ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อัญเชิญ “พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์” เบิกเนตร ณ ช่องอานม้า สถาปนาพลังศรัทธาแทนสัญลักษณ์เดิม เสริมขวัญชายแดนตะวันออก!

    19 มกราคม 2569 ที่ #ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี มีพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดนตะวันออกของประเทศ 18 มกราคม 2569 โดยมีการ ประดิษฐานและประกอบพิธีเบิกเนตร #พระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์ หรือที่ประชาชนเรียกขานว่า #หลวงพ่อพระนาคปรก เพื่อสถาปนาพลังศรัทธาและความมั่นคงทางจิตใจให้แก่แผ่นดินและผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ประดิษฐาน #เนิน500 ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี
    .
    เมตตาธรรมจากพระเกจิ #หลวงพ่อเยื้อน เสริมสิริมงคลแผ่นดิน พิธีครั้งนี้ได้รับเมตตาจาก พระธรรมวชิรญาณโกศล (เยื้อน ขันติพโล) เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จังหวัดสุรินทร์ พระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีอย่างสมบูรณ์ตามพระราชประเพณีและหลักพระพุทธศาสนา ท่ามกลางศิษยานุศิษย์ ประชาชน และผู้แทนจากหลายภาคส่วนที่เดินทางมาร่วมพิธี
    .
    แทนที่สัญลักษณ์เดิม สู่พุทธบารมีคุ้มครองแผ่นดิน รายงานระบุว่า การประดิษฐานพระพุทธบารมีสยามบุรีพิทักษ์ในครั้งนี้ เป็นการ "แทนที่รูปปั้นเทพเจ้าฮินดู" เดิมในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยึดโยงพื้นที่ชายแดนกับหลักพระพุทธศาสนา อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย สร้างความชัดเจนด้านอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความศรัทธาในบริบทของสังคมไทย
    .
    ช่องอานม้า: จากพื้นที่ยุทธศาสตร์ สู่ศูนย์รวมศรัทธา ถือเป็นจุดผ่านสำคัญตามแนวชายแดนที่มีความหมายทั้งด้านประวัติศาสตร์ ความมั่นคง และความเชื่อ การยกระดับพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นจุดประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ ถูกมองว่าเป็นการ เสริมขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ควบคู่ไปกับการรักษาอธิปไตยและความสงบเรียบร้อยของประเทศ
    .
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/v/17jDD4uJyU/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นิรโทษกรรมสากลจี้กัมพูชารับผิดชอบ เหยื่อสแกมแห่หนีศูนย์ล้อมรั้วนับพัน หวั่นถูกค้ามนุษย์ซ้ำ

    19 มกราคม 2569 #องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ออกแถลงการณ์เรียกร้อง #รัฐบาลกัมพูชา ให้เร่งรับผิดชอบและ #คุ้มครองผู้เสียหาย หลังปรากฏคลิปวิดีโอจำนวนมากในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เป็นภาพฝูงชนจำนวนหลายพันคนพยายามหลบหนี หรือถูกปล่อยตัวออกจาก “เขตล้อมรั้วสแกม” อย่างน้อย 10 แห่งทั่วประเทศ ท่ามกลางความกังวลว่า เหยื่อจำนวนมากอาจยังตกค้างโดยไร้การช่วยเหลือ
    .
    แถลงการณ์ยังระบุว่า บุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอจำนวนมากมีแนวโน้มเป็น #เหยื่อการค้ามนุษย์ #การบังคับใช้แรงงาน และการทรมาน ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงที่จะถูกแสวงประโยชน์ซ้ำ หรือถูกส่งต่อไปยังศูนย์สแกมแห่งอื่น
    .
    มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยระดับภูมิภาคของนิรโทษกรรมสากล ระบุว่า ภาพการแตกฮือออกจากศูนย์สแกมสะท้อนสถานการณ์วิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง อาจยังมีผู้คนอีกหลายพันชีวิตที่ติดอยู่ภายในเขตล้อมรั้วเหล่านี้ โดยไม่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐ
    .
    นิรโทษกรรมสากลเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาเร่งนำตัวเหยื่อทั้งหมดออกมาอย่างปลอดภัย จัดให้มีการเยียวยา การดูแลด้านกฎหมาย และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม พร้อมย้ำว่าเหยื่อต้องไม่ถูกบังคับส่งกลับประเทศต้นทาง หากมีความเสี่ยงจะถูกดำเนินคดีหรือถูกละเมิดสิทธิซ้ำอีก
    .
    รายงานของนิรโทษกรรมสากล ซึ่งอาศัยการสืบสวนนาน 18 เดือน และปิดฉากลงเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ระบุว่า ได้เข้าไปตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย 52 แห่ง ที่ถูกใช้เป็นศูนย์สแกมเมอร์ โดยลักษณะร่วมคือเป็นพื้นที่ปิด มีรั้วสูง ลวดหนาม กล้องวงจรปิด และการคุมเข้มด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บางแห่งมีการใช้อาวุธและอุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า ผู้รอดชีวิตหลายรายให้การว่าถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง และถูกขายต่อระหว่างศูนย์สแกมด้วยกันเอง
    .
    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น สวนทางกับคำประกาศของรัฐบาลกัมพูชาเรื่องการ “กวาดล้างสแกม” โดยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ได้สั่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านอาชญากรรมสแกม ซึ่งอ้างว่าได้บุกทลายศูนย์สแกมไปแล้ว 118 แห่ง และจับกุมผู้ต้องสงสัยราว 5,000 คนทั่วประเทศ
    .
    อย่างไรก็ตาม #กลุ่มสิทธิมนุษยชน ตั้งข้อสังเกตว่า การปราบปรามดังกล่าวยังไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเหยื่อได้จริง และยังขาดกลไกฟื้นฟูที่เป็นรูปธรรม
    .
    ก่อนหน้านี้ รัฐบาลกัมพูชาย้ำหลายครั้งว่าจะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง และเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ทางการได้จับกุมและส่งตัว #เฉินจื้อ ผู้ต้องสงสัยเป็นแกนนำเครือข่ายศูนย์สแกมรายใหญ่ไปยังจีนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน
    .
    แม้กัมพูชาจะมีกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกสูงถึง 20 ปี แต่นิรโทษกรรมสากลอ้างอิงรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ประเมินว่า การบังคับใช้กฎหมายของกัมพูชายังไม่เข้มงวด และยังมีข้อกังขาเรื่องการสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน
    .
    นิรโทษกรรมสากลย้ำว่า เหตุการณ์ฝูงชนแตกหนีจากศูนย์สแกมครั้งนี้ เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ในกัมพูชายังไม่จบ และรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่าคำประกาศเชิงนโยบาย
    .
    .
    #เลือกตั้ง2569
    #ElectionThilnd2026
    #ThaiElection2026
    #กกต. #ประชาธิปไตย
    #เสียงประชาชน
    .
    .
    #Thitribune

    https://www.facebook.com/share/r/18ELh3AZYX/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทูตอิเหนา เผยเหยื่อสแกม ทะลักพนมเปญ ชาวอินโดนีเซียกว่า 400 คนถูกปล่อยจากแก๊งหลอกลวง หลังถูกระดมกวาดล้าง

    19 มกราคม 2569 การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ของรัฐบาลกัมพูชาเริ่มส่งแรงสะเทือนชัดเจน โดย #เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำกัมพูชา เผยว่า ชาวอินโดนีเซียอย่างน้อย 440 คน ได้รับการปล่อยตัวออกจาก #เครือข่ายสแกมเมอร์ ในกัมพูชา ภายในช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคมนี้ ท่ามกลางปฏิบัติการกวาดล้างศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
    .
    นายซานโต ดาร์โมซูมาร์โต เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย เผยว่า ระหว่างวันที่ 1–18 มกราคม 2569 มีชาวอินโดนีเซียจำนวนมากเดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูต ในกรุงพนมเปญ หลังจากถูกกลุ่มสแกมเมอร์ “ปล่อยตัว” ออกจากศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในหลายจังหวัดของกัมพูชา
    .
    เขาระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายของกัมพูชาในระยะหลัง ทำให้เครือข่ายหลอกลวงจำนวนหนึ่งเลือกปล่อยแรงงานออกมา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมและตรวจค้น
    .
    “จากสถานการณ์ที่การปราบปรามยังดำเนินต่อไป สถานทูตคาดว่าจะมีผู้ได้รับการปล่อยตัวและเดินทางเข้ามาขอความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอีกในช่วงถัดจากนี้” เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียกล่าว
    .
    ปัญหาข้ามชาติ-เหยื่อหลายแสน
    #ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกระบุว่าเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก ทั้งกลโกงความรัก #การลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี และการฉ้อโกงออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสร้างรายได้ผิดกฎหมายปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
    .
    #สหประชาชาติประเมินว่า มีผู้คนอย่างน้อย 100,000 คน พัวพันกับ #อุตสาหกรรมสแกม ในกัมพูชา โดยบางส่วนสมัครใจทำงาน แต่จำนวนมากถูกค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน และยึดเอกสารประจำตัว
    .
    เหยื่อสภาพหลากหลาย บางคนยังอยากอยู่ต่อ นายดาร์โมซูมาร์โตระบุว่า ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวมีสถานะหลากหลาย บางคนยังมีหนังสือเดินทางของตนเอง บางคนถูกยึดเอกสารโดยหัวหน้าแก๊ง บางคนอยู่เกินกำหนดวีซ่า
    ขณะที่บางรายยังมีใบอนุญาตพำนักถูกต้อง และแสดงความประสงค์จะหางานอื่นในกัมพูชา
    .
    อย่างไรก็ตาม สถานทูตอินโดนีเซียยืนยันจะ เร่งประสานการส่งตัวกลับประเทศ และย้ำเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในต่างแดน
    .
    เสียงจากเหยื่อ “เขาปล่อยทุกคน เพราะรู้ว่าตำรวจกำลังมา”
    หนึ่งในผู้เสียหาย เป็นชายหนุ่มวัย 18 ปี จากเกาะสุมาตรา เล่าว่า เขาถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์ใน #เมืองบาเวต ใกล้ชายแดนเวียดนาม นานถึง 8 เดือนโดยไม่เคยได้รับค่าจ้าง ทั้งที่ถูกหลอกว่าจะได้เงินเดือน 600 ดอลลาร์สหรัฐ หนังสือเดินทางถูก #หัวหน้าชาวจีน ยึดไว้ และต้องมาขอออกเอกสารใหม่ที่สถานทูต

    “พวกเขาได้ข่าวว่าตำรวจกำลังจะเข้าตรวจค้นอาคาร เลยปล่อยทุกคนออกมา” ชายหนุ่มกล่าว
    .
    สถานทูตหลายชาติแน่น
    ในวันเดียวกันนี้ มีรายงานว่ามีผู้คนราว 100 คน ไปต่อแถวหน้าสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงพนมเปญเช่นกัน แม้ผู้ที่ถูกสอบถามจะปฏิเสธให้ข้อมูล
    ขณะที่จีนยืนยันให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของพลเมืองในต่างประเทศ
    .
    ตัวการใหญ่ถูกส่งกลับ จุดเปลี่ยนการกวาดล้าง การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกัมพูชาจับกุมและส่งตัว #เฉินจื้อ นักธุรกิจชาวจีน ผู้ต้องหาเป็นแกนหลักของเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ กลับไปดำเนินคดีที่จีนเมื่อต้นเดือนมกราคม ซึ่งถูกมองว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ทำให้หลายศูนย์สแกมเริ่มแตกกระจายและปล่อยแรงงานออกมา
    .
    .
    #ชายแดนไทยเขมร
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรเป็นภัยคุกคามมั่นคง
    #TeamThailand
    #TruthFromThailand
    #HunSenwarcriminal
    #PeaceBeginsWithTruth
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/14SvQw4qp4C/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เอาให้ลึกสุดใจ #ข่าวสั้นกัมพูชา

    “ กัมพูชาละเลงอดีตลงจอเงิน โศกนาฏกรรมสังหารหมู่บนภูเขาผี รีไซเคิลความเจ็บปวดปลุกชาตินิยม และสานต่อความเกลียดชังไทย ”

    …………..…………..…………..…………

    1.- แม้สถานการณ์ข้อพิพาท #ไทยกัมพูชา จะสิ้นสุดจบลงด้วยข้อตกลงหยุดยิง และกัมพูชาต้องเสียพื้นที่ที่เคยรุกล้ำให้แก่ไทย

    2.- แต่ความเงียบของสนามรบกลับไม่ได้นำมาซึ่งการคลี่คลายความขัดแย้ง หากเพียงย้ายสมรภูมิจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ที่ปลอดภัยกว่าและควบคุมได้มากกว่า

    3.- ซึ่งถูกจัดวางให้ทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเมืองในการผลิตซ้ำความทรงจำ ความเจ็บปวด และอารมณ์รักชาติอย่างเป็นระบบ

    4.- เพื่อการรักษาไฟความรู้สึกรักชาติให้ลุกโชนต่อไปในรูปแบบที่ไม่ต้องใช้กระสุน ไม่ต้องรับผิดชอบทางการทูต และไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกตั้งคำถามที่ไม่มีคำตอบ

    5.- ภาพดังกล่าวปรากฏชัดตั้งแต่ช่วงต้นปี 2026 กับคอนเสิร์ต #theessenceofthekingdom ของคู่รักนักร้องซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังขวัญใจชาวกัมพูชา “ Tep Boprek ” และ G-Devith “

