เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 11 กุมภาพันธ์ 2026 at 21:22.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,867
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,023
    ค่าพลัง:
    +26,854
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,867
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,023
    ค่าพลัง:
    +26,854
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ความจริงจะเป็นวันเดียวของเดือนนี้ที่กระผม/อาตมภาพมีเวลาว่างอยู่ แต่ปรากฏว่า "ท่านอาจารย์สุวัฒน์" (พระครูปริยัติกาญจนกิจ, ดร.) รองเจ้าคณะอำเภอท่าม่วง เจ้าอาวาสวัดวังศาลา ท่านได้โทรศัพท์แจ้งว่า ให้กระผม/อาตมภาพเข้าร่วมประชุมเพื่อฟังรายงานผลการตรวจสอบภายใน ของวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์ ซึ่งมีคณะกรรมการจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมาทำการตรวจสอบ ก่อนที่จะต้องไปชี้แจงกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

    กระผม/อาตมภาพจึงต้องเดินทางมาที่ "วัดท่ามะขาม" (วัดราษฎร์ประชุมชนาราม) หมู่ที่ ๒ บ้านท่ามะขาม ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในขณะนี้ พระภิกษุสามเณรนักเรียนบาลี ตลอดจนน้องสามเณรจากวัดท่าขนุน ได้มาพึ่งพาอาศัยบารมีของ "พระครูบ่าว" (พระครูกาญจนปริยัติคุณ) เจ้าอาวาสวัดท่ามะขามแห่งนี้ เพื่อที่จะรอสอบบาลีประจำปี ๒๕๖๙ เป็นเวลา ๓ วัน คือวันที่ ๑๒ - ๑๓ - ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ยังแซวกันเล่นว่าการสอบครั้งนี้น่าจะมีความสุขมาก เพราะว่าตรงกับวันวาเลนไทน์ด้วย..!

    เมื่อมาฉันเพลร่วมกันพระนักเรียนบาลีของวัดท่าขนุนแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางต่อไปยัง วิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์ ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมฟังรายงานการตรวจสอบ ปรากฏว่าหัวหน้าคณะก็คือ พระครูสิริสารบัณฑิต, ดร. หรือที่กระผม/อาตมภาพเรียกท่านว่า "ท่านอาจารย์สุกรี" เมื่อเจอคนคุ้นเคยกันจึงได้แกล้งแซวทีมงานของท่านอาจารย์สุกรีว่า "เต็มที่เลยนะครับ ผมมั่นใจว่าต้องมีข้อบกพร่องเยอะแน่ ๆ..!" ทำเอาทุกคนหัวเราะกันใหญ่

    เมื่อ พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์ ตลอดจนกระทั่งผู้บริหารและบุคลากรของวิทยาลัยสงฆ์มาถึง ครั้นไหว้พระกันตามธรรมเนียมแล้ว พระเดชพระคุณท่านผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ ก็เป็นตัวแทนของทุกคน ถวายกระเช้ามุทิตาสักการะ ที่กระผม/อาตมภาพได้รับตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์พิเศษ ซึ่งคำว่าพิเศษนี้ก็คือบุคคลที่ไม่ใช่อาจารย์ประจำที่ใดที่หนึ่ง หากแต่ว่ารับบรรยาย หรือว่าอยู่ในลักษณะของ "มือปืนรับจ้าง" นั่นเอง

    ในเมื่อเป็นอาจารย์พิเศษ ถึงเวลารับตำแหน่งทางวิชาการก็จะมีคำว่า "พิเศษ" อยู่ด้วย แต่ถ้าหากว่าเขียนตำแหน่งทางวิชาการต่อท้ายชื่อ ก็จะเป็น รศ.ดร. ก็คือ รองศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ ไม่ต้องใส่คำว่า "พิเศษ" ให้ยุ่งยาก
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,867
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,023
    ค่าพลัง:
    +26,854
    ครั้นรับการมุทิตาสักการะแล้ว "ท่านอาจารย์สุกรี" ก็นำเข้าสู่รายงานผลการตรวจสอบภายในที่ทำมา ๓ วัน ตั้งแต่วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ และวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็สามารถที่จะบอกรายละเอียดข้อผิดพลาด ของฝ่ายการเงินวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์ โดยเฉพาะในส่วนที่ละเอียดจนเราคิดไม่ถึง

