รวมวัตถุมงคลทั่วทุกภูมิภาคประเทศไทย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,248
    ค่าพลัง:
    +5,936
    จองครับ
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    ขออภัย รายการ นี้ ปิด แล้ว ครับแต่ผมน่าจะมีอีกองค์ถ้าหาเจอจะแจ้งครับ
    ขอบคุณครับ
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777720069604.jpg

    หลวงพ่อกวยมาเสกพระให้ถึงโบสถ์วัดดาวเรือง หลวงพ่อกวยบอกว่า "ให้พระครูทำบ่อยๆ ทำทุกวันทั้งยืนเดินนั่งนอนกรรมฐานอย่าทิ้ง เมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป ทำได้ขลังเหมือนข้าฯ ” ถึงวันนั้น พระครูแป๋วไม่เป็นสองรองใคร

    หลวงปู่ พระครูแป๋ว วัดดาวเรือง อายุ 85 เสือเมืองสิงห์

    ประสบการณ์หนาหู เสกหนุมานหมุน ปลัดบิน อาคม หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา หลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์ หลวงพ่อกวย วัดบ้านแค หลวงพ่อเชน วัดสิงห์ มารวมกันอยู่ที่

    หลวงปู่ พระครู แป๋ว องค์นี้ องค์เดียว

    ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระราชทานผ้าไตร น้ำสรง คราวหลวงปู่ทำบุญอายุ ๗ รอบ สมัยนี้หาพระดี พระขลัง อย่าง หลวงปู่ พระครูแป๋ว เป็นไม่มี

    1. หลวงพ่อศรีวัดพระปรางค์ เป็นอาจารย์ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง หลวงพ่อกวย วัดบ้านแค หลวงพ่อทอง วัดพระปรางค์ หลวงปู่แป๋วองค์นี้ ท่านสืบวิชาตำรับโบราณ จาก หลวงพ่อทอง วัดพระปรางค์
    2. หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา มนต์จินดามณี หลวงพ่อเฒ่า วัดค้างคาว ยันต์ค่ายกล หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ สารพัดวิชา หลวงปู่แป๋ว ได้วิชาจาก หลวงพ่อกวย วัดบ้านแค
    3. หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน หลวงปู่แป๋ว ได้วิชาจาก หลวงพ่อเชน วัดสิงห์
    คนเมืองสิงห์รู้ดีว่า ของ หลวงปู่ พระครูแป๋ววัดดาวเรือง มีปาฏิหาริย์แค่ไหน

    “หลวงปู่แป๋ว ออกเหรียญ รุ่นแรก ตั้งแต่ ปี ๒๕๒๖ เดี๋ยวนี้ ครึ่งหมื่น”

    “หลวงปู่แป๋ว ทำตะกรุด คงกะพัน แคล้วคลาดชั้น ๑ ของเมืองสิงห์”

    “หลวงปู่แป๋ว ทำปลัด ขยับชนกล่อง อีกครั้ง กระโดดจากพาน

    “หลวงปู่แป๋ว ทำแหวนพิรอด หัวตะกร้อ กันเขี้ยวงา งูอ้าปากไม่ขึ้น หมากัดไม่เข้า ตะขาบกัดไม่บวม ปลิงแกะลื่น”

    “หลวงปู่แป๋ว ทำผ้ายันต์ กันไฟ ตอนไฟไม่โบสถ์ มีคนเห็นยันต์เป็นเส้นสีแดง คลุมวัด

    ประวัติ หลวงปู่ พระครูแป๋ว (พระครูปัญญาวิมล) ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบล เป็น พระอุปัชฌาย์ อายุ ๘๕ปี บวชตั้งแต่ อายุ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ กับพระราชสิงหมุนี พระครูรัตนาธาร(หลวงพ่อเยื้อน)

    พรรษาแรก "หลวงพ่อแป๋ว" อยู่กับหลวงพ่อเชน วัดสิงห์ ร่ำเรียนวิชา ทำตะกรุด ต่อมา ไปเรียนกับหลวงพ่อกวย สักหนุมาน แผลงฤทธิ์ สักธนูมือ สักมงกุฎพระเจ้า (หลังเหรียญรุ่นแรก) ป้อนน้ำมันงาให้ท่านรูปเดียว ตั้งแต่ปี 2498 หลวงพ่อกวยเอ่ยปากยอมรับว่า "อื้อใช้ได้ใช้ได้ทำเหมือนหลวงพ่อแล้วนี่" ปกติหลวงพ่อกวยไม่ยอมรับใครง่ายๆ
    ต่อมาไปหา "หลวงพ่อทอง วัดพระปรางค์" ศิษย์ "หลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์" เรียกหลวงพ่อทองว่า "พ่อ" ปี 2513