    6.- คอนเสิร์ตที่เชิดชูรากเหง้าและวัฒนธรรมกัมพูชา ผ่านการแสดง แสง สี เสียง สุดอลังการ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชา

    7.- แต่ไฮไลท์ที่สร้างกระแสฮือฮาบนสื่อออนไลน์ของกัมพูชา คือ การจำลองเหตุการณ์ข้อพิพาท #ไทยกัมพูชา การโจมตีปราสาทเขาพระวิหาร กลางเวทีคอนเสิร์ต

    …………..…………..…………..…………

    ▪️ โศกนาฏกรรมภูเขาผี
    ▪️ อนุสาวรีย์พระโค พระแก้ว
    ▪️ ตำนานของดีในท้องพระโค
    ▪️ หยั่งรากลงการศึกษา
    ▪️ ไทย 7 ลักษณะในกัมพูชา
    ▪️ เอาให้ลึกสุดใจ
    ▪️ ประเทศงดพัฒนา
    …………..…………..…………..…………

    ▪️ โศกนาฏกรรมภูเขาผี

    8.- กระแสดังกล่าวยังไม่จบลงเพียงแค่เวทีคอนเสิร์ต เมื่อสื่อกัมพูชาชื่อดังทั้ง “ KBN ” และ “ Kampuchea Thmey News “ รายงานการเปิดกล้องภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ปลุกกระแสรักชาติ

    9.- โดยมี “ នៅ សូនិតា “ อดีตนักแสดงสาวชื่อดังของกัมพูชาซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสมาคมศิลปินกัมพูชา หวนคืนสู่วงการอีกครั้งพร้อมทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงเรียกร้องให้ศิลปินและดารากัมพูชาร่วมสนับสนุนแนวคิดศิลปะเพื่อจิตวิญญาณรักชาติผ่านภาพยนตร์เรื่อง “ សោកនាដកម្មភ្នំខ្មោច “ ( โศกนาฏกรรมภูเขาผี : Tragedy of Ghost Mountain)

    10.- ขณะเดียวกัน เธอยังร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย หลังจากที่เธอห่างหายจากหน้าจอไปนานหลายปีเพื่อไปสร้างครอบครัว

    11.- โดยเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2026 ค่ายภาพยนตร์ LD Production ซึ่งเป็นค่ายผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชาในปัจจุบัน ภายใต้การบริหารของ ” លៀក លីដា “ ได้จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องและเริ่มถ่ายทำอย่างเป็นทางการ ซึ่งทางเจ้าของค่ายเคยเปิดเผยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานฟอร์มยักษ์ที่ทุ่มงบประมาณจำนวนมาก เพื่อสร้างสรรค์ให้ทั้งผู้ชมชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติได้รับชม

    12.- ในวันแรกของการถ่ายทำเพียงวันเดียว มีการใช้งบประมาณมากกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมนักแสดงทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

    13.- “ នៅ សូនិតា ” อดีตนักแสดงสาวชื่อดังของกัมพูชาได้เผยภาพบรรยากาศพิธีเปิดกล้องและกิจกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ณ Phnom Kmoch : ភ្នំខ្មោច (Ghost Mountain) ในเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงปี ค.ศ. 1978-1980

    14.- “ នៅ សូនិតា ” อดีตนักแสดงสาวชื่อดังของกัมพูชาเน้นย้ำว่า

    “ นี่คือเรื่องจริงจากหน้าประวัติศาสตร์อันแสนเจ็บปวดของประชาชนชาวกัมพูชาหลายหมื่นคน ที่ต้องอพยพหนีภัยไปยังสถานที่แห่งหนึ่งด้วยความหวังว่าจะได้รับความเมตตาและความช่วยเหลือ

    แต่มันกลับไม่เป็นไปตามคาด ประชาชนจำนวนมากถูกนำมาปล่อยทิ้งและผลักตกเขาเพื่อสังหารในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา

    สถานที่แห่งนั้นคือ ភ្នំខ្មោច (Phnom Kmoch /Ghost Mountain) ภูเขาที่มีผู้เสียชีวิตลี้ภัยเสียชีวิตหลายหมื่นคน ”

    15.- “ នៅ សូនិតា ” อดีตนักแสดงสาวชื่อดังของกัมพูชาระบุเพิ่มเติมว่า “ แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าประชาชนชาวกัมพูชาเคยเผชิญกับการสังหารหมู่ซ้ำอีกครั้ง หลังจากสิ้นสุดระบอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พลพต "

    16.- และเธอได้กล่าวอวยพรให้การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ลุล่วงด้วยดี พร้อมตั้งความหวังให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำหน้าที่เป็น “ ประจักษ์พยานทางประวัติศาสตร์ ” ที่บันทึกรอยแผลและความเจ็บปวด เพื่อจารึกไว้ในความทรงจำของชาวกัมพูชาทุกชั่วคนว่า

    “ กัมพูชาอ่อนแอ กัมพูชาถูกฆ่า
    กัมพูชาแตกแยก กัมพูชาถูกทำลาย ”

    17.- นอกจากนี้ เธอยังได้เรียกร้องต่อศิลปินและนักแสดงทุกคน ให้ร่วมเตรียมพร้อมช่วยสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ เพื่อเป็นกำลังใจและยกระดับวงการภาพยนตร์กัมพูชา พร้อมเน้นย้ำว่า

    “ ศิลปะหล่อเลี้ยงศิลปะ
    ศิลปะเพื่อจิตวิญญาณรักชาติ ”

    …………..…………..…………..…………

    ภูเขาผี ข้อมูลที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างอิง ระบุว่ามาจากรายงานของ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)

    ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้รวบรวมผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชาประมาณ 40,000 คน

    จากค่ายผู้ลี้ภัยในพื้นที่อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ก่อนนำขึ้นรถบัสไปยังบริเวณเขาพระวิหาร และบังคับให้เดินเท้ากลับเข้าสู่ฝั่งกัมพูชาผ่านพื้นที่หน้าผาลาดชันของเขาพระวิหาร

    ซึ่งในขณะนั้นยังเต็มไปด้วยทุ่นระเบิด และยังอ้างถึงคำให้การของเจ้าหน้าที่กาชาดที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงปากคำของผู้รอดชีวิตบางส่วนซึ่งภายหลังได้ลี้ภัยไปพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา

    UNHCR ระบุว่าเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1979 ทหารไทยบังคับส่งผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชากว่า 42,000 คนจากค่ายชายแดนลงจากเขาพระวิหารกลับกัมพูชา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากทุ่นระเบิดอย่างน้อยหลายร้อยถึงหลายพันคน แม้กาชาดสากลจะเรียกร้องให้ยุติการกระทำดังกล่าว แต่ถูกสั่งให้ออกจากไทย ขณะที่ UNHCR เลือกนิ่งเฉย ทั้งที่เหตุการณ์นี้ถือเป็นการบังคับส่งกลับครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความล้มเหลวร้ายแรงด้านการคุ้มครองผู้ลี้ภัย

    >> https://www.unhcr.org/sites/default/files/legacy-pdf/3ebf9bad0.pdf

    The State of The World's Refugees 2000 - Chapter 4 อยู่หน้า 92 (อยู่หน้า 14/27 จากไฟล์)

    ข้อมูล ภูเขาผี จาก YouTube

    >>


    …………..…………..…………..…………

    ▪️ อนุสาวรีย์พระโค พระแก้ว

    18.- กระแสความเกลียดชังซึ่งถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงอารมณ์ชาตินิยมของกัมพูชามาอย่างยาวนาน ไม่ได้ปรากฏเพียงในถ้อยคำหรือการเคลื่อนไหวทางการเมือง

    19.- หากยังสะท้อนผ่านสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ถูกจัดวางไว้ในพื้นที่สาธารณะ หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “ อนุสาวรีย์รูปปั้นพระโค พระแก้ว “ ในจังหวัดกำปงสปือ ทางตะวันตกของกรุงพนมเปญ

    20.- ในปี 2022 อนุสาวรีย์ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนกัมพูชา จากกรณีรูปปั้นมีลักษณะขาดความประณีต “ พระโคไม่สมกับเป็นพระโค “ และไม่สอดคล้องกับรูปแบบศิลปะดั้งเดิมที่บรรพบุรุษกัมพูชาเคยสร้างไว้

    21.- ชาวกัมพูชารายหนึ่งซึ่งเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวระบุว่า

    “ หากมีการคัดเลือกช่างปั้นที่มีฝีมือและความชำนาญมากกว่านี้ รูปปั้นพระโคพระแก้ว

    อาจพัฒนาไปสู่การเป็นสถานที่เคารพสักการะและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้ ไม่แตกต่างจากรูปปั้นพระทองนางนาคในจังหวัดพระสีหนุ ”

    22.- นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า

    “ ประชาชนกัมพูชามีความศรัทธาและความเชื่อในบารมีของพระโค พระแก้วมาโดยตลอด

    ดังนั้นการก่อสร้างรูปปั้นที่มีลักษณะแตกต่างจากรูปแบบดั้งเดิมซึ่งบรรพบุรุษเคยสร้างไว้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ”

    23.- ตำนานพระโค พระแก้ว ซึ่งอยู่ในสังคมกัมพูชามาอย่างยาวนาน ตามตำนานดังกล่าว พระโค พระแก้ว เป็นพี่น้องร่วมมารดา มีอิทธิฤทธิ์และบารมี

    24.- โดยเชื่อกันว่าภายในท้องของพระโคบรรจุวัตถุล้ำค่า และพระแก้วเป็นแก้วมณีวิเศษ ก่อนที่เรื่องราวจะถูกเล่าต่อว่า ทั้งสองถูกกษัตริย์ไทยนำไปกักขังไว้ในเมืองเสียม (สยาม) โดยมีความเชื่อว่า

    “ คราใดที่ได้พระโค พระแก้วสถิตอยู่ที่ไหน ที่นั้นจะได้ความสุขเกษมศานต์ ”

    25.- และการก่อสร้างอนุสาวรีย์ในที่สาธารณะที่มีเพิ่มขึ้นนั้น เพื่อเป็นเสริมภาพลักษณ์เมือง การระลึกถึงเรื่องราวทางประประวัติศาสตร์และดึงดูดนักท่องเที่ยว

    …………..…………..…………..…………

    ▪️ ตำนานของดีในท้องพระโค

    26.- จากบทความ “ ไทยในแบบเรียนประวัติศาสตร์กัมพูชา ความเป็นชาตินิยมในแบบเรียน ” ของ “ รศ.ดร. ศานติ ภักดีคำ ”หัวหน้าสาขาวิชาภาษากัมพูชา อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระบุว่า

    “ ตำนานพระโค พระแก้ว เป็นตำนานที่เกี่ยวข้องกับการเสียเมืองละแวก ”

    27.- ซึ่งมีเรื่องย่อดังนี้ ในสมัยเมืองละแวกมีชาวนาคู่หนึ่งอาศัยอยู่ ต่อมาภรรยาได้ตั้งครรภ์และปีนต้นมะม่วงตกลงมาเสียชีวิต ลูกที่คลอดออกมาคือพระโคผู้พี่ซึ่งเป็นวัวและพระแก้วผู้น้องเป็นคน

    28.- พระโคเลี้ยงดูพระแก้วด้วยการเคี้ยวหญ้าแล้วเสกออกมาเป็นอาหารและสิ่งของต่าง ๆ ให้พระแก้ว เมื่อชาวบ้านทราบก็โลภต้องการจับพระโคฆ่าเสียเพื่อจะได้เอาทรัพย์สินที่อยู่ในท้องพระโค พระโคและพระแก้วจึงหนีไป

    29.- ต่อมาพระแก้วได้เป็นพระราชบุตรเขยของพระบาทรามาเชิงไพรกษัตริย์ ผู้ครองเมืองละแวก และกิตติศัพท์เรื่องพระโค-พระแก้วล่วงรู้ไปถึงกรุงศรีอยุธยา

    30.- พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาจึงปรารถนาได้พระโค-พระแก้วมาไว้ในพระนคร พระองค์จึงส่งทูตมาเพื่อท้าประลองชิงบ้านเมืองเพื่อให้ได้ พระโค พระแก้ว

    31.- การประลองมี 3 ครั้งโดย พระโค เป็นตัวแทนของเมืองละแวกไปร่วมประลอง การประลองครั้งที่ 1 เป็นการแข่งชนไก่ ครั้งที่ 2 เป็นการชนช้าง ซึ่งพระโคสามารถเอาชนะได้ทั้งสิ้น การประลองครั้งที่ 3 เป็นการชนวัว

    32.- พระโค ที่รู้ว่าตนไม่สามารถเอาชนะ โคยนต์ ของกรุงศรีอยุธยาได้ จึงวางอุบายว่าหากตนหมอบ 3 ครั้งให้พระแก้วกับนางเภา (ภรรยาพระแก้ว) จับหางของตนไว้เพื่อจะได้เหาะหนีให้ทันท่วงที

    33- ในที่สุดพระโคก็เหาะหนี แต่ทหารไทยยกทัพติดตามและนางเภาได้ตกลงมาเสียชีวิต ส่วนพระโคและพระแก้วถูกจับได้ ทำให้เสียเมืองละแวกแก่ไทย

    34.- พระโคและพระแก้วถูกจับตัวไปยังกรุงศรีอยุธยา อันเป็นเหตุให้ สรรพวิทยาความรู้ ทั้งปวงที่อยู่ในท้องพระโคถูกนํามาไว้ยังเมืองไทย และกัมพูชาก็เสื่อมลงจนถึงปัจจุบัน

