เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 20 มกราคม 2026 at 21:13.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,753
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,832
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,753
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,832
    วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ มีข่าวดีสำหรับตัวกระผม/อาตมภาพก็คือ การสอบเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการเป็น "รองศาสตราจารย์" ผ่านแล้ว คราวนี้ก็รอคำสั่งแต่งตั้งเท่านั้น ถ้าบอกว่าได้เพราะไปปีนเขาซีซานที่เมืองคุนหมิง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน แล้วลูบลูกแก้วพญามังกรก็คงเถียงเขาไม่ออก เพราะว่าไปทำมาจริง ๆ..!

    แต่เรื่องพวกนี้ เราท่านทั้งหลายต้องเข้าใจว่า ถ้าหากว่ากุศลทุกอย่างพร้อมมูล ต่อให้เราไม่ต้องการก็จะได้มาเอง จึงไม่ต้องเสียเวลาไปตะเกียกตะกายทำอะไรที่ไหนให้ยากลำบาก แต่ด้วยความที่บุคคลจำนวนหนึ่งขาดที่พึ่งทางใจที่มั่นคง จึงต้องไปแสวงหาจากสิ่งภายนอก ที่ท่านทั้งหลายได้สวดมนต์กันอยู่ทุกเช้าที่ว่า

    พะหุง เว สะระณัง ยันติฯ จะเห็นว่ามนุษย์ทั้งหลายเมื่อมีภัยเกิดขึ้น ก็วิ่งหาที่พึ่งกันให้มั่วไปหมด

    ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า เนตัง โข สะระณัง เขมัง เนตัง สะระณะมุตตะมัง นั่นไม่ใช่ที่พึ่งอันเกษม ไม่ใช่ที่พึ่งอันสูงสุด

    โย จะ พุทธัญจะ ธัมมัญจะ สังฆัญจะ สะระณัง คะโต ต้องพึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เท่านั้น ถึงจะเป็น เอตัง โข สะระณัง เขมัง เอตัง สะระณะมุตตะมัง ถึงจะเป็นที่พึ่งอันเกษม เป็นที่พึ่งอันสูงสุดของพวกเรา

    ดังนั้น..อย่าได้หลงทางไปไกล โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรของเราอย่าไป "มู"
    ตามที่วัยรุ่นสมัยนี้เขาใช้กันมาก ตั้งหน้าตั้งตาสร้างสมศีล สมาธิ ปัญญาไป ถึงเวลาแล้ว ต่อให้คุณไม่ต้องการ สิ่งนั้นก็จะมา ลักษณะเหมือนอย่างกับการปลูกต้นไม้แล้วคอยฟูมฟัก เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ดอกผลทั้งหลายก็จะเกิดขึ้นมาเอง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,753
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,832
    ถ้าทุกท่านสังเกตจะเห็นว่าตัวกระผม/อาตมภาพไม่ได้ดิ้นรนอะไรเลย แม้กระทั่งตำแหน่งวิชาการครั้งนี้ ก็เป็นพระครูวิโรจน์กาญจนเขต, ผศ.ดร. อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เจ้าอาวาสวัดอุทยาน จังหวัดนนทบุรี ท่านคอยกระตุ้นคอยเร่งรัด เพราะว่าท่านมีตำแหน่งวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) แล้ว เกรงว่าจะเป็นการเกินหน้าเกินตาครูบาอาจารย์ ก็เลยคอยตามจิกตามทวง

    "หลวงพ่อครับ ขอบทความทางวิชาการด้วยครับ" "หลวงพ่อครับ ของานวิจัยด้วยครับ" ขอโน่น ขอนี่ ขอนั่น เพื่อที่จะผลักดันให้กระผม/อาตมภาพเป็นให้ได้ แล้วท้ายที่สุดก็เป็นสมใจของท่าน เพราะว่าท่านก็สอบผ่านเหมือนกัน

    เรื่องพวกนี้อยู่กับตัวบุคคลและบุญบารมีที่สร้างสมมา ภาษาโบราณท่านใช้คำว่า "แข่งเรือแข่งพาย พอที่จะแข่งกันได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนานั้น แข่งกันไม่ได้" ทุกท่านสังเกตก็จะเห็นว่าตัวพระครูวิลาศกาญจนธรรม แกเป็นแค่พระครู แต่สามารถลุกนั่งเสมอเจ้าคุณทั้งหลาย ตั้งแต่ระดับต่ำสุดจนสูงสุด ก็เพราะว่าท่านเจ้าคุณทั้งหลายเหล่านั้นท่านให้การยอมรับ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นอะไรมากไปกว่านี้..!