    ปี 2517 หลวงพ่อกวยมาเสกพระให้ถึงโบสถ์วัดดาวเรือง หลวงพ่อกวยบอกว่า "ให้พระครูทำบ่อยๆ ทำทุกวันทั้งยืนเดินนั่งนอนกรรมฐานอย่าทิ้ง เมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป ทำได้ขลังเหมือนข้าฯ ” ถึงวันนั้น พระครูแป๋วไม่เป็นสองรองใคร

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ยกชุด ๒ รายการ

    ๑.เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อแป๋ววัดดาวเรือง บล๊อค เสริมปี ๒๙ มีดาว ๒ ดวง

    ๒.พระผงรูปเหมือนเนื้อผงน้ำมัน รุ่นสร้างสะพาน

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260502_170705.jpg IMG_20260502_170728.jpg IMG_20260502_170756.jpg IMG_20260502_170849.jpg IMG_20260502_170909.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    พระผงพุทธคุณรุ่นแรกของวัดหน้าพระธาตุ(รุ่นสร้างโบสถ์)เริ่มสร้างเมื่อปี 2505โดยท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี(ธีร์ ปุณณกมหาเถระ)วัดจักรวรรดิราชาวาส กทม ดำเนินการสร้างที่ วัดหน้าพระธาตุ ต.ตะคุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา สร้าเป็นพระผงหลายพิมด้วยกัน

    มวลสารและผงวิเศษต่างๆที่นำมาผสมพระผงรุ่นนี้คือ
    ผง ว่าน108
    ผง คัมภีร์โบลานเก่า
    ผง พระเก่าวัดสามปลื้มและผงพระเก่าจากที่อื่นๆ กทม
    ผง ดินเจ็ดป่าช้า
    ผง ดินเจ็ดท่าน้ำ
    ผง ดินใจกลางวัด108วัด

    ผงวิเศษ(ไตรมาส)จากหลายเกจิอาจารย์ดังต่อไปนี้
    หลวงพ่อก้อน วัดห้วยสะแกราช นม
    หลวงพ่อท้าว วัดจระเข้หิน นม
    หลวงปู่นิล วัดครบุรี นม
    หลวงปู่อวน วัดหนองพลับ สระบุรี
    หลวงพ่อบุญมี วัดหน้าพระธาตุ นม

    เมื่อสร้างเป็นพระผงพิมต่างๆแล้วได้นำเข้าร่วมในพีธีพุทธาภิเษกหลายพิธีดังนี้คือ

    1_ พิธีพุทธาภิเษก ที่ศาลาเทียนหงส์ ปักธงชัยมีอาจารนั่งปรกดังต่อไปนี้
    หลวงพ่อก้อน วัดห้วยสะแกราช
    หลวงปูนิล วัดครบุรี
    หลวงพ่อดัด วัดนกออก
    หลวงพ่อพรม วัดประดากุด

    2_ พิธีพุทธาภิเษก วัดกลางปักธงชัย ในงานหล่อพระประทาน พ.ศ.2513พระนั่งปรกดังนี้
    หลวงพ่อริม อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์
    หลวงพ่อดัด วัดนกออก
    หลวงพ่อก้อน

    3_พิธีพุทธาภิเษก วัดบ้านโคก ปักธงชัย 13กพ2514 มีอาจารย์ปรุกเศก 13รูป ดังนี้
    1พระพุทธต์วราจารย์ วัดสุทัศน์ กทม
    2พระครูพิจิตรวิริยานุโยค วัดทองพุ่มพวง สระบุรี
    3หลวงพ่อโชติ วัดวชิราลงกรณ์ นม
    4หลวงก้อน วัดห้วยสะแกราช นม
    5พระครูญาณวิศิษฏ์ วัดพุทธมงคลนิมิตร นครสวรรค์
    6พระครูวาทีวคุณ วัดโยธาราษ ปราจีนบุรี
    7หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน ปราจีนบุรี
    8หลวงพ่อชม วัดเขานันทา ปราจีนบุรี
    9พระครูณรงค์ชัย วัดป่าทรงคุณ ปราจีนบุรี
    10พระอาจารย์ฉอ้อน วัดแหลมหิน ปราจีนบุรี
    11พระอธการเพ็ชร์ วัดหนองแฟบ นม
    12พระอาจารย์ศรีทัศน์ วัดพระธาตุหนองสามหมื่น ชัยภูมิ
    13พระอาจารย์วัดป่าชัยภูมิวนาราม ชัยภูมิ