    35.- ตํานานเรื่องพระโค พระแก้ว แม้จะเป็นตํานานที่รู้จักกันดีในหมู่ประชาชนกัมพูชา แต่ก็มิได้ปรากฏว่ามีการนํามาแต่งเป็นวรรณกรรมร้อยกรอง หากอยู่ในรูปของมุขปาฐะจนถึงปี ค.ศ. 1952 สํานักพิมพ์คีม คี จึงนํามาพิมพ์เผยแพร่

    36.- ในปี ค.ศ. 2001 สํานักพิมพ์ไรยํ ได้นําตํานานเรื่องนี้มาเขียนภาพประกอบแล้วพิมพ์เผยแพร่เป็นหนังสือภาพประกอบตํานานเรื่อง พระโค พระแก้ว ซึ่งในตอนท้ายเรื่องได้กล่าวถึง “ ความสำคัญของพระโค ” ไว้ว่า

    “…พวกสยามเห็นว่าเมื่อใดได้พระโคอยู่ ณ ที่ใด ที่นั้นจะได้สุขเกษมศานต์

    ดังนี้แล้วพวกสยามจึงได้พยายามดูแลรักษาพระโค-พระแก้วไว้อย่างแข็งแรง

    แล้วนับแต่เวลานั้นมา พระโค พระแก้วจึงมิได้กลับคืนมายังเมืองกัมพูชาจนถึงทุกวันนี้…”

    37.- นอกจากนี้ในแบบเรียนในการศึกษาของกัมพูชา จากหนังสือประวัติศาสตร์เขมร ภาค 2 เรียบเรียงโดย ตรึง เงีย (ตฺรึง งา) ยังได้แสดงออกถึงความรู้สึกเสียดายพระโค-พระแก้วไว้ด้วย ดังความว่า

    “…ในปี ค.ศ. 1553 สยามจับได้พระอุปโยราชศรีสุริโยพรรณกับพระราชบุตรทั้งสองคือ พระชัยเจษฎา (พระชนม์ได้ 15 พรรษา) และพระอุทัย (พระชนม์ได้ 5 พรรษา)

    พร้อมทั้งกระบวนขนาดนักปราชญ์ราชบัณฑิตกวี รูปประติมากรรมพระโค พระแก้ว และเชลยกัมพูชาเป็นจํานวนมากไปประเทศสยาม

    หลังจากสมเด็จพระนเรศวรประทับอยู่ในประเทศกัมพูชาได้ 3 เดือน ก็เสด็จกลับคืนไปกรุงศรีอยุธยา โดยตั้งให้ขุนนางผู้ใหญ่สยามตั้งกํากับอยู่ที่กรุงอุดงค์

    ควรอธิบายให้ทราบว่าที่ด้านหน้าพระวิหารพระแก้วในกรุงเทพมหานครของประเทศไทย

    ปัจจุบันนี้มีรูปประติมากรรมพระโคซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับวัวใหญ่ในท้องเป็นช่องว่าง

    ถ้าเช่นนั้นนี่คือรูปพระโคพระแก้วซึ่งสยามนําเอาไปได้ในคราวที่ตีเมืองละแวกแตกหรือไรกัน?…”

    …………..…………..…………..…………

    อ่านต่อในอัลบั้มภาพในโพสต์

    …………..…………..…………..…………

    ที่มาข้อมูลอ้างอิง ภูเขาผี

    >> https://m.pantip.com/topic/43684287

    …………..…………..…………..…………

    ที่มาข้อมูลจากสื่อกัมพูชา

    >> https://knongsrok.com/archives/179318

    >> https://www.kampucheathmey.com/entertainment/1053190

    >> https://kohsantepheapdaily.com.kh/article/1586784.html

    >>


    >> https://kbn.news/archives/374542

    >> https://www.facebook.com/share/v/1NPFBkcB6j/

    >> https://www.facebook.com/share/p/1DaW1HDNho/?mibextid=wwXIfr


    FB_IMG_1768868519320.jpg FB_IMG_1768868521566.jpg FB_IMG_1768868525018.jpg FB_IMG_1768868527699.jpg FB_IMG_1768868530165.jpg FB_IMG_1768868532907.jpg FB_IMG_1768868535485.jpg FB_IMG_1768868537695.jpg FB_IMG_1768868540254.jpg FB_IMG_1768868542927.jpg FB_IMG_1768868545484.jpg FB_IMG_1768868548286.jpg FB_IMG_1768868550789.jpg FB_IMG_1768868553009.jpg FB_IMG_1768868555696.jpg FB_IMG_1768868558293.jpg FB_IMG_1768868560815.jpg FB_IMG_1768868563284.jpg FB_IMG_1768868565645.jpg FB_IMG_1768868572155.jpg
    …………..…………..…………..…………

    https://www.facebook.com/share/p/1C72Qh7Rkn/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ช่วงที่ผ่านมา ใบหน้าของหญิงสาวชาวยูเครนชื่อ Olga Loiek ถูกแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตภายในจีนจำนวนมากนำไปใช้ โดยอาศัยเทคโนโลยี AI ทำการคัดลอกและดัดแปลงซ้ำ ๆ เพื่อใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อที่เรียกว่า “มิตรภาพจีน–รัสเซีย” (หรือที่รู้จักกันว่า “การโฆษณาชวนเชื่อจากรัฐ”)

    ทางด้าน Olga Loiek ระบุว่าเธอโกรธอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่อาจยอมรับได้ที่ภาพลักษณ์ของเธอถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับประเทศที่กำลังรุกรานบ้านเกิดของเธอเอง

    เธอกล่าวในคลิป :

    จนกระทั่งฉันเห็นใบหน้าของตัวเองถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียลมีเดียจีน จากนั้นฉันใช้ Google Translate แปลวิดีโอเหล่านั้น และก็พบสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เนื้อหาที่ “ร่างโคลน” ของฉันพูดออกมา ฟังดูเป็นการโฆษณาชวนเชื่อแบบโจ่งแจ้ง ทุกบัญชีที่ใช้หน้าของฉันดูเหมือนจะมีวาระซ่อนเร้นบางอย่าง

    ฉันอยากให้คุณดูบัญชีหนึ่งชื่อ Natasha Imported Food พวกเขาสร้างตัวตนว่าเป็นผู้หญิงรัสเซียอายุ 31 ปี ขายและโฆษณาสินค้ารัสเซีย และตอนนี้บัญชีนี้มีผู้ติดตามถึง 140,000 คนแล้ว

    ในบัญชีนี้มีวิดีโอจำนวนมากที่ใช้หน้าของฉัน โดยพูดซ้ำ ๆ ว่าเธอชอบรัสเซียแค่ไหน และรัสเซียต้องการการสนับสนุนทางเศรษฐกิจจากจีนมากเพียงใด ลองดูสิ่งที่พวกเขาพูดกันจริง ๆ

    “ชาวรัสเซียจะจดจำเสมอ
    เมื่อประเทศอื่นปฏิเสธสินค้ารัสเซีย การสนับสนุนของคุณคือสิ่งที่ช่วยให้รัสเซียผ่านพ้นความต้องการเร่งด่วน
    จีนกับรัสเซียเป็นเพื่อนบ้านที่ดี
    มิตรภาพจีน–รัสเซียยั่งยืนตลอดไป”

    จากนั้นเธอก็โฆษณาขนมรัสเซีย และคุณสามารถกดเข้าไปซื้อของที่เธอโฆษณาได้จริง ซึ่งมันบ้ามาก เพราะตัวฉันเองยังไม่เคยได้เงินจาก YouTube แม้แต่ 1 ดอลลาร์ แต่พวกเขาใช้หน้าของฉันไปทำกำไรแล้ว

    และยังมีอีกบัญชีหนึ่ง ชื่อ April เรื่องราวที่พวกเขาสร้างให้เธอคือ เคยมาเรียนที่จีน แล้วตัดสินใจอยู่ต่อเพราะชอบจีนมาก
    “ฉันคิดว่าจีนคือประเทศที่ทรงพลังที่สุด ฉันชอบจีน”
    จากนั้นก็พูดว่า “คุณยินดีต้อนรับสาวรัสเซียมาแต่งงานในจีนไหม?”
    และปิดท้ายด้วย “หวังว่ามิตรภาพจีน–รัสเซียจะคงอยู่ตลอดไป”

    และที่น่าสนใจคือ ไม่ได้มีแค่ Natasha กับ April ยังมีโคลนอื่น ๆ อีกเป็นสิบ ๆ บัญชี ที่คุณเห็นตรงนี้ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่พวกคุณส่งมาให้ฉัน เพราะหลายคนส่งลิงก์บัญชีต่าง ๆ เหล่านี้มา ซึ่งก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่

    จากวิดีโอนับร้อยที่ฉันดูมา โคลนของฉันส่วนใหญ่พูดถึงความยิ่งใหญ่ของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจีน และย้ำว่ารัสเซียต้องการการสนับสนุนทางเศรษฐกิจจากจีนอย่างมาก ดูเหมือนว่า “เนื้อเรื่องหลัก” ของโคลนเหล่านี้คือการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ โดยนำเสนอผ่านมุมมองของ “ฉัน” หรือ “โคลนของฉัน” ในฐานะชาวรัสเซีย

    ในฐานะชาวยูเครน เรื่องนี้ทำให้ฉันโกรธอย่างรุนแรง เพราะครอบครัวของฉันต้องหลบซ่อนทุกครั้งที่มีสัญญาณเตือนการโจมตีทางอากาศ และชาวยูเครนอีกนับแสนคนถูกอพยพ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการโจมตีของรัสเซีย แต่ตอนนี้ฉันกลับต้องมาเห็น “ร่างสำเนาของตัวเอง” ออกมาสนับสนุนและแสดงความเห็นอกเห็นใจฝ่ายนั้น

    คลิปในคอมเม้นต์

    https://www.facebook.com/share/v/17fxfLwnBH/

    FB_IMG_1768870365649.jpg FB_IMG_1768870368179.jpg FB_IMG_1768870373504.jpg FB_IMG_1768870370543.jpg

    https://www.facebook.com/share/1H2uH8MTAZ/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 มกราคม 2026 at 07:57
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UPDATE: กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กหวังภาครัฐคุมผลิตเหล็กตั้งแต่โรงงานแทนสุ่มตรวจ แก้ปัญหาแข่งขันไม่เป็นธรรม ท่ามกลางภาวะสินค้าจีนทะลัก
    .
    ท่ามกลางมรสุมทางเศรษฐกิจที่ถาโถมใส่อุตสาหกรรมเหล็กไทย ทั้งปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินจากจีน และสงครามราคาที่ดุเดือด ล่าสุดภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาระดมความเห็นในงานสัมมนา “อุตสาหกรรมเหล็กและมาตรฐานเหล็กเส้น สำหรับงานก่อสร้างไทย” โดยชี้ว่า ‘มาตรฐานผลิตภัณฑ์’ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยพยุงทั้งความปลอดภัยของประชาชนและความอยู่รอดของผู้ผลิตไทย
    .
    สถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กไทยในปี 2568 ยังคงน่าเป็นห่วง แม้คาดการณ์การบริโภคในประเทศจะสูงเกิน 17 ล้านตัน แต่ผู้ผลิตไทยกลับมีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) เพียง 32% เท่านั้น สาเหตุหลักมาจากการไม่สามารถแข่งขันกับเหล็กนำเข้าได้
    .
    ล่าสุดในวงเสวนา “อุตสาหกรรมเหล็กและมาตรฐานเหล็กเส้น สำหรับงานก่อสร้างไทย : อดีต ปัจจุบัน อนาคตที่สังคมต้องได้รับรู้” ตัวแทนภาคอุตสาหกรรมและวิศวกรโครงสร้างได้ออกมาร่วมกันส่งสัญญาณเตือน พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) โดยเน้น “การควบคุมกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่ต้นทาง” เพื่อสกัดกั้นเหล็กคุณภาพต่ำ และแก้ปัญหาการแข่งขันไม่เป็นธรรม
    .
    อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่ : https://thestandard.co/steel-industry-wants-control-stop-chinese-dumping/
    .
    #TheStandardWealth

    https://www.facebook.com/share/p/1ZwvuCEFd7/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขย่าเกาะกง แฉนรก 'ดาราสาคร' กักขังชายอังกฤษ บังคับแรงงาน ปิดปากคนต่างชาติกลางอาณาจักรลับ