    อย่างเช่นว่า ในใบเสร็จรับเงินนั้นจะต้องมีตัวอักษรระบุตัวเงินให้ชัดเจนประกอบด้วยทุกครั้ง เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งสิ่งทั้งหลายเหล่านี้นั้น จะทำให้เราสามารถที่จะแก้ไขข้อผิดพลาด และต่อไปก็จะผ่านการตรวจของ สตง. ได้สะดวกยิ่งขึ้น ต้องลากยาวกันอยู่จนกระทั่งเกือบบ่าย ๓ โมง ทางคณะตรวจสอบถึงได้ชี้แจงรายละเอียด ตลอดจนกระทั่งแนวทางการแก้ไขทั้งหมด ซึ่งพวกเราก็กราบขอบพระคุณและขอบพระคุณด้วยความยินดี ที่ทุกท่านอุตส่าห์เหนื่อยยาก มาช่วยกัน ในเรื่องของการบริหารจัดการวิทยาลัยสงฆ์ ให้เข้ารูปเข้ารอยและได้มาตรฐานตามที่กฎหมายเขาต้องการ

    เมื่อมอบของที่ระลึกและถ่ายรูปหมู่เรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขอตัวเดินทางกลับวัดท่ามะขาม มาทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน จากนั้นก็ต้องเดินทางไปเป็นเจ้าภาพงานศพ จ.ส.อ.เดชา เสรีวัฒน์ อดีตรองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเสียชีวิตลงและตั้งศพอยู่ที่วัดเหนือ (วัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง)

    ในเรื่องของการตรวจสอบภายในนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ประมาณว่าเราช่วยกันหาข้อผิดพลาดและแก้ไขเอาไว้ก่อน ถึงเวลาภายนอกมาตรวจสอบ ก็จะได้ไม่มีในส่วนที่ให้เขาจะตำหนิติเตียน หรือว่าเป็นข้อผิดพลาดจนถึงขนาดผิดกฎหมายได้ แต่ว่าส่วนหนึ่งก็คือบัญชีเงินที่ได้เปิดเอาไว้ เพื่อรองรับวารสาร มจร. กาญจนปริทรรศน์ ซึ่งกระผม/อาตมภาพริเริ่มขึ้นมา จนสามารถดันขึ้นฐาน ๒ ได้เรียบร้อยแล้ว จึงได้ปล่อยวางภาระ มอบให้ทางด้านวิทยาลัยสงฆ์ไปบริหารจัดการกันเอง
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,867
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,023
    ค่าพลัง:
    +26,854
    เนื่องเพราะว่าช่วงแรก ๒ ปีนั้น เราใช้วิธีในการที่ว่า ใครส่งบทความวิชาการหรือว่าส่งงานวิจัยมาตีพิมพ์ ถ้าตรวจสอบแล้วว่าสมควรที่จะตีพิมพ์แล้ว ก็จะมีรางวัลให้ แต่ว่าเมื่อผ่าน ๒ ปีไปแล้ว สามารถดันขึ้นสู่ฐาน ๒ ได้ คราวนี้การตีพิมพ์ทุกฉบับ ฝ่ายที่เป็นเจ้าของผลงานวิชาการ หรืองานวิจัย ต้องจ่ายค่าตีพิมพ์ให้กับทางวารสาร..!

    เราจึงต้องทำงานด้วยความโปร่งใส ก็คือเปิดบัญชีธนาคารรองรับเอาไว้เลย แต่ปรากฏว่าหลายปีที่ผ่านมา กระผม/อาตมภาพไม่ได้เข้าไปดูเหมือนกันว่าบริหารไปถึงไหน ? แต่วันนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มีการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวของบัญชีเลย ก็แปลว่าไม่มีการรับเอกสารเข้ามาตีพิมพ์ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะผิดระเบียบของทาง TCI หรือเปล่า ? อยู่ในลักษณะที่ว่าจะโดนเขี่ยตกระดับ ๒ ลงมาหรือไม่ ?! ถ้าเป็นอย่างนั้น สิ่งที่กระผม/อาตมภาพทำไว้ก็จะเหนื่อยเปล่า..!