    4_พิธีพุทธาภิเษกก่อนถึงพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ที่วัด7วันพระลูกวัดได้นั่งปรกในโบสถ์เก่าอยุหลวงร้อยปีนำโดยหลวงพี่บุญมี ตลอดเวลา7วัน7คืนจนสีผึ้งเดือด
    วัดหน้าพระธาตุ ในงานผูกพัทเสมาฝังลูงนิมิต พ.ศ.2521 งานนี้ในหลวงมาตัดหวายเอง อาจารย์นั่งปรกดังนี้

    หลวงพ่อสุด วัดกาหลง สมุทสาคร
    หลวงพ่อลึ้ม วัดทรงธรรม ชัยภูมิ
    หลวงพ่อเจ็ก วัดศรีสนามคงคา ชัยภูมิ
    หลวงพ่อชาย วัดนครธรรม ปราจีนบุรี
    หลวงพ่อแถม วัดทองชุมพวง สระบุรี
    หลวงพ่อชูวงษ์ วัดประชาวงคาราม สุราษฎร์ธานี
    หลวงพ่อทอง วัดสามปลื้ม กทม
    หลวงพ่อเพิ่ม วัดสามปลื้ม กทม
    สมเด็จ ธีร์. วัดสามปลื้ม กทม
    และอีกหลายองที่ไมได้กล่าวถึงในหลวงมาไม่รู้จะมากแค่ใหน

    พอเสร็จพิธีได้นำพระผมรุ่นนี้รงกรุโบสถ์ วัดหน้าพระธาตุ ปักธงชัย นครราชสีมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตัดหวายลูกนิมิต ส่วนพระที่ไม่ได้รงกรุก็มีส่วนน้อยส่วนใหญ่จะนำรงกรุที่โบสถ์

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงพุทธคุณรุ่นแรกวัดหน้าพระธาตุ เนื้อหามวลสารและพิธีใหญ่ครูบาอาจารย์สายเมืองโคราช และ ครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ เนื้อหาดูง่ายสบายตา ส่อง ดูสบายใจ

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260503_170638.jpg IMG_20260503_170608.jpg
     
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777800885755.jpg
    หลวงพ่อเกษม เขมโก (นามเดิม เจ้าเกษม ณ ลำปาง) เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐาน พระเกจิเถราจารย์ทางด้านธุดงควัตร ปลีกวิเวก พุทธศาสนิกชนใน จ.ลำปาง และชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นพระเถราจารย์ปูชนียบุคคลรูปหนึ่งของประเทศไทย และมีผู้มีความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

    "พระเครื่องที่แขวนมีหลายองค์ แต่ที่ขาดคอไม่ได้ คือ พระของหลวงพ่อเกษม ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดถ้าเป็นพระที่หลวงพ่อปลุกเสกถือว่าใช้ได้เหมือนกันหมด ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นดังและราคาแพง พระที่ขึ้นชื่อว่าหลวงพ่อเกษมปลุกเสกนั้นมีความขลังเท่าเทียมกันทุกรุ่นทุกองค์ วันนี้แขวนรูปภาพ และฟันของหลวงพ่อ ซึ่งได้จากเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์คอยรับใช้ท่าน" นี่เป็นคำยืนยันจากปากของ คุณสุวรรณ กล่าวสุนทร ในขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

    คุณสุวรรณได้เล่าถึงปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อเกษมให้ฟังว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ ครั้งเป็นนายอำเภอเมืองลำปาง ได้ออกไปจับไม้ พบกองไม้ขนาดใหญ่และอุปกรณ์การตัดไม้จำนวนมากไม่สามารถเคลื่อนย้ายมาได้หมดจึงเผาทิ้ง ปรากฏว่าหลังจากราดน้ำมันเบนซินแล้ว ด้วยความประมาทระหว่างจุดไฟปรากฏว่าไฟลุกท่วมเหมือนกับถังแก๊สระเบิด ได้ยกมือขึ้นป้องใบหน้าพร้อมกับกระโดดหลบ ได้ร้องตะโกนอุทานไปว่า "หลวงพ่อช่วยลูกด้วย"