    20 มกราคม 2569 รายงานจากพื้นที่ #คีรีสาคร (ดาราสาคร) #จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา งสร้างความกังวลในวงกว้าง เมื่อมีข้อมูลกล่าวอ้างถึงการ #ควบคุมตัวและละเมิดสิทธิแรงงานต่างชาติ ภายในอาคารแห่งหนึ่ง โดยผู้เสียหายเป็นชายที่ถูกระบุชื่อว่า “จอห์น” ซึ่งเชื่อว่าเป็น #พลเมืองสหราชอาณาจักร
    .
    ข่าวในพื้นที่ระบุว่า ชายคนดังกล่าวทำงานอยู่ใน อาคาร 10 ห้อง 702 ก่อนจะถูกควบคุมตัว โทรศัพท์ถูกยึด และถูกตัดขาดจากการติดต่อกับโลกภายนอก ปัจจุบันถูกบังคับให้ทำงานโดย ไม่ได้รับค่าตอบแทน และไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากภายนอกได้
    .
    รูปแบบควบคุม–ซ่อนเร้น สร้างภาพ “อาคารร้าง”
    รายงานยังระบุถึง รูปแบบการจัดการภายในที่เป็นระบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ โดยมีการเคลื่อนย้ายแรงงานหรือ #ซ่อนตัวผู้ทำงาน ในช่วงที่มีการตรวจเยี่ยม ปิดไฟภายในอาคาร เพื่อให้ดูเหมือนไม่มีคนอาศัยอยู่ และจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวด
    .
    มีการกล่าวอ้างว่า ระบบรักษาความปลอดภัยภายในและกลุ่มผู้คุม ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการข่มขู่ กดดัน และลงโทษผู้ที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง สร้างบรรยากาศหวาดกลัวให้แรงงานทั้งชายและหญิง
    .
    อ้างอิทธิพล–ตอกย้ำ “หนีไม่ได้”
    ข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ผู้บริหารหรือผู้ควบคุมสถานที่ อ้างถึง การได้รับความคุ้มครองจากการติดสินบน กับเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน เพื่อย้ำกับแรงงานว่า การหลบหนีหรือการขอความช่วยเหลือจากภายนอกเป็นไปไม่ได้
    .
    บรรยากาศภายในถูกอธิบายว่าเป็น “วัฒนธรรมแห่งความกลัว” ที่แรงงานถูกมองเป็นเพียงทรัพยากรที่ใช้แล้วทิ้ง โดยมีรายงานไม่เป็นทางการว่า ผู้ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงบางคน หายตัวไป หลังจากนั้น โดยไม่ทราบชะตากรรม
    .
    สถานการณ์ล่าสุด จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทางการกัมพูชาหรือสถานทูตอังกฤษ อย่างไรก็ตาม #นักสิทธิมนุษยชน และอ #งค์กรเฝ้าระวังการค้ามนุษย์ ในภูมิภาคกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่ #ดาราสาคร เคยถูกจับตาจากนานาชาติในประเด็น อาชญากรรมข้ามชาติ การบังคับใช้แรงงาน และการหลอกลวงออนไลน์

    ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่า หากข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยัน อาจกลายเป็นแรงกดดันรอบใหม่ต่อรัฐบาลกัมพูชา ในช่วงที่กำลังเร่งฟื้นภาพลักษณ์ด้านการปราบปรามขบวนการผิดกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล
    .
    .
    #ชายแดนไทยเขมร
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรเป็นภัยคุกคามมั่นคง
    #TeamThailand
    #TruthFromThailand
    #HunSenwarcriminal
    #PeaceBeginsWithTruth
    .
    .
    #Thaitribune


    FB_IMG_1768901001951.jpg FB_IMG_1768901004898.jpg FB_IMG_1768901007014.jpg

    https://www.facebook.com/share/1AHMWQqUiN/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชา | สแกมเมอร์ในกัมพูชา แตก

    ภาพที่ 1-2 ด่านบาเวต จังหวัดสวายเรียง กัมพูชา ค่ำวันที่ 19 มกราคม 2026 ชาวต่างชาติ และชาวเวียดนาม
    ติดอยู่ในเมืองชายแดนเนื่องจากข้ามด่านไปเวียดนามไม่ทัน สาเหตุด่านมีคนข้ามจำนวนมากแถวยาวตลอดทั้งวัน บุคคลเหล่านี้ทำงานในเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา

    ภาพที่ 3 เมืองพระตะบอง คนจีนใช้รถกระบะชนกำแพงเพื่อหนีออกจากรังสแกมเมอร์ จากรายงานหลบหนีได้จำนวนมาก

    ภาพ 3-5 รังสแกมเมอร์ที่อื่นๆ ผู้คนต่างหลบหนีออกเช่นกัน

    ทั่วทั้งกัมพูชาตลอดสัปดาห์นี้ หลังเฉินจื้อ ถูกส่งไปจีน และทีมจีน มือปราบ หลิวจงอี้ เยือนกัมพูชา พบรังสแกมเมอร์แตกจำนวนมาก
    คนหนีออก ไปกบดานในกัมพูชา หรือข้ามไปเพื่อนบ้านที่พรมแดนติดกัน โดยเฉพาะเวียดนาม

    FB_IMG_1768901170609.jpg FB_IMG_1768901172950.jpg FB_IMG_1768901175641.jpg FB_IMG_1768901178033.jpg FB_IMG_1768901180757.jpg FB_IMG_1768901183399.jpg


    https://www.facebook.com/share/1BxVvC2Yqz/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โองการพระพุทธเจ้า 5 พระองค์


    นะโมสุคะโต อะตีตาจะ: ขอนอบน้อมพระผู้มีความสุข (พระพุทธเจ้า) ในกาลที่ล่วงไปแล้ว.

    นะโมสุคะโต ปัจจุปปันนา: ขอนอบน้อมพระผู้มีความสุข (พระพุทธเจ้า) ในกาลปัจจุบัน.

    นะโมสุคะโต อะนาคะตา: ขอนอบน้อมพระผู้มีความสุข (พระพุทธเจ้า) ในกาลอนาคต.

    ปัญจะพุทธา มะเหสินัง: พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ผู้เป็นมหาฤาษี.

    อิทธะปะฐะวิง: (พระพุทธเจ้า) ผู้มีฤทธิ์ในแผ่นดินนี้.

    ปัญจะพุทธา สัพพัญญูตะญาระปะฏิเวธัง: พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ผู้มีความรู้แจ้งในสรรพสิ่ง.

    นะวะโลกุตตะระ ธัมเมหิ สัพพเพสิขิพุทธามะเหสินัง: (พระพุทธเจ้า) ผู้ทรงคุณวิเศษ 9 ประการ และพระพุทธเจ้าผู้เป็นมหาฤาษี.

    เมตเตยโยพุทธะอะนาคะตา: พระพุทธเจ้าองค์ต่อไป (พระศรีอริยเมตไตรย) ผู้จะมาในอนาคต.

    ปัญจะพุทธา ชาตา ปะถะวียัง: พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ที่อุบัติแล้วในโลกนี้.

    มาตุคัพพา นิกขะมิตะวา มาตุคัพภัง ปะติฏฐิตัง: (ทรงออกจาก) พระครรภ์มารดา แล้วประทับในพระครรภ์มารดา (หมายถึงการประสูติ).

    จุติสันธิยังวา จะตุโลกะปาลารักขัง: (เมื่อ) จุติแล้ว (พระองค์) ทรงคุ้มครองโลกทั้ง 4 ด้วย.

    มะหาอัจฉิริยัง สะกะละมะหาปะถะวียาวะ อากาสะกังคัง: ความอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ทั่วทั้งปฐพีถึงท้องฟ้า.

    ตะถา สะระณัตถี: (พระพุทธเจ้า) ผู้เป็นสรณะ (ที่พึ่ง) แก่ผู้ที่ปรารถนา.

    สะมุททะคัมภีรัง: ผู้ลึกซึ้งเหมือนมหาสมุทร.


    ปะทุมะอุปะลังกะมุทธะชาตารักขันธะปัตตะ สังขัง: ด้วยอานุภาพแห่งพระปทุม (ดอกบัว) ที่ผลิบานเหนืออุบล (ดอกบัวชนิดหนึ่ง) อันเป็นที่รักยิ่ง (มุทธะ) ที่บังเกิดเป็นกลุ่ม (สังขัง) เป็นเครื่องคุ้มครองป้องกัน (รักขันธะ).

    ปะทุมา อุเจโตลังกา โตปะวะระปะทุมะ ปุปผิตะสะกะละ:
    พระพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ดุจดอกบัวที่บานสะพรั่งและรุ่งเรือง สว่างไสวไปด้วยพระเมตตาและปัญญาจิต
    - ดอกบัวที่สูงเด่น (อุเจโตลังกา) ผลิบานบนผืนแผ่นดินใหญ่ (มะหาปะถะวียัง) และแผ่กิ่งก้านไป (ปัตตะลัง).

    ปะทุมุปปสัสะชาตา อากะสะ ทะวารังวิตาลังปะทุมะ อุปัลละสันธานัง: ดอกบัวที่เกิดขึ้นใหม่นั้น แผ่ไปยังประตูสวรรค์ (อากะสะ ทะวารัง) และสืบต่อกันไป (วิตาลัง) ดุจสายใยแห่งดอกบัว.

    สัตตะทิพพะตุริยัง ปะวะรัง ปะตากาสัง พุทโธ สะกะละ มะหาปะถะวียัง อาลุกา สิลาอุทะกา: ดนตรีสวรรค์ทั้งเจ็ด (สัตตะทิพพะตุริยัง) และแสงสว่างที่รุ่งเรือง (ปะวะรัง) แผ่ซ่านไป พระพุทธเจ้าสถิตทั่วทั้งปฐพี ให้แสงสว่างดุจแก้วและน้ำ (อาลุกา สิลาอุทะกา).

    สัพเพสุวัณณะ รัชชะฏะชาตา สุวัณณะรัชชะฏะปุลาณังจะละติ ทุพภะลาปาตุระเหสุ: ทรัพย์สินเงินทอง (สุวัณณะ รัชชะฏะ) ทั้งหมดไหลมา (ชาตา) เมืองและทรัพย์สินเหล่านั้นไหลมา (จะละติ) แม้ผู้ที่อ่อนแอ (ทุพภะลา) ก็ปรากฏ (ปาตุระเหสุ).

    สัพเพพิชชะปะถะวียัง ชะละพิชชะมูละ พิชชะธะรากัมปะรุกเขชาตา: ความรู้ (พิชชะ) และเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ (พิชชะ) ที่อยู่ใต้ผืนดิน (ชะละพิชชะมูละ) ก็งอกงามบนต้นไม้ (รุกเขชาตา).

    ทิพพะโอยานัง ตะถาอิทธิสังยุตัตโถ สัพพะพุทธา สัพพัญญูตัญญาณะ ปะติเวธัง ปะวะรัง อังคะลักขะณัง: ด้วยอานุภาพแห่งทิพยโอสถ (ทิพพะโอยานัง) และอำนาจแห่งฤทธิ์ (อิทธิสังยุตัตโถ) พระพุทธเจ้าทั้งปวง (สัพพะพุทธา) ได้บรรลุญาณหยั่งรู้ (สัพพัญญูตัญญาณะ ปะติเวธัง) ซึ่งเป็นคุณอันประเสริฐ (ปะวะรัง) มีลักษณะแห่งพระองค์ (อังคะลักขะณัง).


    พุทธาฉัพพัณณะรัง สิยาโลกัง : พุทธานุภาพ 6 ประการ (ฉัพพรรณรังสี) จงบังเกิดในโลก

    อะมัตถัทโธโลกะหิตังสีติโลกะ สะมัตถิโลกังพิชชังพานะโลกะเสฏฐัง โลกะหัสธัยยะสะมัตติเทวะ : แสงแห่งความดีงามที่ยังประโยชน์แก่โลก เพื่อความสงบเย็น และความสำเร็จในโลก เป็นแสงแห่งวิชา (ความรู้) เป็นที่พึ่งของโลก เป็นที่พึ่งของหมื่นโลก เป็นกำลังของเทพยดา.

    ปัจฉิง สุพุทธาอะธิฏฐานะสัจจัง : ขอให้การอธิษฐานของพระพุทธเจ้าเป็นสัจจะ.

    อะหังปูชา อะหังวันทา : ข้าพเจ้าขอบูชา ข้าพเจ้าขอกราบไหว้.

    อะหังปาสา โทมะนา สัพพะโสตถีจะ : ข้าพเจ้าขออธิษฐาน ขอให้ทุกข์โศก โรคภัยทั้งหลาย จงหมดสิ้นไป.

    ปัญจะพุทธา ทะสะลักขะณา อะหัง คะเหตตะวา : (ขอให้) พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ผู้มีลักษณะ 10 ประการ (ทศพิธราชธรรม) จงเป็นที่พึ่ง.

    ทะเสสิเต สุวัณณะ ธัมมะชาตาวานิธิวาปาตุระเหสุง : ขอให้ธรรมอันเป็นแก้วเกิดปรากฏขึ้น.

    สัพพะพิชชะมะหะโว โสถะคุชชะลี โน ขันธิตตะวา : ขอให้ความรู้ทั้งหมดจงมีพลัง (โสถะคุชชะลี แปลว่า พลัง, ความสำเร็จ) อย่าได้หวั่นไหว.

    อะหัง อุทังปาตุระเหสุง สุวัณณะธัมมะชาตาวาพิชชะปาตุระเหตุ : ขอให้ (สิ่งที่ดีงาม) จงปรากฏขึ้น (ให้ข้าพเจ้าได้) เพื่อเป็นเหตุแห่งธรรมและพิชชา.

    ทะสาปะทะลักขะณะพุทธานัง นิสเสยยะยาคงคง พาลุกา มิตถิปัญญะปัญญะปุปผาลิลาเหโภขะละณี : ขอให้คำสอนของพระพุทธเจ้าผู้มีลักษณะ 10 ประการ เป็นที่พึ่งแก่ตระกูลที่มั่นคง (พาลุกา-ทราย มิตถิ-มิตร ปัญญา ปัญญา ปุปผา-ดอกไม้).

    วะยันเต สุวัณณะ รัชชะฏาสะหะ สัพพะพิชชาขิปปะเมวะ สะมิชฌันตุ : ขอให้ท่านทั้งหลายจงสำเร็จด้วยแก้ว (สุวัณณะ) เงิน (รัชชะฏา) และสรรพวิชาโดยเร็วพลัน.


