สร้างภาพ “อาคารร้าง”
    รายงานยังระบุถึง รูปแบบการจัดการภายในที่เป็นระบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ โดยมีการเคลื่อนย้ายแรงงานหรือ #ซ่อนตัวผู้ทำงาน ในช่วงที่มีการตรวจเยี่ยม ปิดไฟภายในอาคาร เพื่อให้ดูเหมือนไม่มีคนอาศัยอยู่ และจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวด
    .
    มีการกล่าวอ้างว่า ระบบรักษาความปลอดภัยภายในและกลุ่มผู้คุม ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการข่มขู่ กดดัน และลงโทษผู้ที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง สร้างบรรยากาศหวาดกลัวให้แรงงานทั้งชายและหญิง
    .
    อ้างอิทธิพล–ตอกย้ำ “หนีไม่ได้”
    ข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ผู้บริหารหรือผู้ควบคุมสถานที่ อ้างถึง การได้รับความคุ้มครองจากการติดสินบน กับเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน เพื่อย้ำกับแรงงานว่า การหลบหนีหรือการขอความช่วยเหลือจากภายนอกเป็นไปไม่ได้
    .
    บรรยากาศภายในถูกอธิบายว่าเป็น “วัฒนธรรมแห่งความกลัว” ที่แรงงานถูกมองเป็นเพียงทรัพยากรที่ใช้แล้วทิ้ง โดยมีรายงานไม่เป็นทางการว่า ผู้ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงบางคน หายตัวไป หลังจากนั้น โดยไม่ทราบชะตากรรม
    .
    สถานการณ์ล่าสุด จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทางการกัมพูชาหรือสถานทูตอังกฤษ อย่างไรก็ตาม #นักสิทธิมนุษยชน และอ #งค์กรเฝ้าระวังการค้ามนุษย์ ในภูมิภาคกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่ #ดาราสาคร เคยถูกจับตาจากนานาชาติในประเด็น อาชญากรรมข้ามชาติ การบังคับใช้แรงงาน และการหลอกลวงออนไลน์

    ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่า หากข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยัน อาจกลายเป็นแรงกดดันรอบใหม่ต่อรัฐบาลกัมพูชา ในช่วงที่กำลังเร่งฟื้นภาพลักษณ์ด้านการปราบปรามขบวนการผิดกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล
    .
    .
    #ชายแดนไทยเขมร
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรเป็นภัยคุกคามมั่นคง
    #TeamThailand
    #TruthFromThailand
    #HunSenwarcriminal
    #PeaceBeginsWithTruth
    .
    .
    #Thaitribune


    FB_IMG_1768901001951.jpg FB_IMG_1768901004898.jpg FB_IMG_1768901007014.jpg

    https://www.facebook.com/share/1AHMWQqUiN/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,036
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชา | สแกมเมอร์ในกัมพูชา แตก

    ภาพที่ 1-2 ด่านบาเวต จังหวัดสวายเรียง กัมพูชา ค่ำวันที่ 19 มกราคม 2026 ชาวต่างชาติ และชาวเวียดนาม
    ติดอยู่ในเมืองชายแดนเนื่องจากข้ามด่านไปเวียดนามไม่ทัน สาเหตุด่านมีคนข้ามจำนวนมากแถวยาวตลอดทั้งวัน บุคคลเหล่านี้ทำงานในเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา

    ภาพที่ 3 เมืองพระตะบอง คนจีนใช้รถกระบะชนกำแพงเพื่อหนีออกจากรังสแกมเมอร์ จากรายงานหลบหนีได้จำนวนมาก

    ภาพ 3-5 รังสแกมเมอร์ที่อื่นๆ ผู้คนต่างหลบหนีออกเช่นกัน

    ทั่วทั้งกัมพูชาตลอดสัปดาห์นี้ หลังเฉินจื้อ ถูกส่งไปจีน และทีมจีน มือปราบ หลิวจงอี้ เยือนกัมพูชา พบรังสแกมเมอร์แตกจำนวนมาก
    คนหนีออก ไปกบดานในกัมพูชา หรือข้ามไปเพื่อนบ้านที่พรมแดนติดกัน โดยเฉพาะเวียดนาม

    FB_IMG_1768901170609.jpg FB_IMG_1768901172950.jpg FB_IMG_1768901175641.jpg FB_IMG_1768901178033.jpg FB_IMG_1768901180757.jpg FB_IMG_1768901183399.jpg


    https://www.facebook.com/share/1BxVvC2Yqz/
     

แชร์หน้านี้

Loading...