    ด้วยความแรงของเปลวไฟ ทำให้แขนและบริเวณหน้าอกถูกลวกด้วยเปลวไฟ ในครั้งนั้นมีการออกข่าวไปว่า "รองผู้ว่าฯ ลำปาง ถูกไฟคลอกตาeดำเป็นตอตะโก" ในครั้งนั้นต้องเดินเท้าเกือบครึ่งวันกว่าจะถึงถนนใหญ่ จากนั้นก็ไปพักรักษาตัวในห้องปลอดเชื้อของโรงพยาบาลนานถึง 7-8 วัน โดยทุกๆ วันจะมีหมอมาตัดผิวหนังที่เสียหายออก และในวันสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาลหมอได้แนะนำให้ไปศัลยกรรมผิวหนังบริเวณที่ถูกไฟไหม้เพื่อให้แผลเป็นไม่น่าเกลียด หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็ไปหาหลวงพ่อเกษม พร้อมกับบอกหลวงพ่อว่า "ช่วยเป่าให้หน่อย ขออย่าให้เป็นแผลเป็น" ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า หลังจากหลวงพ่อเป่าให้อีกประมาณ ๑ เดือน ไม่เกิดเป็นร่องรอยแผลเป็นเลย

    "พุทธคุณและปาฏิหาริย์ของพระเครื่องที่เราเกิดไม่ทันนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา เท็จจริงประการใดไม่ทราบ แต่เรื่องเล่าพุทธคุณและปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อเกษมเป็นสิ่งที่ผมสัมผัสได้ โดยได้เดินทางไปกราบไหว้ท่านเมื่อยังเป็นเด็ก นอกจากได้สัมผัสวัตรปฏิบัติแล้ว รวมทั้งปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองหลายครั้ง" คุณสุวรรณกล่าว

    Credit: ขอขอบคุณที่มาจากการคัดลอกเนื้อหาบางส่วนจาก คมชัดลึก ออนไลน์ https://www.komchadluek.net/amulet/161609

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    แสตมป์ รัชกาลที่ ๕ เนื้อกระเบื้องกังใสเคลือบแถบทอง โสฬส หลวงพ่อเกษม เขมโก ปี ๒๕๓๕

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260503_172946.jpg IMG_20260503_173049.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 พฤษภาคม 2026 at 22:01
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1731446285267.jpg 1777817214234.jpg