    นะโม สุคะโต สิขิโต ปะวะโร" แปลว่า ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เสด็จไปดีแล้ว ผู้ทรงฝึกตนดีแล้ว ผู้ประเสริฐที่สุด (นะโม (Namō): ขอนอบน้อม, ขอนมัสการ.,สุคะโต (Sukhata): ผู้เสด็จไปดีแล้ว, ผู้ตรัสรู้ดีแล้ว (มาจาก สุ + คต).,สิขิโต (Sikkhito): ผู้ฝึกตนดีแล้ว, ผู้ได้ศึกษามาดีแล้ว (มาจาก สิกฺขา),
    ปะวะโร (Pavarō): ผู้ประเสริฐที่สุด, ผู้เลิศที่สุด)

    นะโม กุกกุสันโธ พุทธะเสฏโฐ" แปลว่า "ขอนอบน้อมแด่พระกุกกุสันธพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด"(นะโม: แปลว่า ความนอบน้อม, การประณต, กุกกุสันโธ: คือ พระนามของพระพุทธเจ้าพระองค์แรกในภัทรกัปนี้ (พระกุกกุสันธพุทธเจ้า),พุทธะ: แปลว่า ผู้รู้, ผู้ตื่น, ผู้เบิกบาน หรือพระพุทธเจ้า ,
    เสฏโฐ: แปลว่า ผู้ประเสริฐที่สุด, ผู้วิเศษที่สุด)

    นะโม โกนาคะมะโน พุทธะเสฏโฐ" แปลว่า "ขอนอบน้อมแด่พระโกนาคมนพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด"

    "นะโม กัสสะโป พุทธะอังโค" แปลว่า ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระกัสสปพุทธเจ้า ผู้เป็นส่วนหนึ่งแห่งพุทธวงศ์ (พุทธะอังโค: ส่วนประกอบแห่งพระพุทธเจ้า หรือ ผู้เป็นส่วนหนึ่งของพุทธวงศ์)

    นะโม โคตะโม โลกะหิโต" แปลว่า "ขอนอบน้อมแด่พระโคตม (พระพุทธเจ้า) ผู้เป็นที่พึ่งแก่โลก (ผู้ทรงเกื้อกูลโลก) (โลกะหิโต: ผู้เกื้อกูลโลก, ผู้เป็นที่พึ่งแก่โลก)

    นะโม เมตเตยโย มะหาวีโร แปลว่า
    ขอนอบน้อมแด่พระเมตไตรยผู้มีความกล้าหาญยิ่ง" หรือ "ขอนอบน้อมแด่พระศรีอริยเมตไตรยผู้เป็นมหาวีรบุรุษ" (เมตเตยโย: พระเมตไตรย (นามของพระพุทธเจ้าที่จะมาอุบัติในอนาคต), มะหาวีโร: ผู้มีความกล้าหาญมาก, มหาวีรบุรุษ (เป็นคำสรรเสริญพระพุทธคุณ))


    ปัญจะพุทธา ปะทะคะตา สะวัตถิลาภา ภะวันตุ เม ฯ แปลว่า "ขอความสวัสดีและลาภผลจงมีแก่ข้าพเจ้า ตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์"
    (ปัญจะพุทธา: พระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ (หมายถึงพระพุทธเจ้าในภัทรกัปนี้ ได้แก่ พระกกุสันธะ, พระโกนาคมนะ, พระกัสสปะ, พระโคตมระ และพระศรีอริยเมตไตรย), ปะทะคะตา: ผู้ดำเนินตามรอยเท้า หรือ ผู้เสด็จไปตามทาง (มักใช้ในความหมายว่า การดำเนินตามพุทธวิถี), สะวัตถิลาภา: ความสวัสดี (ความปลอดภัย/โชคดี) และลาภผล,ภะวันตุ เม: จงมีแก่ข้าพเจ้า)

    สัพเพ เทวา สะมาคะตา ปัสสันตุ เม สัชฌายะมันตัง: ขอให้เทวดาทั้งหลายมาพร้อมกัน จงมาดูการสวดมนต์ของเราเถิด

    สิขีสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระสิขีสัมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 2) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    กุกกุสันธสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระกุกกุสันธพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 1) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    โกนาคะมะนัสสะสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระโกนาคมนพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 3) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    กัสสะปะสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระกัสสปพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 4) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    โคตะมะสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระโคตมะพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    อะระหันโต อัคคะสาวะกา พิชะกัง สัพพะธะนัง สาวัตถิลาภา ภะวันตุ เม: ขอให้พระอรหันต์ พระอัครสาวกทั้งหลายจงมีชัยชนะในทุกๆ ด้าน ขอให้เกิดทรัพย์สมบัติและลาภผลเหมือนที่พระเจ้าปเสนทิโกศลได้จากเมืองสาวัตถี (การสร้างวัดเชตวัน) จงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า.



    สัพเพ เทวา สะมาคะตา ปัสสันตุ เม สัชฌายะมันตัง: ขอให้เทวดาทั้งหลายมาพร้อมกัน จงมาดูการสวดมนต์ของเราเถิด

    สิขีสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระสิขีสัมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 2) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    กุกกุสันธสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระกุกกุสันธพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 1) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    โกนาคะมะนัสสะสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระโกนาคมนพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 3) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    กัสสะปะสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระกัสสปพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ 4) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    โคตะมะสัมพุทธานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง: ด้วยอานุภาพของพระโคตมะพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) ขอให้ทองและทรัพย์สินจงบังเกิด

    อะระหันโต อัคคะสาวะกา พิชะกัง สัพพะธะนัง สาวัตถิลาภา ภะวันตุ เม: ขอให้พระอรหันต์ พระอัครสาวกทั้งหลายจงมีชัยชนะในทุกๆ ด้าน ขอให้เกิดทรัพย์สมบัติและลาภผลเหมือนที่พระเจ้าปเสนทิโกศลได้จากเมืองสาวัตถี (การสร้างวัดเชตวัน) จงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า.

    หมายเหตุ
    คาถามงคลจักรวาลน้อย" (ฉบับเต็ม) หรือที่เรียกกันว่า "คาถาพระเจ้า 5 พระองค์" มีความหมายถึงการเชิญเทพเทวดามาอนุโมทนา และขอให้เกิดลาภผล ทรัพย์สิน ความเจริญรุ่งเรืองจากพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ (พระศรีสัมพุทธเจ้า, พระกกุสันธพุทธเจ้า, พระโกนาคมนพุทธเจ้า, พระกัสสปพุทธเจ้า, พระโคตมะพุทธเจ้า) และพระอัครสาวก เพื่อให้เกิดโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ ป้องกันภัยอันตราย และสำเร็จทุกประการ โดยเฉพาะ "สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง" หมายถึง เกิดทองและทรัพย์สินขึ้นมา.

    ๖ ๏
    สัพเพ เทวา ยักขา ภูตา ปะริตตา ปะเวอัตตะเน: ขอให้เทวดา ยักษ์ ภูตทั้งปวง จงรักษาตนเอง.

    สัพเพ ราชา เมธิยะ มะนุสสา: ขอให้พระราชาและมนุษย์ทั้งปวง (ที่อาจมีอำนาจ).

    สัพเพ โกธา วินาสสันตุ: ขอให้ความโกรธทั้งปวงจงพินาศไป.

    ทิสสะวา ตัญจะ ปิยะปุตตัง: (ขอให้เขา) เห็นเรา (เหมือน) ลูกอันเป็นที่รัก.

    ปุตโต สิ เนโห: (เหมือน) ลูกมีความรัก (เมตตา).

    สัพเพ ชะนา ปะริชายะ: ขอให้ชนทั้งปวงรักใคร่.

    มะหา โภโค มะหายะโส: ขอให้มีโภคสมบัติมาก มีชื่อเสียงมาก.

    ภัยยะ สัตรู วินาส สันติ: ขอให้ภยันตรายและศัตรูทั้งปวงจงพินาศไป.

    หมายเหตุ
    เป็นส่วนหนึ่งของบทสวด "มหาเมตตาใหญ่ (พรหมวิหาระภาวนา)" ซึ่งเป็นการแผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยมีความหมายโดยรวมว่า "ขอให้เทวดา ยักษ์ ภูตทั้งหมด ขอจงรักษาตัวเรา จงอย่ามีเวรต่อกันและกัน ขอให้พระราชา มนุษย์ทั้งปวง ขอจงพินาศสิ้นไป (จากความโกรธ) เห็นเรา (ลูก) เป็นที่รัก ขอให้ประชาชนทั้งหลายรักใคร่ มีโภคสมบัติมาก มีชื่อเสียงมาก ขอให้ศัตรูทั้งหลายจงพินาศสิ้นไป".

    ๗ ๏
    นะ กาโร กกุสันโธ พุทโธ: ตัวอักษร "นะ" แทนพระพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันโธ

    โม กาโร โกนาคะมะโน พุทโธ: ตัวอักษร "โม" แทนพระพุทธเจ้าพระนามว่า โกนาคมโน

    พุท กาโร กัสสะโป พุทโธ: ตัวอักษร "พุท" แทนพระพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ

    ธา กาโร โคตโม พุทโธ: ตัวอักษร "ธา" แทนพระพุทธเจ้าพระนามว่า โคตมะ (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน)

    ยะ กาโร เมตเตยโย พุทโธ: ตัวอักษร "ยะ" แทนพระพุทธเจ้าพระนามว่า ศรีอริยเมตไตรย (พระพุทธเจ้าในอนาคต)

    ปัญจะพุทธา นะมามิหัง: ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์นี้

    หมายเหตุ
    สรุปโดยรวมคือบท หัวใจพระเจ้า 5 พระองค์ (นะโมพุทธายะ) ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้าทั้งหมดในกัปปัจจุบันครับ


    ๏ นโมนมัสการ เมแห่งข้าพระพุทธเจ้า จะขอนมัสการถึงพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ อันทรงนามกร ชื่อพระกุกกุสันโธ ชื่อพระโคนาคม ชื่อพระกัสสโป ชื่อพระสากยมุนี ชื่อพระศรีอาริยไมตรี

    ๏ ขอเดชะพระบารมี พระศรีสัพพัญญู จะขออาราธนาอัญเชิญ พระองค์เจ้าเข้ามาช่วยปราบมารกุลี ทั้งฝูงผีปีศาจราชทูต ทั้งผีภูตและผีพรายเปรตอสูรกาย มายาโรคาอันตราย สารพัดอาวุธสิ้นทั้งหลาย ขอให้แคล้วคลาดทั้งสิงห์สัตว์อันร้ายกาจ ขอให้ขาดจากอุบาทว์และจัญไร ทั้งคุณไสยอันเขาใช้มาแต่เมืองต่ำและเมืองบน ทั้งคุณผีและคุณคน ผ้าพยนต์และอาภรรพ์อันเขาฝังไว้หาทางกลางประตู ขอพระสัพพัญญูจงมาทำลายให้พ่ายแพ้ด้วยพระวิชชา

    ๏ ข้าพเจ้าจะขออาราธนา พระธรรมเจ้า ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ อันสว่างทั่งโลกทั้งหลายต่างประทีปแก้วชัชวาล โปรดสรรพสัตว์ให้พ้นจากทุกข์อบาย เดชะพระธรรมเจ้าทั้งหลาย ขอให้หายสารพัดอันมิดีอย่ามีมา ข้าพเจ้าจะขออาราธนา พระสงฆ์ อันทรงศีลบริสุทธิ์เข้ามานั่งตั้งพิธี ข้าจึงตักเอาน้ำในสระโบกขรณี มาชำระโทษอันตรายด้วยบาปกรรมทั้งหลาย คือกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันได้ทำมาแต่ชาติก่อนและหนหลัง น้ำใจข้าได้ตั้งตรงต่อ

    ๏ ขออาราธนาคุณพระสงฆ์เจ้า เข้ามาสวดพระพุทธมนต์ จับด้ายมงคลวงหม้อน้ำได้สามชั้น ข้าจะขอล้างโทษอันตรายสารพัดเคราะห์ สารพัดโศก สารพัดโรค สารพัดภัย สารพัดเสนียดจัญไร วินาสสันติ

    ๙ ๏
    พุทธังจักรวาฬัง อหังวันทามิ ประสิทธิเม ฯ แปลว่า ข้าพเจ้าขอน้อมไหว้พระพุทธเจ้าผู้มีอยู่ทั่วจักรวาล ขอความสำเร็จจงมีแก่ข้าพเจ้า ฯ
    ( พุทธังจักรวาฬัง พุทธเจ้าทั่วทั้งจักรวาล, อหังวันทามิ: ข้าพเจ้าขอน้อมไหว้, ประสิทธิเม ฯ: ขอความสำเร็จจงมีแก่ข้าพเจ้า)

    ธัมมังจักรวาฬัง อหังวันทามิ ประสิทธิเม ฯ แปลว่า ข้าพเจ้าขอน้อมไหว้พระธรรมคำสอนที่แผ่ไปทั่วจักรวาล ขอความสำเร็จจงมีแก่ข้าพเจ้า ฯ (ธัมมังจักรวาฬัง: พระธรรมคำสอนที่แผ่ไปทั่วทั้งจักรวาล, อหังวันทามิ: ข้าพเจ้าขอน้อมไหว้, ประสิทธิเม ฯ: ขอความสำเร็จจงมีแก่ข้าพเจ้า)

    สังฆังจักรวาฬัง อหังวันทามิ ประสิทธิเม ฯ แปลว่า ข้าพเจ้าขอน้อมไหว้พระสงฆ์ผู้มีอยู่ทั่วจักรวาล ขอความสำเร็จจงมีแก่ข้าพเจ้า ฯ (สังฆังจักรวาฬัง: พระสงฆ์ (หมู่ผู้ประพฤติดี) ทั่วทั้งจักรวาล, อหังวันทามิ: ข้าพเจ้าขอน้อมไหว้, ประสิทธิเม ฯ: ขอความสำเร็จจงมีแก่ข้าพเจ้า)

    หมายเหตุ
    สรุป: เป็นบทสวดเพื่อระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ครอบคลุมถึงสรรพสิ่งในจักรวาล และอธิษฐานขอพรให้เกิดความสำเร็จในทุกประการ.

