ผลของการเจริญสติกับอาการวูบในห้องน้ำ

ในห้อง 'ประสบการณ์อภิญญา' ตั้งกระทู้โดย solardust, 20 กุมภาพันธ์ 2026 at 19:12.

  1. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    253
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +1,773
    เรื่องนี้เกิดกับผมมาหลายปีดีดักแล้วนะครับ นานจนลืมไปแล้ว
    แต่ไม่นานมานี้พอดีไปอ่านบทความเกี่ยวกับอาการวูบ แล้วนึกได้ว่าเราเคยวูบในหัองน้ำมาก่อน เลยเอามาเล่าให้อ่านกันเล่นๆ

    ลองนึกถึงคนทั่วไปเวลาเกิดอาการวูบดูนะครับ
    ลุกจากเตียง เดินไปห้องน้ำ พอก้าวเท้าเข้าไป ประตูยังไม่ทันจะปิด ทุกอย่างก็วูบ มืดไปหมด
    รู้สึกตัวอีกที ทั้งตัวก็กองลงไปกระแทกพื้นเรียบร้อยแล้ว ถ้าหัวไม่ได้ไปกระแทกอะไรเข้า ก็ถือว่าโชคดีไป

    แต่ตอนที่ผมวูบ มันมีสภาพแบบนี้ครับ
    ลุกจากเตียง เดินไปห้องน้ำ พอก้าวเท้าเข้าไป ประตูยังไม่ทันจะปิด ทุกอย่างก็วูบ มืดไปหมด
    รู้สึกตัวอีกที ก็สังเกตุว่า มันมีอาการคล้ายกับตอนเข้าฌานสามอยู่ คือรู้สึกว่าร่างกายอยู่นี่ แต่บนล่างซ้ายขวาอยู่ทางไหนไม่รับรู้แล้ว
    นอกจากนี้มันยังมีความรู้สึกเหมือน ร่างกายกำลังจะยุบลงไปหากลางลำตัว

    ผมก็มองดูที่อาการยุบของร่างกาย ตอนนั้นยังไม่รู้นะครับว่าเกิดอะไรขึ้น
    รู้สึกแต่ว่าทุกอย่างมืดไปหมด ห้ว คอ ไหล่ กำลังค่่อยๆงอลงไปที่ลำตัวช้าๆ หัวเข่าก็กำลังงอขึ้นมาที่ลำตัวช้าๆ ทีละนิด ทีละนิด
    ไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่บนพื้นห้องน้ำ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในอวกาศมากกว่า
    (ไม่เคยไปในอวกาศนะครับ แต่ไม่รู้จะอธิบายสภาวะนี้ยังไง มันรู้สึกคล้ายกับกำลังลอยอยู่ในอากาศ แล้วร่างกายกำลังยุบลงไปที่กลางตัว)

    ตอนที่กำลังงงอยู่ จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ว่า เราเพิ่งลุกจากที่นอนมา แล้วกำลังเดินเข้าห้องน้ำนี่หว่า นี่น่าจะเป็นอาการวูบในห้องน้ำแน่ๆ
    ความรู้สึกที่หัวเข่ากำลังงอขึ้นมาหาลำตัวแบบช้าๆนี้ มันต้องไม่ใช่แน่ๆ มันน่าจะเป็นลำตัวของเราที่ทรุดลงไปหาหัวเข่ามากกว่า
    แล้วอาการที่หัว คอ ไหล่ กำลังยุบงอเข้าไปที่กลางลำตัวนี่ มันน่าจะไม่ได้งอเข้าหาลำตัว มันน่าจะงอลงเตรียมกระแทกพื้นมากกว่า

    เป็นการวูบครั้งแรกในชีวิตเลยนะครับ ยังโชคดีที่วูบในโหมดสโลว์ เลยมีเวลาคิดค่อนข้างเยอะก่อนที่ทรุดถึงพื้น
    ตอนนั้นก็ไม่รู้จะทำยังไงนะครับ ไม่รู้สึกว่าพื้นอยู่ที่ไหน ร่างกายก็บังคับไม่ได้
    ทำได้แค่มองมันค่อยๆงอหัวเข่ากับคอ เข้าหาลำตัวแบบช้าๆไปเรื่อยๆ ทีละนิด ทีละนิด