    พระพุทธปางประธานพร เนื้อผงใบลาน หลวงพ่อดัด วัดท่าโบสถ์ รุ่นกุฏิระเบิด

    หลวงพ่อดัด ท่านเคยมาปลุกเสกพระที่ กรุงเทพและท่านไม่มาอีกเลย ด้วยความสงสารชาวบ้านที่เจ็บป่วยไข้ซึ่งมารอท่านที่วัดเป็นเวลาสี่วัน เพราะตอนนั้นการเดินทางไปกรุงเทพลำบากจริงๆต้องใช้เวลาหลายวัน
    ท่าน สามารถเรียกฝนให้ตกได้ ตำราที่เรียนมาจากหลวงปู่เฒ่านั้นเป็นของหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ตำราบางอย่างส่วนมากยังอยู่กับศิษย์ของท่านที่วัดอรัญญวาสี ท่านพระครูชัยคณาทร เจ้าคณะอำเภอหันคา
    ท่านเป็นหนึ่งในพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของชัยนาท แม้แต่หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ยังเคารพนับถือ
    วันที่ท่านจะสิ้นใจท่านถามศิษย์ว่าวันนี่ฝนตกหรือยัง ศิษย์บอกว่าฝนตั้งเค้ามาแล้ว
    ท่านบอกว่า วันนี่ท่านต้องจากไปแล้ว แล้วท่านก็นอนจำวัด ก่อนนอนท่านให้พระสวดมนต์ บูชาพระ ตอนบ่ายฝนตกอย่างหนักจนถึงเย็นพอฝนหายท่านก็สิ้นใจท่ามกลางศิษย์ที่ดูแล เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2527
    พระพุทธปางประธานพร หลวงพ่อดัด วัดท่าโบสถ์ รุ่นกุฏิระเบิด ตามประวัติที่ผมทราบมานั้น รุ่นนี้ถูกซึ่งสร้างขึ้นมาประมาณปี 24-25 เพื่อเอาไว้ให้ชาวบ้านบูชาในงานฝังลูกนิมิต และงานฉลองศาลาการเปรียญ เมื่อทำการปลุกเสกเสร้จแล้ว ก็เอาเก็บใว้ที่ชั้นบนของกุฏิหลวงพ่อดัด จนงานเสร็จเรียบร้อย ก็ยังไม่ได้เอาออกมาให้คนบูชาจนหลวงพ่อดัดท่านมรณภาพไปแล้ว ในปี 27 ก็ยังไม่ได้เอาออกมา เมื่อเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันท่านกำลังนั่งคุยเรื่องงานกับหลวงพ่อ เจ้าคณะอำเภอและเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน อยู่ ๆ ก้ได้ยินเสียงระเบิdดังขึ้นมา เมื่อท่านไปดูก็พบพระเครื่องเนื้อผงเกลื่อนเต็มกุฏิไปหมด จึงรู้ทันที่ว่าหลวงพ่อดัดให้เอาพระเครื่องรุ่นนี้ออกมาให้ชาวบ้านได้บูชากัน ตอนนั้นทางวัดให้บูชากันองค์ละ 25 บาท พระผงรุ่นนี้มีประสบการณ์ทางแคล้วคลาดทางเมตตามหานิยมยอดเยี่ยมอย่างมาก เคยมีคนห้อยคอติดตัวถูกยิjก็ยิjไม่ถูก บางรายก็ว่าทางค้าขายก็ดีเหมือนกัน

    ประวัติครูบาอาจารย์
    หลวงพ่อดัด พุทธิสาโร หรือ ท่านพระครูไพโรจน์อรัญญคุณ วัดท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ท่านเกิดวันที่ 30 ธันวาคม 2463 ที่บ้านหนองแซง อ.หันคา จ.ชัยนาท ครอบท่านมีด้วยกัน 7 คน ท่านเป็นคนโต ท่านบวชที่วัดสระดู่ ต.หนองแซ อ.หันคา จ.ชัยนาท
    ท่านคือพระเกจิเก่งอีกท่านหนึ่งของเมืองชัยนาท มีวิชาลงอักขระเลขยันต์ เขียนและลบผง ลงมนต์ปลุกเสกวัตถุมงคลได้ขลังนัก อีกทั้งยังมีวิชาสามารถเรียกฝนให้ตกได้ ตำราที่ท่านได้เรียน ส่วนมากจะมาจากหลวงปู่เฒ่า ซึ่งตกทอดมาจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า นั่นเอง..
    หลวงพ่อดัด ท่านเป็นสหธรรมิกกับ หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม , หลวงพ่อเชื้อ วัดใหม่บำเพ็ญบุญ , หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ , วัตถุมงคลในยุคแรกๆของหลวงพ่อดัด ส่วนมากจะนิมนต์พระเกจิที่เป็นสหธรรมิกของท่าน มาร่วมปลุกเสกด้วย เป็นการแลกเปลี่ยนวิชาคาถาอาคมไปในตัว ท่านได้รับการยกย่องว่ามีพลังจิตแข็งกล้ามาก
    หลวงพ่อดัดท่านเป็นพระเคร่งครัดในพระธรรมวินัย นิสัยสันโดษ ไม่ค่อยออกไปไหนไกลจากวัดสักเท่าไหร่ และไม่ค่อยพูด ท่านเป็นพระวาจาสิทธิ์ ลองได้ทักใครไปในเรื่องอะไร ต้องเป็นไปดังคำที่หลวงพ่อท่านทักทายทำนายไว้แน่นอน ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือของลูกศิษย์และชาวบ้านชาวเมืองชัยนาทเป็นอย่างมาก
    ในวันที่ท่านจะสิ้นลมหายใจท่านถามศิษย์ว่าวันนี้ฝนตกหรือยัง ศิษย์บอกว่าฝนตั้งเค้ามาแล้ว.. ท่านบอกว่าวันนี่ท่านต้องจากไปแล้ว แล้วท่านก็นอนจำวัด ก่อนนอนท่านให้พระภิกษุในวัด สวดมนต์บูชาพระ พอตอนบ่ายฝนตกอย่างหนักจนถึงเย็น พอฝนหายท่านก็สิ้นลมหายใจท่ามกลางศิษย์ที่ดูแล เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2527