    แม้กระทั่งตั้งแต่แรก กระผม/อาตมภาพก็ไม่ได้ขอตำแหน่งพระครูสัญญาบัตร จนกระทั่งหลวงพ่อพระครูวรกาญโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิรูปปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นรองเจ้าคณะอำเภออยู่ เกรงใจว่าพรรษามากขึ้นทุกที แต่ไม่ยอมขออะไร เวลาท่านส่งรายชื่อคนอื่นไปแล้ว พระผู้ใหญ่ท่านถามมาว่า "แล้ววัดท่าขนุนอยู่ที่ไหน ?" จนท้ายที่สุด ท่านก็เลยต้องเป็นผู้ทำประวัติขอให้เอง

    ส่วนวันนี้ที่กระผม/อาตมภาพดุท่านเจ (พระนพรัตน์ ปฏิกาโร)ไป ก็เพราะว่าไปสั่งคนงานไปถล่มป่าเสียราบไปแถบหนึ่ง..! ความต้องการจริง ๆ แค่จะตัดยอดไผ่ที่ใกล้สายไฟเท่านั้น แต่ทำงานแบบคนไร้ปัญญา โดยเฉพาะมองไม่เห็นสิ่งที่กระผม/อาตมภาพเห็น ถ้าท่านทั้งหลายเห็นก็โปรดสังเกตว่า บรรดาอาคารต่าง ๆ ที่สร้างใหม่ ตลอดจนกระทั่งฌาปนสถานวัดท่าขนุน บรรดารุกขเทวดาเขาเอาวิมานไปแปะไว้จนท่วมไปหมดแล้ว..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,753
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,832
    ในเรื่องของเทวดา ถ้าอยู่ในระดับต่ำนั้น ท่านยากลำบากพอ ๆ กับมนุษย์ก็ว่าได้ โดยเฉพาะรุกขเทวดาชั้นต่ำที่ต้องอาศัยโคนไม้ อาศัยพื้นดิน อาศัยร่มเงา อาศัยจอมปลวก เป็นที่อยู่ ไปถล่มป่าเสียราบขนาดนั้น ท่านจะต้องเดือดร้อนขนาดไหน ?

    แม้กระทั่งหอพักชายโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา กระผม/อาตมภาพก็ถือสิทธิ์ว่าเป็นคนสร้าง อนุญาตให้ท่านทั้งหลายไปอยู่ได้ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ถ้าไม่มีส่วนของท่าน ท่านไม่สามารถที่จะอาศัยสิทธิ์ไปอยู่ได้ ถ้ามีส่วนของท่านอย่างเช่นว่าเอาต้นไม้ที่ท่านอาศัยอยู่ไปทำขึ้น ถ้าหากว่าตั้งเสาได้ถูกด้านขึ้นมา ท่านก็มีสิทธิ์เอาวิมานไปแปะใหม่ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ได้แต่เดินร้องไห้ตามไปเรื่อย จนกระทั่งเกิด "ตำนานเสาไห้" ที่จังหวัดสระบุรี..!

    พระพุทธเจ้าถึงได้ห้ามพระภิกษุพรากของเขียว เนื่องเพราะว่าส่วนที่เดือดร้อนจริง ๆ ก็คือ รุกขเทวดามาฟ้องพระพุทธเจ้าว่าพระไปตัดกิ่งไม้ ทำลายวิมานของเขายังไม่พอ ยังไปทำให้ลูกเขาบาดเจ็บด้วย บรรดาเทวดาชั้นต่ำเหล่านี้ แม้ว่าจะอยู่ในเขตของความเป็นทิพย์ แต่ด้วยความที่ว่าสร้างบุญบารมีมาน้อย พอถึงเวลาก็ต้องหอบลูกจูงหลานน้ำตานองหน้า อพยพไปหาที่อยู่ใหม่..!