    สักพักก็นึกได้ว่า มองจากอาการงอตัวของร่างกายแล้ว เราน่าจะไม่ได้ล้มแบบเอนตัวลงพื้น น่าจะอยู่ในท่ายืนแล้วทรุดลงพื้นตรงๆ
    ด้วยน้ำหนักตัวเกือบร้อยกิโลในตอนนี้ ถ้าทรุดลงไปท่านี้ ก้นกบน่าจะกระแทกพื้นก่อน จากนั้นกระดูกสันหลังก็จะกระแทกลงพื้นตรงๆในแนวตั้งจากท่านี้แน่นอน

    ซึ่งความคิดผมในขณะนั้นรู้สึกว่าถ้าเราปล่อยให้กระดูกสันหลังกระแทกพื้นในท่านั้น อาจจะถึงกับเดินไม่ได้กันเลยทีเดียว

    จากนั้นก็เกิดความคิดว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า เอียงตัวนิดนึงยื่นแขนไปทางก้นกบแล้วเกร็งเอาไว้ เพื่อให้มือกับแขนกระแทกพื้นก่อนกระดูกก้นกบ
    แขนหักดีกว่ากระดูกสันหลังมีปัญหา

    แต่ก็ไม่ได้ง่ายนะครับ ผมลองเอาสติไล่จับความรู้สึกไปตั้งแต่หัวจรดเท้า มันเหมือนกล้ามเนื้อทั้งตัวมันไม่มีแรง ไม่สามารถบังคับได้
    ต้องตั้งสติแล้วค่อยๆไล่ความรู้สึกบังคับกล้ามเนื้อกับตำแหน่งแขนไปทีละนิดทีละนิด
    จนอยู่ในตำแหน่งที่เดาว่า มันน่าจะกระแทกพื้นก่อนส่วนอื่น

    พอเกร็งแขนได้ที่ อาการที่เห็นว่าร่างกายตัวเองกำลังค่อยๆงอตัวช้าๆในอวกาศก็หายไป
    ความรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงแล้วกระแทกพื้นภายในเสี้ยววินาทีก็ตามมา
    ปิดท้ายด้วยอาการเจ็บแปลบเหมือนโดนค้อนทุบเข้าที่ฝ่ามือกับข้อมือ จากการที่พุ่งลงกระแทกพื้นห้องน้ำแบบเต็มสูบก็ตามมาติดๆทันที
    ทุกส่วนปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ยกเว้นแขนข้างที่กระแทกพื้น

    ข้อมือเดี้ยงไปสองอาทิตย์ เกร็งไม่ได้ถือของหนักไปได้ เจ็บแปลบๆไปอีกสามปี
     
  2. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    253
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +1,773
    สำหรับคนที่ยังงงอยู่นะครับ
    หลังจากที่ผมฝึกเจริญสติแบบ มีสติรู้ทั่วตัวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า 24 ขั่วโมงต่อวัน ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือนแล้ว
    ผมก็เริ่มมองเห็นภาพสโลว์รอบๆตัว เป็นพักๆ แบบไม่สามารถควบคุมได้ว่าตอนนี้อยากเห็นนะ ตอนนี้ไม่อยากเห็นนะ
    ควบคุมไม่ได้ กำหนดไม่ได้ มันนึกจะสโลว์มันก็สโลว์ขึ้นมาดื้อๆ

    (24 ชั่วโมง หมายความว่าเวลานอนก็นอนแบบมีสติรู้สึกทั้งตัวตลอดนะครับ ทำจนรู้สึกว่าร่างกายหลับไปแล้วแต่เรายังมีสติรู้ตัวอยู่ ใจเรามันตื่นอยู่ตลอด)

    เรื่องนี้ตอนที่ผมเข้าโหมดสโลว์ไป มันก็เข้าของมันเอง ตอนมันจะออกจากโหมดสโลว์ มันก็ปุ๊บปั๊บออกไปเองเหมือนกัน คุมไม่ได้