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ


    IMG_20260503_211313.jpg
    IMG_20260503_211339.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 พฤษภาคม 2026 at 22:01
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777831576984.jpg

    เหรียญพระพุทโธอริยทรัพย์ วัดอาวุธ งานยกช่อฟ้าอุโบสถ ปี๒๕๔๑
    หลวงพ่อสังวาลย์เขมโกวัดทุ่งสามัคคีธรรม สุพรรณบุรีอธิษฐานจิตปลุกเสก

    • หลวงตามหาบัวเทศน์กล่าวถึงหลวงปู่สังวาลย์

    ในตอนหนึ่งท่านกล่าวว่า… “ หลวงพ่อสังวาลย์ เป็นผู้มีบุญญาภิสมภารอันกว้างขวางลึกซึ้งมาก ยากที่จะมีใคร ๆ เสมอเหมือนได้ เพราะท่านมีน้ำใจกว้างขวาง แสดงออกให้เห็นจากบริษัทบริวารศรัทธาทั้งหลายที่มาจากทุกทิศทุกทางคนเราต้องมาด้วยน้ำใจ น้ำใจเป็นของลึกซึ้งมากทีเดียว ถ้าลองน้ำใจได้ไหลลงไปที่ใดแล้ว เป็นได้ไหลตลอดไม่มีถอยนี่น้ำใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศีลไปด้วยธรรมของพี่น้องทั้งหลาย ซึ่งเกิดจากความเชื่อความเลื่อมใสในหลวงพ่อสังวาลย์

    แม้องค์ท่านเองจะทุพพลภาพ ไปไหนมาไหนนอนสั่งอยู่บนเตียงก็ตาม แต่วาสนาบารมีของท่าน ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเหมือนเรือนร่างของท่าน แต่เต็มไปด้วยความเมตตาต่อพี่น้องทั้งหลาย เช่นเวลานี้ท่านจะต้องคิดอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มงานมาจนกระทั่งบัดนี้ วันนี้เป็นวันที่ท่านคิดมากห่วงใยกับชาติบ้านเมือง กับศาสนา กับจิตใจของพี่น้องชาวไทยเราว่าคราวนี้เป็นคราวที่ท่านเป็นผู้นำผู้หนึ่ง แม้ร่างกายจะทุพพลภาพ แต่ส่วนจิตใจและวาจาของท่านที่จะแสดงต่อพี่น้องทั้งหลาย ด้วยน้ำใสใจเมตตาจริง ๆ ว่า วันนี้งานเราจะเป็นอย่างไรบ้างนาแล้วก็หลวงตามหาบัว ท่านก็มาที่นี่ด้วย เพื่อช่วยชาติบ้านเมือง อันเป็นเจตนาอย่างเดียวกัน แล้วงานของเราเพื่อรับชาติบ้านเมืองและรับจิตใจของเราขึ้นสู่ธรรมนี้ จะเป็นอย่างไรนะ จะบกพร่องอะไรหรือไม่ ท่านต้องเป็นกังวลมากมาย พี่น้องทั้งหลายทราบตามนี้ก็แล้วกันเพราะท่านเป็นผู้มีบุญญาภิสมภารอำนาจวาสนามากทีเดียวองค์หนึ่ง น่าชมเชยสรรเสริญเป็นอย่างมาก ที่ท่านอยู่นี่ท่านเป็นเหมือนแม่เหล็กเป็นเครื่องดึงดูดจิตใจของประชาชนให้ระลึกถึงท่านมากน้อยเพียงไร ย่อมเกิดเป็นกุศลมหากุศลขึ้นที่ใจของตน ไม่มีการเฉื่อยชา ไม่มีการจืดจางตลอดมา