    ๑๐ ๏
    อัตถิ อุณหิสสะ วิชะโย ธัมโม โลเก อะนุตตะโร
    สัพพะสัตตะหิตัตถายะ ตัง ตวัง คัณหาหิ เทวะเต
    ปะริวัชเช ราชะทัณเฑ อะมะนุสเสหิ ปาวะเก
    พะยัคเฆ นาเค วิเส ภูเต อะกาละมะระเณนะ วา
    สัพพัส๎มา มะระณา มุตโต ฐะเปต๎วา กาละมาริตัง
    ตัสเสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สุขี สะทา
    สุทธะสีลัง สะมาทายะ ธัมมัง สุจะริตัง จะเร
    ตัสเสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สุขี สะทา
    ลิกขิตัง จินติตัง ปูชัง ธาระณัง วาจะนัง คะรุง
    ปะเรสัง เทสะนัง สุต๎วา ตัสสะ อายุ ปะวัฑฒะตีติ
    คําแปล มีพระคาถาชื่อว่าอุณหิสสวิชัย ซึ่งเป็นธรรมอันล้ําเลิศในโลก ดูก่อนเทวดา ขอท่านจงเรียน
    อุณหิสสวิชัยคาถานั้น เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวง ซึ่งจะปลอดจากราชอาชญา จากภัยของอมนุษย์
    จากอัคคีภัย จากเสือ ช้าง งูพิษ และภูตผี หรือจากความตายในกาลอันไม่ควร จะพ้นจากความตายทั้งปวง เว้น
    แต่กาลมรณะ ด้วยอานุภาพแห่งอุณหิสสวิชัยคาถานั้นแล ขอเทวดาจงมีความสุขทุกเมื่อ ขอท่านพึงสมาทาน
    ศีล อันบริสุทธิ์ ประพฤติธรรมให้สุจริต ด้วยอานุภาพแห่งศีลอันบริสุทธิ์ และธรรมอันเป็นสุจริตนั้นแล ขอ
    เทวดาจงมีความสุขทุกเมื่อผู้ใดได้ศึกษา คิดนึก บูชา ทรงจํา บอกกล่าว เป็นครู หรือฟังการแสดงอุณหิสสวิชัย
    คาถานั้น อายุของผู้นั้น ย่อมเจริญนักแล

    ๑๑ ๏
    อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา (กระทู้เจ็ดแบก - ประจำทิศอีสาน)

    ความหมาย: ช่วยเสริมอำนาจบารมี คุ้มครองป้องกันภัยจากศัตรูและสัตว์ร้าย

    ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง (ฝนแสนห่า - ประจำทิศบูรพา/ตะวันออก)

    ความหมาย: เน้นทางด้านเมตตามหานิยม ทำให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวงเหมือนฝนที่ตกลงมานับไม่ถ้วน

    ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท (นารายณ์กลืนสมุทร - ประจำทิศอาคเนย์)

    ความหมาย: ใช้สำหรับเสกน้ำล้างหน้าหรือดื่มเพื่อแก้โรคภัยไข้เจ็บและขับไล่สิ่งชั่วร้าย

    โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ (นารายณ์ขว้างจักรตรึงไตรภพ - ประจำทิศทักษิณ/ใต้)

    ความหมาย: ใช้ป้องกันคุณไสย อาถรรพ์ และภูตผีปีศาจ

    ภะ สัม สัม วิ วิ เท ภะ (นารายณ์พลิกแผ่นดิน - ประจำทิศหรดี)

    ความหมาย: ช่วยแก้ดวงตก พลิกฟื้นดวงชะตาจากร้ายให้กลายเป็นดี

    คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ (นารายณ์ขว้างจักร - ประจำทิศประจิม/ตะวันตก)

    ความหมาย: ป้องกันภัยอันตรายจากรอบด้านและใช้ในทางแคล้วคลาด

    วา โธ โน อะ มะ มะ วา (นารายณ์พยากรณ์ - ประจำทิศพายัพ)

    ความหมาย: เสริมสร้างเสน่ห์และโชคลาภ เป็นที่รักแก่เทวดาและมนุษย์

    อะ วิ สุ นุต สา นุ สติ (นารายณ์แปลงรูป - ประจำทิศอุดร/เหนือ)

    ความหมาย: ใช้ในทางกำบังตัวหรืออำพรางจากศัตรู และป้องกันภัยในยามวิกาล

    สรุปภาพรวม: บทสวดนี้ไม่ได้มีคำแปลตรงตัวแบบประโยคภาษาบาลีทั่วไป แต่เป็นการถอดรหัสตัวอักษรมาจากบท "อิติปิโส ภะคะวา..." เพื่อใช้เป็นพระคาถาคุ้มครองป้องกันภัยทั้ง 8 ทิศครับ

    ๑๒ ๏
    อิติปิโส สัมปันโน สุคโต ภควาติ: พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้ถึงพร้อม (ด้วยวิชชาและจรณะ) เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว [1]

    อิติอรหัง ภควาติ: พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส (เป็นพระอรหันต์) [2]

    ภควา วาอิรา ตวามยุตะ: (ส่วนนี้เป็นลักษณะคำสนธิหรือการผูกคาถา) สื่อถึงพระพุทธคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้า [2]

    อิติภควา อิติมะอะอุ: พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นเช่นนั้น "มะอะอุ" คือ หัวใจพระรัตนตรัย (มะ - มะนุสสานัง พุทโธ / อะ - อะกาลิโก ธัมโม / อุ - อุชุปะฏิปันโน สังโฆ) [4]

    พุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ: การระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ [3]

    อิติปัสวาติ: (เป็นการลงท้ายบทคาถา) เพื่อแสดงถึงความนอบน้อมหรือการน้อมนำพุทธคุณมาไว้กับตัว [5]

    สรุปความหมายรวม:
    เป็นการสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ไกลจากกิเลส เสด็จไปดีแล้ว และขอระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยเพื่อความเป็นสิริมงคลและการคุ้มครองป้องกันภัยครับ [2], [3]

    หมายเหตุ
    เป็นการนำ บทพระพุทธคุณ (อิติปิโส) มาเรียบเรียงใหม่ในลักษณะของ พระคาถา หรือ บทสวดสั้น เพื่อใช้ในการเจริญสติและคุ้มครองป้องกันภัย โดยการสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ไกลจากกิเลส เสด็จไปดีแล้ว และขอระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยเพื่อความเป็นสิริมงคลและการคุ้มครองป้องกันภัยครับ

    ๑๓ ๏
    กายปัสสัทธิ - จิตตปัสสัทธิ: ความสงบระงับของเจตสิกและจิต (ผ่อนคลาย ไม่เครียด ไม่กระสับกระส่าย)

    กายลหุตา - จิตตลหุตา: ความเบาของเจตสิกและจิต (ความคล่องตัว ไม่หนักอึ้งด้วยนิวรณ์)

    กายมุทุตา - จิตตมุทุตา: ความอ่อนโยนของเจตสิกและจิต (ความละมุนละไม ไม่แข็งกระด้างด้วยทิฐิมานะ)

    กายกัมมัญญตา - จิตตกัมมัญญตา: ความควรแก่การงานของเจตสิกและจิต (ความพร้อมในการทำความดีหรือใช้ปัญญา) [หมายเหตุ: คำเดิมเขียนผิดเป็น กามยตา]

    กายปาคุญญตา - จิตตปาคุญญตา: ความคล่องแคล่วชำนาญของเจตสิกและจิต (ความไม่มีโรคในธรรม ไม่ติดขัด) [หมายเหตุ: คำเดิมเขียนผิดเป็น พระคุณ์ญตา]

    กายอุชุกตา - จิตตอุชุกตา: ความซื่อตรงของเจตสิกและจิต (ความตรงไปตรงมา ไม่คดโกงด้วยมายา) [หมายเหตุ: คำเดิมเขียนผิดเป็น สุคพุทธานุสติ]

    สรุป:
    คำสอนเหล่านี้คือ "โสภณสาธารณเจตสิก" หรือเจตสิกฝ่ายดีที่เกิดร่วมกับจิตที่ดีงาม สภาวะเหล่านี้คืออาการของจิตที่มีความสุข สงบ และเปี่ยมด้วยคุณภาพในการฝึกฝนตนเองครับ

    ๑๔ ๏
    ชาโล มหาชาโล ชาลัง มหาชาลัง
    หมายถึง ขอให้เรามีความคุ้มครอง (ชาโล) มีความคุ้มครองที่ยิ่งใหญ่ (มหาชาโล) มีความป้องกัน (ชาลัง) มีความป้องกันที่ยิ่งใหญ่ (มหาชาลัง) โดยรวมแล้วคือการขอให้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน หรือเรียกอีกชื่อว่า "คาถาแก้วสารพัดนึก".

    ชาลิเต มหาชาลิเต ชาลิตัง มหาชาลิตัง หมายว่า "ผู้มีลาภมาก (พระสีวลี) จงมา จงมา จงเป็นที่เคารพสักการะ (มหาชาลิตัง)"
    (ชาลิเต: เป็นคำที่เรียก "พระสีวลี" (ฉิมพาลี) ผู้มีลาภมาก, มหาชาลิเต: เป็นการเน้นย้ำว่า "ผู้มีลาภมากยิ่ง", ชาลิตัง: แปลว่า "จงเป็นที่เคารพสักการะ" หรือ "จงมาสู่ที่นี้ด้วยความเป็นมงคล", มหาชาลิตัง: แปลว่า "จงเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งใหญ่")

    หมายเหตุ
    เป็นการตั้งจิตอธิษฐานขอให้ "พระสีวลีผู้เลิศในทางมีลาภมาก จงมา จงมา จงเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งใหญ่" เพื่ออัญเชิญโชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่งให้มาสู่ผู้บูชา. มักใช้ควบคู่กับคาถาอื่นๆ เช่น นะโมตัสสะ ภะคะวะโต (ตั้งนะโม) และคาถาหัวใจพระสีวลี นะชาลีติ เพื่อเสริมเรื่องลาภผล ความสำเร็จ และการค้าขาย หรือ มักจะมาพร้อมกับคำว่า "นะชาลีติ ฉิมพาลีจะ มหาเถโร สุวรรณะมามา โภชนะมามา วัตถุวัตถามามา พลาพลังมามา โภคา โภคามามา" ซึ่งเป็นบทสรรเสริญพระสีวลี เพื่อขอให้มีโชคลาภ, เงินทอง, อาหาร, ทรัพย์สินต่างๆ ไหลมาเทมาไม่ขาดสาย

    มุตเต มุตเต สัมปัตเต มุตตัง มุตตัง สัมปัตตัง สุตัง คมิติ สุตัง คมิติ มัคคะยีติ หมายถึง จิตที่หลุดพ้นจากเครื่องผูกพันทั้งหลาย เมื่อสำเร็จแล้ว ก็ย่อมดำเนินไปตามหนทางที่ได้เรียนรู้มา และหนทางนั้นย่อมแสดงทางแห่งความเจริญให้เห็น". คาถานี้จึงมักใช้ในการอธิษฐานขอให้มีความเจริญ รุ่งเรือง และมีสติปัญญาในการดำเนินชีวิต. (มุตเต มุตเต: สิ่งที่หลุดพ้นแล้วๆ (หมายถึง สภาวะจิตที่หลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา). สัมปัตเต: ก็สำเร็จแล้วๆ (หมายถึง ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากจิตที่หลุดพ้น), มุตตัง มุตตัง: สิ่งที่หลุดพ้นแล้วๆ, สัมปัตตัง: สิ่งที่สำเร็จแล้ว, สุตัง: ได้ยินแล้ว / ตามที่ได้เรียนรู้มา (หรือหมายถึง สัมมาสติ), คมิติ: ย่อมดำเนินไป, สุตัง คมิติ: ตามที่ได้ยิน/ได้รู้มา ย่อมดำเนินไป, มัคคะยีติ: (ย่อม) แสดงทาง / (ย่อม) ชี้ทาง)

    ทิฏฐิลา ทัณฐะลา โรคิลา กะระลา ทุพพลา: การปกป้องคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้าย, ศัตรู, โรคภัย, เวทมนตร์ และเครื่องพันธนาการต่างๆ
    หมายเหตุ
    บทสวดนี้มีอานุภาพช่วยป้องกันภัยพิบัติ, ศัตรู, โรคภัยไข้เจ็บ, เวทมนตร์คาถา และสิ่งกีดขวางต่างๆ ให้พ้นจากอันตราย โดยอาศัยอำนาจแห่งสัจจะวาจา เป็นการกล่าวถึงการระงับและขจัดสิ่งไม่ดีต่าง ๆ เช่น ทิฐิที่ผิด, การถูกลงทัณฑ์, โรคภัยไข้เจ็บ, ความเลวร้าย และความอ่อนแอ (ทิฏฐิลา: ผู้มีทิฏฐิ (ความเห็นผิด), ศัตรูที่คิดร้าย (พ่ายแพ้ไป), ทัณฑะลา (ทัณฑิลา): ผู้มีอาวุธ, หอกดาบปืนไฟ (อย่าได้แผ้วพาน), โรคิลา: ผู้มีโรค (โรคเบาคลายหายผ่าน), ขะระลา (ขระลา): เครื่องพันธนาการ, เครื่องจองจำ (สะดุดหลุดทันที), ทุพพิลา: ผู้ทุพพล (อ่อนแอ, เจ็บป่วย) (ให้รอดพ้น))