    เรื่องที่เล่าตั้งแต่ต้นจนจบเนี่ย จริงๆแล้ว ไม่เกินสองวินาทีนะครับ เรื่องมันมีแค่เดินเข้าห้องน้ำไป แล้ววูบล้มลงกระแทกพื้น แค่นั้น
    แต่สำหรับผู้ที่เจริญสติแบบจริงจังมาสักพักหนึ่งแล้ว เวลาอยู่ในโหมดสโลว์แบบนี้นี่ มีเวลาค่อยๆคิดเป็นสิบนาทีกว่าจะกระแทกพื้น

    ส่วนใครที่นึกภาพไม่ออกนะครับ
    ลองนึกถึงเรื่องในพระไตรปิฏกฉบับอรรถกถา ขุททกนิกาย พุทธวรรคที่ 14 ดูนะครับ
    ที่พระพุทธองค์ท่านตรัสว่า พระสารีบุตรสามารถนับเม็ดฝนที่กำลังตกได้ว่ามีกี่หยด

    เมื่อก่อนอ่านบทนี้แล้วก็งงนะครับว่า คนเราจะไปนับเม็ดฝนได้ยังไง มองตามยังไม่ทันเลย
    พอเจริญสติแบบ 24 ชั่วโมงต่อวันได้สักพัก ก็เริ่มเข้าโหมดสโลว์ได้เอง
    ถึงได้นึกภาพออกว่า กระจอกงอกง่อยแบบเรา ฝึกสติแบบทิ้งๆขว้างๆอย่างนี้ ยังเห็นทุกอย่างอยู่ในโหมดสโลว์ได้เป็นพักๆ
    พระอรหันต์ที่ท่านมีสติสมบูรณ์ตลอดเวลา ท่านอาจใช้วิธีเข้าโหมดนี้แล้วค่อยๆนับเม็ดฝนที่ลอยนิ่งๆอยู่ก็เป็นได้
    (เดานะครับ วิสัยของพระอรหันต์ ปถุชนอย่างเราเดาไปก็น่าจะงงหนักกว่าเดิม)

    แบ่งปันให้อ่านกันเล่นๆนะครับ เผื่อใครจะมีลูกฮึดทำความรู้สึกตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า 24 ชั่วโมงต่อวันทุกวันเป็นเดือนๆแบบผมบ้าง
     
  3. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    253
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +1,773
    อีกเรื่องหนึ่ง ไม่รู้เกี่ยวกันหรือเปล่านะครับ คือผมไปอ่านเจอคำสอนของหลวงตามหาบัวที่่ท่านบอกว่า
    พระอรหันต์ท่านมีสติตลอดเวลา เวลานอนใจท่านก็ตื่นอยู่ตลอดไม่ได้หลับตามร่างกายไปเหมือนพวกเรา
    สมัยนั้น (หลายสิบปีแล้วนะครับ ท่านยังมีชีวิตอยู่) อ่านหนังสือไปก็ไม่เข้าใจ คนเราหลับไปแล้ว แล้วจะมีสติอยู่ได้ไง

    แต่ก็ยังเชื่อนะครับว่าหลวงตาท่านพูดจริง เพราะมานั่งนึกดูแล้ว ข้อความในหนังสือเป็นข้อความที่ถอดเทปออกมาตอนที่ท่านสอนธรรมอยู่
    เรื่องนี้น่าจะจริง เพียงแต่เรานึกภาพไม่ออกเท่านั้นเอง

    ตอนนั้นอยากนึกภาพออกมาก ผมก็เลยพนมมือไหว้ไปในอากาศนึกถึงท่านแบบจริงจังเลย
    แล้วก็ขอท่านว่า ขอให้ผมได้เข้าถึงความมีสติแบบที่ท่านบอกไว้ในหนังสือด้วยเถิด แล้วก็เริ่มเจริญสติเตาะแตะมาเรื่อยๆ

    ใครกลัวไม่ขลัง ลองแบบผมก็ได้นะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์
     

แชร์หน้านี้

Loading...