    ตั้งแต่กระผม/อาตมภาพมาอยู่ทองผาภูมิ เขาถล่มป่าขยายถนนไปกี่รอบแล้ว ? ตั้งแต่ตัวเมืองกาญจนบุรีขึ้นมาทองผาภูมิ กระผม/อาตมภาพเห็นแล้วทนไม่ได้ จึงอนุญาตให้ท่านทั้งหลายไปอยู่ในส่วนที่เราสร้างเสริมขึ้นมา ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีที่อยู่ ดูแล้วเอน็จอนาถทุกข์ยากกว่ามนุษย์อย่างเราอีก..! แล้วท่านทั้งหลายจะไปลุแก่โทสะ ทำร้ายบุคคลที่มาทำลายที่อยู่ก็ไม่ได้ เพราะว่าถ้าไฟโทสะเกิดขึ้น ก็จะเผากายทิพย์ของตัวเองสลายไปเลย..! ยกเว้นว่ามีพวกบ้าเลือดตายเป็นตาย กูขอเล่นมันหน่อย ถ้าอย่างนั้นคนทำก็ซวยไป..!

    กระผม/อาตมภาพถึงได้บอกกับทุกคนไว้ว่า
    "ใครจะตัดกิ่งไม้ ตัดต้นไม้อะไรในวัด ให้บอกก่อนว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต" ไม่ใช่ลุแก่อำนาจ แต่ไม่อยากให้พวกคุณไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน แล้วในขณะเดียวกัน ไอ้พวกโง่ ๆ อย่างเทศบาล กระผม/อาตมภาพด่ากระจายไปเลย จะมาตัดกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้สายไฟ แต่เสือกตัดเอาไปแถบหนึ่ง หาความสวยความงามอะไรไม่ได้เลย เหมือนกับคนโดนไถหัวผมแหว่งไปซีกหนึ่ง พอโดนด่าไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เทศบาลเขาจะไม่เข้ามายุ่งกับต้นไม้ในวัดท่าขนุนอีกเลย..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,753
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,832
    แต่คราวนี้ท่านทั้งหลายที่อยู่เก่า ๆ ก็จะรู้ว่ากระผม/อาตมภาพมีคำสั่งห้ามอยู่ อนุญาตให้ท่านเดียวก็คือ "มหาเสริฐ" (พระมหาอุตรา อุตฺตโร ป.ธ. ๖) ไปตัดแต่งซุ้มอรพิมคิ้วนางได้ เพราะว่าพวกนั้นงอกงามเร็วมาก ถ้าให้พวกคุณไปตัดแต่ง กระผม/อาตมภาพเจอมาตั้งแต่สมัย "พระครูหน่อย" (พระครูสมุห์ธรรพ์ณธร ธมฺมทินฺโน) แล้ว เล่นฟันโคนทิ้งเลย ประมาณว่าขึ้นเยอะนัก ก็เอาออกสักต้นหนึ่ง กว่ากระผม/อาตมภาพจะหาต้นใหม่มาปลูกได้ก็เป็นปี ในเมื่อไม่มีคนรู้หนักรู้เบา จึงต้องอนุญาตให้แค่ "มหาเสริฐ" คนเดียว คราวที่แล้ว "ท่านเจ" ก็ไปตัดเสียฉิบหายวายป่วง กระผม/อาตมภาพยังนึกว่า "มหาเสริฐ"ของขึ้นสั่งให้ไปทำแบบนั้น เพิ่งจะรู้ว่ามันโง่แล้วขยัน..!