    ริตติ ริตติ กิตติ กิตติ มิตติ มิตติ จิตติ จิตติ มุตติ มุตติ จิตติ จิตติ หมายถึง หมายถึง การขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายอย่าได้เบียดเบียน และขอให้มีความเจริญรุ่งเรือง ( "ริตติ ริตติ" (Ritti Ritti), "กิตติ กิตติ" (Kitti Kitti), "มิตติ มิตติ" (Mitti Mitti), "จิตติ จิตติ" (Jitti Jitti), "มุตติ มุตติ" (Mutti Mutti) เป็นการเน้นย้ำถึงการแผ่เมตตาและขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย (เช่น สัตว์ไม่มีเท้า สัตว์สองเท้า สัตว์สี่เท้า และสัตว์หลายเท้า) อย่าได้เบียดเบียนผู้สวด และขอให้มีแต่ความเจริญ (สังฆภูตานัง))

    หมายเหตุ
    บทสวดนี้เป็นคาถาที่ทรงคุณค่าด้านการป้องกันภัยและเสริมสร้างบารมี เป็นการแสดงความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ และขอให้ผู้สวดและผู้ฟังประสบแต่ความเจริญในชีวิต เป็นการสวดเพื่อความเป็นสิริมงคล ป้องกันภยันตราย และสร้างความสงบสุข เป็นคำบริกรรมที่เน้นความศักดิ์สิทธิ์ ความมีเกียรติยศ (กิตติ) ความมีมิตรไมตรี (มิตติ) และความตั้งมั่นแห่งจิต (จิตติ)

    ธารณีติ ธารณีติ อิทัง ธารณะ ปริตตัง"
    แปลว่า: "การจำไว้ การจดจำไว้ (ระลึกไว้) นี้คือพระปริตรแห่งการทรงจำ" (ธารณี (ธารณีติ): มาจาก ธารณ แปลว่า การถือไว้, การทรงไว้, การจำไว้, อิทัง: แปลว่า นี้, ธารณะ: แปลว่า การรักษาไว้, การจำไว้, ปริตตัง: แปลว่า พระปริตร (บทสวดมนต์เพื่อความคุ้มครองป้องกัน))

    ๏ ๑๕ สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวันชัยเย สัพพะธะนังสัพพะลาภัง ภวันตุเม
    รักขันตุ สุรักขันตะ หมายถึง ขอให้ความทุกข์ โศก โรค ภัย เคราะห์ร้าย และสิ่งอัปมงคลทั้งปวงจงมลายหายไป และขอให้ทรัพย์สินเงินทอง โชคลาภ จงหลั่งไหลมาบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ได้รับการคุ้มครองรักษาให้มีความสุขสวัสดีตลอดไป" (สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย: ขอให้ความทุกข์ทั้งหมด ความเศร้าโศกทั้งหมด โรคภัยไข้เจ็บทั้งหมด และอันตรายทั้งปวง , สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร: รวมถึงเคราะห์ร้ายต่างๆ และสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย, วิวันชัยเย: จงพินาศไป หรือจงปราศจากไป (ชยเย ในบริบทนี้หมายถึงการชนะหรือทำให้หมดไป), สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภวันตุ เม: ขอให้ทรัพย์สมบัติทั้งปวง และโชคลาภทั้งปวง จงบังเกิดมีแก่ข้าพเจ้า,รักขันตุ สุรักขันตุ: ขอเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงคุ้มครองรักษาให้ปลอดภัยอย่างดี)

    (โองการพระพุทธเจ้าห้าพระองค์:คัดลอกมาจากคัมภีร์พิชัยสงคราม)

    5 Buddhas- Pra Pood Tha Jao Ha Pra Aong

    Na mŌ su ka thŌ Ar thee thĀ ja
    Na mŌ su ka thŌ Paj joop pan nĀ
    Na mŌ su ka thŌ Ar nĀ ka thĀ
    Pan ja pood tĀ Ma hay si nung

    It ta pa ta wing Pan ja pood ta
    Sub pan you ťa ya ra pa ťi way tung
    Na wa low gu ťa ra tam may hi
    Sub pa pay si ki pood tĀ ma hay si nung
    Muey tuey yo pood ta ar na ka thĀ

    Pan ja pood ta cha thĀ pa ta wee young
    MĀ tu cup par nic ka mi tha waa
    Ma tu cup pung pa tid ti tung
    Ju thi sun ti young wa ja thu low ga pa la ruk kung

    Ma ha aj chi ri young sa ga la ma ha pa ta wee ya wa
    Ar ga sa gung kung tan ha low ga ha lung
    Ta thĀ sa ra nut tee sa moot ta kum pee rung
    Pa tu ma au pa lung ga moot tĀ cha ta ruk kun ta pud ta

    Sung kung pa tu ma au jay toe lung ga
    Toe pa wa ra pa tu ma poob pi ta sa ga la
    Ma hĀ pa tha wee young pud ta lung
    Pa tu moob pa sus sa cha tĀ ar ga sa

    Ta wa rung wi thĀ lung pa tu ma au pun la sun taa nung
    Sut ta tip pa tu ri young pa wa rung
    Pa thĀ ga sung pood toe sa ga la
    Ma ha pa ta wee young ar lu ga si la au ta ga

    Sub pay su wan na Ruch cha tha cha taa
    Su wan na ruch cha tha pu la nung ja la thÍ
    Toob pa la pa thŭ ra hay su sub pay pich cha pa ta wee young
    Cha la pich cha moo la pich cha ta ra gum pa rook kay cha thĀ

    Tip pa o ya nung tha tĀ it tÍ sung yu thud tŏe
    Sub pa pood tĀ sub pun you thun ya na
    Pa thi way tung pa wa rung aung ka luk ka nung
    Pood tĀ chub pun na rung si ya low gung

    Ar mud thŭd toe low ga hÍ tung si thÍ low ga
    Sa mud thÍ low gung pich chung pa na low ga sed tŭng
    Low ga hus tai ya sa mud thi tay wa
    Paj ching su pood taa ar tit taa na suj jung

    Ar hung poo chĀ ar hung wan tĀ
    Ar hung pĀ sĀ toe ma nĀ
    Sub pa sod tee ja pan ja pood tĀ
    Ta sa lak ka nĀ ar hung ka hed ta wĀ

    Ta say si thay su wan na
    Tum ma chĀ tĀ wĀ ni ti wĀ pĀ ťu ra hay thú
    Ta sĀ pa ta lak kha na pood tĀ nung
    Nis suey ya yaa kong kong pĀ lu ga
    Sub pa pich chĀ yip pa may wa sa mich chun thŭ

    Na mŌ su ka ťoe si ki ťoe pa wa row
    Na mŌ kook gu sun toe pood ta sed tŏe
    Na mŌ go nĀ ka ma no pood ta sed thŏ
    Na mŌ gus sa poe pood ta aung ko

    Na mŌ ko ta moe low ga hÍ ťoe
    Na mŌ muey tuey yo ma hĀ wee roe
    Pan ja pood tĀ pa ta ka thĀ
    Sa wud thÍ la pĀ poo one thŭ may

    Sub pay tay wa sa mĀ ka thĀ pas sun thŭ may
    Such chĀ ya mun thaug si khee sum pood tĀ nu pĀ way na
    Su wan na ruch cha thung aoob pun nung
    Kook gu sun ta sum pood tĀ nu pĀ way na

    Su wan na ruch cha thung aoob pun nung
    Go nĀ ka ma nus sa sum pood tĀ nu pĀ way na
    Su wan na ruch cha thung aoob pun nung
    Gus sa pa sum pood tĀ nu pĀ way na

    Su wan na ruch cha thung aoob pun nung
    Ko ta ma sum pood tĀ nu pĀ way na
    Su wan na ruch cha thung aoob pun nung
    Ar ra hun ťhŏ aug ka sa wa ga pÍ cha gung
    Sub pa ta nung sa wad thÍ lĀ pĀ
    Pa wan thŭ may

    Sub pay tay wĀ yuk kaa poo thĀ
    Pa rit thĀ pa way aud tha nay
    Sub pay rĀ chĀ may ti ya ma nood sa
    Sub pay go tĀ wi nas sun tŭ

    Tis sa wĀ thun ja pÍ ya pood thung
    Pood thŌ si nay hŏ sub pay cha nĀ
    Pa ri chĀ ya ma hĀ pŌ kŌ
    Ma hĀ ya sŏ pai ya sud through wi nas sun thÍ

    Na gĀ rŌ ga gu sun toe pood toe
    MŌ gĀ rŌ go nĀ ka ma no pood toe
    Pood gaa rŌ gus sa pŌ pood toe
    TĀ gĀ rŌ ko ta mŌ pood toe
    Ya ga rŌ muey tuey yo pood toe
    Pun ja pood tĀ na mĀmi hung

    Credit : LauraCattleya O'Connor and Family
    PDF Verion A4 ready to print : http://goo.gl/wws3a9
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชา
    ไอโอ สื่อหลักกัมพูชาลงบทความเท็จ [ใช้ภาพ ประเทศรวันดา เหตุการณ์ปี 1994 ]

    บทความในกัมพูชา อ้างว่า
    นักวิชาการรัฐศาสตร์ อิน โสภาล ระบุว่า ระหว่างวันที่ 8–13 มิถุนายน 1979 ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา 40,000–50,000 คน ถูกทหารไทยผลักดันกลับประเทศด้วยกำลัง บังคับให้เดินผ่านทุ่งกับระเบิด บางส่วนถูกยิงเสียชีวิต ผู้เสียชีวิตมีจำนวนหลายพันคน
    อิน โสภาล อ้างว่ามีผู้เสียชีวิตรวมเกือบ 100,000 คน ตั้งแต่เดือนเมษายน 1979 และเชื่อว่าความรุนแรงมีแรงจูงใจจาก ความแค้นกรณีไทยแพ้คดีปราสาทพระวิหารในปี 1962
    FB_IMG_1769000128055.jpg
    https://www.facebook.com/share/1858oL9LbQ/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ขอแปลท่อนนี้ใหม่น่ะครับ

    ชาโล มหาชาโล ชาลัง มหาชาลัง
    หมายถึง ขอให้เรามีความคุ้มครอง (ชาโล) มีความคุ้มครองที่ยิ่งใหญ่ (มหาชาโล) มีความป้องกัน (ชาลัง) มีความป้องกันที่ยิ่งใหญ่ (มหาชาลัง) โดยรวมแล้วคือการขอให้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน หรือเรียกอีกชื่อว่า "คาถาแก้วสารพัดนึก".

    ชาลิเต มหาชาลิเต ชาลิตัง มหาชาลิตัง หมายว่า "ผู้มีลาภมาก (พระสีวลี) จงมา จงมา จงเป็นที่เคารพสักการะ (มหาชาลิตัง)"
    (ชาลิเต: เป็นคำที่เรียก "พระสีวลี" (ฉิมพาลี) ผู้มีลาภมาก, มหาชาลิเต: เป็นการเน้นย้ำว่า "ผู้มีลาภมากยิ่ง", ชาลิตัง: แปลว่า "จงเป็นที่เคารพสักการะ" หรือ "จงมาสู่ที่นี้ด้วยความเป็นมงคล", มหาชาลิตัง: แปลว่า "จงเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งใหญ่")

    หมายเหตุ
    เป็นการตั้งจิตอธิษฐานขอให้ "พระสีวลีผู้เลิศในทางมีลาภมาก จงมา จงมา จงเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งใหญ่" เพื่ออัญเชิญโชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่งให้มาสู่ผู้บูชา. มักใช้ควบคู่กับคาถาอื่นๆ เช่น นะโมตัสสะ ภะคะวะโต (ตั้งนะโม) และคาถาหัวใจพระสีวลี นะชาลีติ เพื่อเสริมเรื่องลาภผล ความสำเร็จ และการค้าขาย หรือ มักจะมาพร้อมกับคำว่า "นะชาลีติ ฉิมพาลีจะ มหาเถโร สุวรรณะมามา โภชนะมามา วัตถุวัตถามามา พลาพลังมามา โภคา โภคามามา" ซึ่งเป็นบทสรรเสริญพระสีวลี เพื่อขอให้มีโชคลาภ, เงินทอง, อาหาร, ทรัพย์สินต่างๆ ไหลมาเทมาไม่ขาดสาย