    เมื่อมาถึงตรงจุดนี้แล้ว ก็ต้องกล่าวถึงในส่วนของการช่วยเหลือทุนการศึกษาให้กับบรรดานิสิต ทั้งของวัดท่าขนุนและทั้งอำเภอทองผาภูมิ ตลอดจนกระทั่งนิสิตที่อื่น ๆ ซึ่งขอย้ายมาสังกัดวัดท่าขนุน เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการที่กระผม/อาตมภาพส่งเสียให้เล่าเรียน ต้องขอเจริญพรขอบพระคุณญาติโยมจำนวนมาก ที่ร่วมกันบูชาวัตถุมงคลเพื่อสมทบทุนการศึกษา

    ถ้าใครรู้จักสังเกตจะเห็นว่าระยะหลัง วัตถุมงคลแต่ละชิ้นที่กระผม/อาตมภาพนำออกมาให้บูชานั้น ก็คือชิ้นสุดยอดที่ตั้งใจจะเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์เครื่องรางของวัดท่าขนุนนั่นเอง แต่ว่าเมื่อได้รับคำแนะนำจากทางด้านผู้สร้างพิพิธภัณฑ์ ว่า "ถ้าข้าวของเยอะเกินไปก็ลำบากในการนำชม เพราะว่าต้องเสียเวลาอธิบายกันเนิ่นนานมาก จะทำให้ในแต่ละรอบการชมยืดยาวเสียเปล่า ๆ" จึงให้จัดวัตถุมงคลเป็น ๑๕ ชุด ๆ ละ ๕ ชิ้น ซึ่งถือว่าเป็นชิ้นเอก นำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์ ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่กระผม/อาตมภาพจะจัดการ จึงได้ค่อย ๆ ทยอยนำออกมาให้ทุกคนได้บูชากัน

    แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าพวกเราส่วนหนึ่งไม่รู้จักของดี และในขณะเดียวกันก็ไม่รู้จักว่าของแต่ละชิ้น กว่าจะได้มานั้นลำบากยากเย็นขนาดไหน ?! แบบเดียวกับที่กระผม/อาตมภาพบูชาสายคาดเอวของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ซึ่งถือว่าเป็นสายคาดเอวอันดับ ๑ ของเมืองไทยนั้น กว่าที่จะได้เส้นที่สวยสมบูรณ์ ก็ต้องเสียเงินบูชาในเส้นที่ไม่สมบูรณ์ไปเป็นสิบ ๆ เส้น เนื่องเพราะว่าถ้าไม่บูชาเอาไว้ โอกาสผ่านไปก็อาจจะไม่ได้เห็นอีกเลย..!

    แต่พอบูชาเอาไว้แล้ว อีกไม่นานก็มักจะมีเส้นที่ดีกว่า สมบูรณ์กว่าขึ้นมา จึงทำให้ต้องใช้วิธีในการทยอยบูชาไปเรื่อย ๆ จนได้เส้นที่สวยสมบูรณ์แล้ว ถึงได้คัดเก็บเอาไว้ ดังนั้น..ในความลำบากตรงนี้
    ต้องบอกว่าท่านทั้งหลายบุญเยอะกว่ากระผม/อาตมภาพหลายเท่า เนื่องเพราะว่าถึงเวลามาบูชา ก็เจอแต่ของที่สวยสมบูรณ์ไปเลย..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,867
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,023
    ค่าพลัง:
    +26,854
    หรือไม่ก็หลายอย่างที่ท่านทั้งหลายไม่เห็นคุณค่า เนื่องเพราะว่าไม่ได้ซาบซึ้งถึงเกียรติศักดิ์เกียรติคุณของครูบาอาจารย์ อย่างเช่น หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ซึ่งกระผม/อาตมภาพนำในส่วนที่เป็นเนื้อว่านปี ๒๔๙๗ ออกให้บูชา จากการที่มีผู้เป็นเจ้าของที่อำเภอหาดใหญ่ ส่งมาถวายเพื่อร่วมบุญในครั้งนี้ด้วย ซึ่งกระผม/อาตมภาพที่บูชาได้องค์แรกเมื่อหลายสิบปีก่อน ต้องบอกว่าดีใจจนแทบน้ำตาไหล..! แต่ว่าในปัจจุบันนี้ ท่านทั้งหลายกลับไม่รู้ว่า "พระนิรันตรายอันดับ ๑ ของประเทศไทยคือหลวงปู่ทวด..!"