    ดังนั้น..ใครที่อยู่เก่า ๆ เห็นอะไรไม่ชอบมาพากล ก็ช่วยบอกรุ่นใหม่ ๆ เขาบ้าง ไม่ใช่หุบปากเงียบแล้วรอให้
    กระผม/อาตมภาพด่าอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าหากว่าวันนี้กระผม/อาตมภาพไม่ได้ออกไปเห็นก็บรรลัยเลย เพราะว่าเกือบหมดแล้ว ครั้นจะปลูกทดแทนได้ก็ไม่รู้ว่าต้องรอนานเท่าไร เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง ปลูกอย่างไรก็ไม่รอด..!

    บางเรื่องบางอย่าง ถ้าไม่ลำบากเกินไปก็หัดถามคนอื่นบ้าง อย่าใช้สายตาแคบ ๆ สั้น ๆ ของตัวเอง ในการตัดสินใจ แล้วก็คิดว่าคนอื่นขี้เกียจ กูขยัน กูทำเลย การทำงานนั้นเป็นของดี แต่ต้องทำแบบคนมีปัญญา คุณบอกว่าจะตัดกิ่งที่เอนเข้าหาสายไฟ แล้วทำไมไม่ตัดแค่นั้น ? ไปล่อเสียหมดทั้งป่า..! เพราะฉะนั้น..
    อะไรที่ทำไปต้องพินิจพิจารณาให้รอบคอบว่า ส่วนที่ก่อให้เกิดประโยชน์ กับส่วนที่ก่อให้เกิดโทษนั้น มากน้อยต่างกันเท่าไร ไม่ใช่นึกอยากจะทำก็ทำ

    พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติศีลขึ้นมาส่งเดช หากแต่ว่ามีสาเหตุทั้งนั้น พระองค์ท่านตรัสถึงอานิสงส์ของการบัญญัติศีลไว้ถึง ๑๐ ข้อด้วยกัน ก็คือ

    เพื่อกดข่มผู้เก้อยาก คือ ไอ้พวกหน้าด้าน..!

    เพื่อความอยู่เป็นสุขของภิกษุผู้มีศีลอันเป็นที่รัก

    เพื่อป้องกันอาสวะที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบัน

    เพื่อป้องกันอาสวะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

    เพื่อสร้างความเลื่อมใสให้แก่บุคคลที่ยังไม่เลื่อมใส

    เพื่อสร้างความเลื่อมใสยิ่ง ๆ ขึ้นไปแก่บุคคลที่เลื่อมใสแล้ว
    เหล่านี้เป็นต้น
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,753
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,000
    ค่าพลัง:
    +26,832
    ดังนั้น..ในเรื่องของศีล ถ้าเป็นไปได้พยายามรักษาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไม่เช่นนั้นแล้วตัวเราก็จะขาดความเป็นพระ ที่ในวิสุทธิมรรคท่านเปรียบเอาไว้ว่าเหมือนกับวัวด่าง ก็คือศีลด่าง ศีลพร้อย ศีลทะลุ หลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ท่านเปรียบว่า เหมือนกับคนที่ตัวเป็นแผล แม้ว่าปลงอาบัติแล้ว ไม่ใช่ว่าแผลจะหาย แผลนั้นยังคงอยู่ เพียงแต่ว่าไม่ลุกลามออกไป แล้วคนที่มีแผลทั้งตัว ใครอยากจะเข้าใกล้คบหาบ้าง ?

    สมัยนั้นถึงขนาดมีรุ่นพี่เขาบอกว่า "ถ้าต้องอาบัติทุกกฎ ๒๒๗ ครั้ง เท่ากับต้องอาบัติปาราชิก" นั่นก็พูดไปเรื่อยเปื่อย แต่ความเป็นจริงก็คือ ถ้าหากว่าคุณโดนอาบัติทุกกฎมากมายมหาศาลขนาดนั้น แสดงว่าสติบกพร่อง โอกาสที่จะต้องอาบัติหนักระดับปาราชิกก็จะมีขึ้นมาก ไม่ใช่ทำไปแล้ว ๒๒๗ ครั้ง เท่ากับโดนอาบัติปาราชิก พูดอะไรต้องให้ชัดเจนด้วย