    มุตเต มุตเต สัมปัตเต มุตตัง มุตตัง สัมปัตตัง สุตัง คมิติ สุตัง คมิติ มัคคะยีติ หมายถึง จิตที่หลุดพ้นจากเครื่องผูกพันทั้งหลาย เมื่อสำเร็จแล้ว ก็ย่อมดำเนินไปตามหนทางที่ได้เรียนรู้มา และหนทางนั้นย่อมแสดงทางแห่งความเจริญให้เห็น". คาถานี้จึงมักใช้ในการอธิษฐานขอให้มีความเจริญ รุ่งเรือง และมีสติปัญญาในการดำเนินชีวิต. (มุตเต มุตเต: สิ่งที่หลุดพ้นแล้วๆ (หมายถึง สภาวะจิตที่หลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา). สัมปัตเต: ก็สำเร็จแล้วๆ (หมายถึง ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากจิตที่หลุดพ้น), มุตตัง มุตตัง: สิ่งที่หลุดพ้นแล้วๆ, สัมปัตตัง: สิ่งที่สำเร็จแล้ว, สุตัง: ได้ยินแล้ว / ตามที่ได้เรียนรู้มา (หรือหมายถึง สัมมาสติ), คมิติ: ย่อมดำเนินไป, สุตัง คมิติ: ตามที่ได้ยิน/ได้รู้มา ย่อมดำเนินไป, มัคคะยีติ: (ย่อม) แสดงทาง / (ย่อม) ชี้ทาง)

    ทิฏฐิลา ทัณฐะลา โรคิลา กะระลา ทุพพลา หมายถึง "ขอให้ผู้คิดร้าย (ทิฏฐิลา) ผู้ใช้อาวุธ (ทัณฑะลา) ผู้มีโรคภัย (โรคิลา) ผู้ผูกมัด (ขะระลา) และผู้มีกำลังอ่อนแอ (ทุพพิลา) จงพ่ายแพ้ไปหรือหมดสิ้นไป" เพื่อให้เกิดความสุขสวัสดี (โสตถิเต โหตุ

    หมายเหตุ
    บทสวดนี้มีอานุภาพช่วยป้องกันภัยพิบัติ, ศัตรู, โรคภัยไข้เจ็บ, เวทมนตร์คาถา และสิ่งกีดขวางต่างๆ ให้พ้นจากอันตราย โดยอาศัยอำนาจแห่งสัจจะวาจา เป็นการกล่าวถึงการระงับและขจัดสิ่งไม่ดีต่าง ๆ เช่น ทิฐิที่ผิด, การถูกลงทัณฑ์, โรคภัยไข้เจ็บ, ความเลวร้าย และความอ่อนแอ (ทิฏฐิลา: ผู้มีทิฏฐิ (ความเห็นผิด), ศัตรูที่คิดร้าย (พ่ายแพ้ไป), ทัณฑะลา (ทัณฑิลา): ผู้มีอาวุธ, หอกดาบปืนไฟ (อย่าได้แผ้วพาน), โรคิลา: ผู้มีโรค (โรคเบาคลายหายผ่าน), ขะระลา (ขระลา): เครื่องพันธนาการ, เครื่องจองจำ (สะดุดหลุดทันที), ทุพพิลา: ผู้ทุพพล (อ่อนแอ, เจ็บป่วย) (ให้รอดพ้น))

    ริตติ ริตติ กิตติ กิตติ หมายถึง ขอให้มีความสำเร็จ ความเจริญ และมีชื่อเสียงเกียรติยศตลอดไป

    มิตติ มิตติ จิตติ จิตติ มุตติ มุตติ จิตติ จิตติ หมายถึง ขอให้จิตใจมีความเมตตา และขอให้จิตนั้นหลุดพ้นจากพันธนาการหรือสิ่งชั่วร้าย (มิตติ มิตติ: เป็นการกล่าวถึงมิตร การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ไม่เบียดเบียนกัน, จิตติ จิตติ: หมายถึงจิตใจที่สงบ เย็น เป็นสุข ไม่ถูกรบกวนจากกิเลสหรือสิ่งภายนอก, มุตติ มุตติ: หมายถึงการหลุดพ้น การปลดเปลื้องจากพันธนาการทั้งปวง, จิตติ จิตติ: ย้ำถึงความสงบเย็นของจิตใจ)

    หมายเหตุ
    เป็นคาถาที่ใช้ในการป้องกันภัย, ขับไล่สิ่งชั่วร้าย, บรรลุความสุขในชาติปัจจุบันและชาติหน้า เมื่อบริกรรม: เชื่อว่าผู้บริกรรมจะพ้นจากความทุกข์ยากทั้งปวง หมู่เทพยดามาช่วยคุ้มครอง และใช้รักษาโรคภัยได้ด้วยการเสกน้ำมนต์.

    ธารณีติ ธารณีติ อิทัง ธารณะ ปริตตัง"
    แปลว่า: "การจำไว้ การจดจำไว้ (ระลึกไว้) นี้คือพระปริตรแห่งการทรงจำ" (ธารณี (ธารณีติ): มาจาก ธารณ แปลว่า การถือไว้, การทรงไว้, การจำไว้, อิทัง: แปลว่า นี้, ธารณะ: แปลว่า การรักษาไว้, การจำไว้, ปริตตัง: แปลว่า พระปริตร (บทสวดมนต์เพื่อความคุ้มครองป้องกัน))
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ขอปรับปรุงอีกรอบน่ะครับ

    ชาโล มหาชาโล ชาลัง มหาชาลัง
    หมายถึง ขอให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีชัยชนะยิ่งใหญ่ ขอให้การคุ้มครองแผ่กว้างออกไปอย่างยิ่งใหญ่". (ชาโล (Chalo) / มหาชาโล (Mahachalo): หมายถึง ความเจริญ ความก้าวหน้า ความมีชัยชนะยิ่งใหญ่, ชาลัง (Chalang) / มหาชาลัง (Mahachalang): หมายถึง การแผ่ขยาย การปกป้องคุ้มครองที่กว้างขวางยิ่งใหญ่ โดยรวมแล้วคือการขอให้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน หรือเรียกอีกชื่อว่า "คาถาแก้วสารพัดนึก")

    ชาลิเต มหาชาลิเต ชาลิตัง มหาชาลิตัง หมายว่า "ผู้มีลาภมาก (พระสีวลี) จงมา จงมา จงเป็นที่เคารพสักการะ (มหาชาลิตัง)"
    (ชาลิเต: เป็นคำที่เรียก "พระสีวลี" (ฉิมพาลี) ผู้มีลาภมาก, มหาชาลิเต: เป็นการเน้นย้ำว่า "ผู้มีลาภมากยิ่ง", ชาลิตัง: แปลว่า "จงเป็นที่เคารพสักการะ" หรือ "จงมาสู่ที่นี้ด้วยความเป็นมงคล", มหาชาลิตัง: แปลว่า "จงเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งใหญ่" พระคาถานี้มักปรากฏในพระคาถาเต็มที่ว่า "ชาลิเต มหาชาลิเต ชาลิตัง มหาชาลิตัง ปุคคะเล มหาปุคคะเล สัมปัตเต มหาสัมปัตเต" ซึ่งเป็นการสรรเสริญอานุภาพความรุ่งเรืองและการเข้าถึงความสำเร็จ)

    หมายเหตุ
    เป็นการตั้งจิตอธิษฐานขอให้ "พระสีวลีผู้เลิศในทางมีลาภมาก จงมา จงมา จงเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งใหญ่" เพื่ออัญเชิญโชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่งให้มาสู่ผู้บูชา. มักใช้ควบคู่กับคาถาอื่นๆ เช่น นะโมตัสสะ ภะคะวะโต (ตั้งนะโม) และคาถาหัวใจพระสีวลี นะชาลีติ เพื่อเสริมเรื่องลาภผล ความสำเร็จ และการค้าขาย หรือ มักจะมาพร้อมกับคำว่า "นะชาลีติ ฉิมพาลีจะ มหาเถโร สุวรรณะมามา โภชนะมามา วัตถุวัตถามามา พลาพลังมามา โภคา โภคามามา" ซึ่งเป็นบทสรรเสริญพระสีวลี เพื่อขอให้มีโชคลาภ, เงินทอง, อาหาร, ทรัพย์สินต่างๆ ไหลมาเทมาไม่ขาดสาย

    มุตเต มุตเต สัมปัตเต มุตตัง มุตตัง สัมปัตตัง สุตัง คมิติ สุตัง คมิติ มัคคะยีติ หมายถึง จิตที่หลุดพ้นจากเครื่องผูกพันทั้งหลาย เมื่อสำเร็จแล้ว ก็ย่อมดำเนินไปตามหนทางที่ได้เรียนรู้มา และหนทางนั้นย่อมแสดงทางแห่งความเจริญให้เห็น". คาถานี้จึงมักใช้ในการอธิษฐานขอให้มีความเจริญ รุ่งเรือง และมีสติปัญญาในการดำเนินชีวิต. (มุตเต มุตเต: สิ่งที่หลุดพ้นแล้วๆ (หมายถึง สภาวะจิตที่หลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา). สัมปัตเต: ก็สำเร็จแล้วๆ (หมายถึง ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากจิตที่หลุดพ้น), มุตตัง มุตตัง: สิ่งที่หลุดพ้นแล้วๆ, สัมปัตตัง: สิ่งที่สำเร็จแล้ว, สุตัง: ได้ยินแล้ว / ตามที่ได้เรียนรู้มา (หรือหมายถึง สัมมาสติ), คมิติ: ย่อมดำเนินไป, สุตัง คมิติ: ตามที่ได้ยิน/ได้รู้มา ย่อมดำเนินไป, มัคคะยีติ: (ย่อม) แสดงทาง / (ย่อม) ชี้ทาง)

    ทิฏฐิลา ทัณฐะลา โรคิลา กะระลา ทุพพลา หมายถึง "ขอให้ผู้คิดร้าย (ทิฏฐิลา) ผู้ใช้อาวุธ (ทัณฑะลา) ผู้มีโรคภัย (โรคิลา) ผู้ผูกมัด (ขะระลา) และผู้มีกำลังอ่อนแอ (ทุพพิลา) จงพ่ายแพ้ไปหรือหมดสิ้นไป" เพื่อให้เกิดความสุขสวัสดี (โสตถิเต โหตุ

    หมายเหตุ
    บทสวดนี้มีอานุภาพช่วยป้องกันภัยพิบัติ, ศัตรู, โรคภัยไข้เจ็บ, เวทมนตร์คาถา และสิ่งกีดขวางต่างๆ ให้พ้นจากอันตราย โดยอาศัยอำนาจแห่งสัจจะวาจา เป็นการกล่าวถึงการระงับและขจัดสิ่งไม่ดีต่าง ๆ เช่น ทิฐิที่ผิด, การถูกลงทัณฑ์, โรคภัยไข้เจ็บ, ความเลวร้าย และความอ่อนแอ (ทิฏฐิลา: ผู้มีทิฏฐิ (ความเห็นผิด), ศัตรูที่คิดร้าย (พ่ายแพ้ไป), ทัณฑะลา (ทัณฑิลา): ผู้มีอาวุธ, หอกดาบปืนไฟ (อย่าได้แผ้วพาน), โรคิลา: ผู้มีโรค (โรคเบาคลายหายผ่าน), ขะระลา (ขระลา): เครื่องพันธนาการ, เครื่องจองจำ (สะดุดหลุดทันที), ทุพพิลา: ผู้ทุพพล (อ่อนแอ, เจ็บป่วย) (ให้รอดพ้น))

    ริตติ ริตติ กิตติ กิตติ หมายถึง ขอให้มีความสำเร็จ ความเจริญ และมีชื่อเสียงเกียรติยศตลอดไป

    มิตติ มิตติ จิตติ จิตติ มุตติ มุตติ จิตติ จิตติ หมายถึง ขอให้จิตใจมีความเมตตา และขอให้จิตนั้นหลุดพ้นจากพันธนาการหรือสิ่งชั่วร้าย (มิตติ มิตติ: เป็นการกล่าวถึงมิตร การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ไม่เบียดเบียนกัน, จิตติ จิตติ: หมายถึงจิตใจที่สงบ เย็น เป็นสุข ไม่ถูกรบกวนจากกิเลสหรือสิ่งภายนอก, มุตติ มุตติ: หมายถึงการหลุดพ้น การปลดเปลื้องจากพันธนาการทั้งปวง, จิตติ จิตติ: ย้ำถึงความสงบเย็นของจิตใจ)

    หมายเหตุ
    เป็นคาถาที่ใช้ในการป้องกันภัย, ขับไล่สิ่งชั่วร้าย, บรรลุความสุขในชาติปัจจุบันและชาติหน้า เมื่อบริกรรม: เชื่อว่าผู้บริกรรมจะพ้นจากความทุกข์ยากทั้งปวง หมู่เทพยดามาช่วยคุ้มครอง และใช้รักษาโรคภัยได้ด้วยการเสกน้ำมนต์.

    ธารณีติ ธารณีติ อิทัง ธารณะ ปริตตัง"
    แปลว่า: "การจำไว้ การจดจำไว้ (ระลึกไว้) นี้คือพระปริตรแห่งการทรงจำ" (ธารณี (ธารณีติ): มาจาก ธารณ แปลว่า การถือไว้, การทรงไว้, การจำไว้, อิทัง: แปลว่า นี้, ธารณะ: แปลว่า การรักษาไว้, การจำไว้, ปริตตัง: แปลว่า พระปริตร (บทสวดมนต์เพื่อความคุ้มครองป้องกัน))
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,041
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ช่วงนี้ชอบเอาบทสวดมนต์ที่เคยสวดมาถอดความหมาย บางครั้งบทสวดมนต์ ก็ยาว เราไม่รู้เลยว่า จะเว้นวรรคยังไงให้เป็นประโยค และบางประโยคก็เป็นค่ถาหนึ่งบทที่เอามาต่อกันเป็นบทสวดมนต์ใหญ่ๆ บทเดียว
     

แชร์หน้านี้

Loading...