    เรื่องนี้ต้องฟังนายดาบ ผบ.หมู่จราจร ซึ่งคลุกคลีตีโมงอยู่กับอุบัติเหตุการจราจรมาเกือบ ๓๐ ปี ท่านบอกว่า
    "ชันสูตรพลิกศพผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจราจร ตลอดเกือบสามสิบปี ไม่เคยเจอว่าผู้ที่แขวนหลวงปู่ทวดเสียชีวิตเลย..!" นี่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้นายดาบ ผบ.หมู่จราจร ท่านนั้น แสวงหาพระเครื่องที่ตนเองรักชอบที่สุด ก็คือหลวงปู่ทวด แล้วก็ไปได้พิมพ์พระรอดมา

    ถึงขนาดเคยกล่าวกับกระผม/อาตมภาพว่า ถ้าหลวงพ่อพบว่ามีพิมพ์ใหญ่ซึ่งเป็นพิมพ์กรรมการ แล้วราคาไม่สูงนักที่ไหนให้ช่วยแจ้งด้วย เขาจะพยายามบูชามาติดตัวให้ได้ แต่ในเมื่อท่านทั้งหลายไม่รู้จักข้าวของ ก็เลยค้างอยู่ในเว็บวัดท่าขนุน ไม่สามารถที่จะเป็นบุญกุศลตามที่ท่านผู้ปรารถนาดีส่งมาให้

    และอาจารย์ของกระผม/อาตมภาพก็ "สละราชสมบัติ" ส่งเอา "ปลัดขิก" หรือที่บางท่านเรียกว่า "เพชรพญาธร" ซึ่งเป็นอันดับ ๑ อันดับ ๒ ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ และสำนักอื่น ๆ อยู่ในลักษณะว่าอายุเริ่มมากแล้ว ต้องปล่อยวางทางด้านนี้ลงบ้าง และอยากจะร่วมบุญกับทางวัดท่าขนุน จึงส่งมาให้ออกเพื่อร่วมบุญด้วย
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,867
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,023
    ค่าพลัง:
    +26,854
    กระผม/อาตมภาพก็ยังสองจิตสองใจว่า "จะเอาลงเว็บไซต์วัดท่าขนุนดีหรือไม่ ?" เนื่องเพราะว่าประการแรกนั้นไม่ใช่วัตถุมงคลที่เป็นรูปพระ ถ้าเราไม่ได้นึกถึงหลวงปู่หลวงพ่อผู้สร้าง ก็จะห่างพระรัตนตรัยไปหน่อย..! ประการที่สอง หลายอย่างนั้นต้องบอกว่าเข้มขลังมาก เกรงอยู่ว่าพระภิกษุสามเณรของเราบูชาไปติดตัวแล้วจะเดือดร้อน..!

    เนื่องเพราะว่ามีพระภิกษุวัดท่าขนุนหลายรูปที่กระผม/อาตมภาพตักเตือนไปว่า
    "ตบะของเรายังต่ำอยู่ อย่าไปใช้ปลัดขิกของสำนักนั้น ๆ" แต่ว่าท่านก็ไม่ฟัง ท้ายที่สุดก็อยู่ไม่ได้ ต้องสึกหาลาเพศกันไปหมด จะสงสารท่านหรือสมน้ำหน้าท่านดีก็ไม่ทราบ ?! เนื่องเพราะว่าได้ทำหน้าที่ของครูบาอาจารย์อย่างเต็มที่แล้ว

    แต่ว่าในที่นี้ เมื่อท่านทั้งหลายได้สร้างในส่วนของธรรมทาน ก็คือส่งเสียให้พระภิกษุสามเณร ให้ได้เล่าเรียนวิชาการต่าง ๆ ต่อให้เขาสึกหาลาเพศไป ก็จะสามารถทำมาหากิน เป็นบุคคลที่ดีของสังคม ทำความเจริญให้กับประเทศชาติได้ ถ้าหากว่าอยู่ต่อไป ก็ได้นำความรู้ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ดียิ่งขึ้น ขอให้กุศลผลบุญนี้จงเป็นปฏิพรย้อนสนองกลับไป ให้บรรดาท่านผู้ใจบุญทั้งหลายประสบแต่ความสุขความเจริญ มีความปรารถนาที่สมหวังโดยทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคนเทอญ

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...