    ไม่ใช่พูดส่งเดชไปแบบ "พระครูแสง" (พระครูธรรมธรแสงชัย กนฺตสีโล) ท่านเรียนมา ความรู้ท่านมาก อบรมพระใหม่เสียสึกหนีไปหมด..! เพราะท่านไปบอกตั้งแต่แรกว่าพระวินัยคือศีลพระ มี ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แค่ ๒๒๗ ข้อก็จะตายห่าแล้ว..! อยู่ ๆ กลายเป็น ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ พระท่านก็ไม่อยู่แล้ว กูไปก่อนดีกว่า..!

    เรื่องพวกนี้จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องชัดเจน เนื่องเพราะว่าเราอาวุโสพรรษามากขึ้นไปเรื่อย ถึงเวลามีรุ่นน้องมาสอบมาถามอะไร ก็ต้องบอกกล่าวให้ชัด โดยเฉพาะถ้าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศีล พยายามสอบถามผู้ที่ท่านอยู่มาก่อน ถ้าไม่มั่นใจก็รอมาถาม
    กระผม/อาตมภาพแล้วค่อยทำ ไม่ใช่ทำส่งเดชไปจนต้องอาบัติหนัก..!

    งานนี้ที่ไปเมืองจีนมาด้วยกัน มีคุณติ๊ก (นายพันธุ์ชัย พงศ์ธนาวิศาล) ถามว่า "หลวงพ่อครับ ผมขออนุญาตสอบถามหน่อยว่า ตัวเองต้องอาบัติปาราชิกหรือไม่ ?" เพราะว่าสมัยที่ท่านบวชอยู่นั้น โครงการเขาส่งพระใหม่ไปอยู่อินเดีย แล้วท่านก็ไปซื้อสิ่งของจากพ่อค้าแขก ปรากฏว่าเงินไม่พอ พ่อค้าแขกก็ใจดีบอกว่า "เอาแค่นี้ก่อน ส่วนที่เหลือมาให้วันหลังก็ได้"

    พอ "คุณติ๊ก" หรือว่า "ท่านติ๊ก" ในตอนนั้น กลับไปตรวจสอบดูแล้ว ปรากฏว่าสินค้าเป็นของปลอม ก็เลยไม่เอาเงินไปให้เขา มาถามว่า "แบบนี้ต้องอาบัติปาราชิกหรือเปล่า ?" กระผม/อาตมภาพถามว่า
    "ลืมให้หรือว่าตั้งใจไม่ให้" ท่านบอกว่า "ตั้งใจครับ เพราะเห็นว่าเป็นของปลอม ก็เลยไม่ให้เงินที่เหลือ" เป็นอย่างไร ? ก็เรียบร้อยเท่านั้นเอง..! ต่อให้เป็นของปลอม ตกลงราคากันเท่าไร ก็ต้องให้เขาเท่านั้น ไม่ใช่กูไม่ให้ดื้อ ๆ..!

    ดังนั้น..อะไรที่ไม่มั่นใจอย่าไปทำ เพียงแต่ว่าเรื่องของ "คุณติ๊ก" นั้นเขามาสายพุทธภูมิ ยังเดินทางอีกไกล แม้ว่าจะปิดมรรคปิดผลไป แต่เรื่องของการเป็นเทวดา นางฟ้า พรหม นั้นยังมีโอกาสอยู่ ถ้าเร่งการปฏิบัติให้มากเอาไว้ ถึงเวลาไปสุคติ กลับลงมาเกิดใหม่ โทษเก่าก็ถือว่า "เจ๊า" กันไป สามารถเดินเข้าหามรรคหาผลกันได้อีก
    แต่กรุณาอย่าหน้าด้านคิดแบบนี้ อะไรที่เสี่ยง ทำให้ตัวเองกลายเป็น "ตาลยอดด้วน" เจริญงอกงามไม่ได้ ขืนไปทำแล้ว เราจะเดือดร้อนกว่าที่คิด..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...