    นี่เพราะอำนาจแห่งเมตตาธรรม วาสนาบารมีของท่านที่เคยเกี่ยวโยงกับพี่น้องทั้งหลายเคยเป็นลูกศิษย์ลูกหาเป็นบริษัทบริวารกันมา เมื่อพูดคำใดออกมาย่อมมีน้ำมีเนื้อมีรสมีชาติทุกสิ่งทุกอย่างต่อจิตใจของบริษัทบริวารทั้งหลายให้มีความอุตส่าห์พยายามในทางคุณงามความดีทั้งหลาย ท่านก็ได้ข้อคิดเต็มหัวใจวันนี้ พี่น้องทั้งหลายกรุณาตอบแทนท่านด้วยอำนาจแห่งการให้ทาน การรักษาศีลการเจริญเมตตาภาวนาเดินตามรอยครูนี้แหละ จะเป็นผู้แคล้วคลาดปลอดภัยตลอดไป..” ; จากหนังสือ ชาติสุดท้าย หน้า ๗๗-๗๘

    ชีวประวัติและปฏิปทาหลวงปู่สังวาลย์_เขมโก
    วัดทุ่งสามัคคีธรรม อ.สามชุก สุพรรณบุรี

    นามเดิมท่านคือสังวาลย์ นามสกุล จันทร์เรือง เกิดเมื่อ จันทร์ เดือน ๔ ปีมะโรง ปี พ.ศ.๒๔๕๙ ที่บ้านหนองผักนาก สามชุก สุพรรณบุรี บรรพบุรุษท่านมีอาชีพทำนา แต่โยมบิดาท่านเป็นผู้ที่ได้นำภาพยนตร์มาฉายในอำเภอสามชุกเป็นคนแรก

    • #อุปสมบทครั้งแรก
    เมื่ออายุครบบวช แต่ด้วยความที่ท่านเป็นคนไม่รู้หนังสือ บทสวดมนต์บางบท ท่านต้องจำจากที่แม่ชีสวดกัน ท่านจึงสวดมนต์ได้แค่อิติปิโส ฯ พาหุง ฯ แม้แต่นะโมก็ต้องต่อเอา ด้วยเหตุนี้ท่านจึงต้องลาสิกขาบท ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากจะลาเลย

    • ชีวิตสมรส
    ท่านสมรสกับแม่บาง เมื่ออายุ ๒๖ ปี ในปี ๒๔๘๑ แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน ท่านยึดอาชีพทำนาแต่ด้วยเหตุที่ท่านมีสุขภาพไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไรนัก บางครั้งขณะที่ทำงานเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ท่านก็ต้องผลัดกันไถนาโดยอาศัยห้างนาเป็นที่พัก รอจนไข้ลดจึงได้ออกมาทำนาเป็นปรกติ บางทีก็ทำนาไม่ได้ ต้องให้ภรรยาท่านเป็นคนทำ ท่านจึงรับหน้าที่ เป็นผู้ช่วยหุงหาอาหารให้ภรรยาเท่านั้นเอง ท่านได้ทนทุกข์ทรมานกับโรคภัยถึง ๒ ปี โดยในระหว่างนั้นท่านได้รับคำแนะนำจากแม่ชีจินตนา ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ให้ทำกรรมฐานเผื่อว่าโรคจะหาย

    ความที่ท่านมีโรคภัยนี้เอง จึงได้เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านได้เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร เห็นภัยที่เกิดจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ขึ้นมา ท่านเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งแม่บางไม่สบาย ท่านก็ได้ช่วยดูแลตามประสาสามี ธรรมดาของคนป่วยย่อมจะต้องมีความอิดโรยเป็นธรรมดาและช่วยตัวเองไม่ได้ ท่านจึงช่วยตักน้ำราดศีรษะให้แม่บาง พอน้ำราดลงบนเส้นผม ไอระเหยที่โดนเส้นผมนั้น ส่งกลิ่นชวนให้น่ารังเกียจ เนื่องจากไม่ได้ทำความสะอาดมาเป็นเวลานาน ทำให้ท่านเกิดสลดสังเวชใจเป็นอย่างยิ่งว่า ร่างกายของคนเรานี้เป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดี เป็นรังแห่งโรค เป็นที่เกิดแห่งทุกข์

    ครั้งหนึ่งท่านได้เดินผ่านกระจกเงาบานใหญ่ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ทั้งตัว แทนที่ท่านจะมองเห็นเป็นรูปร่างของตัวท่าน ท่านกลับเห็นเป็นอสุภนิมิต มีโครงกระดูกขึ้นแทน ด้วยตัวท่านเป็นผู้ฝึกทำกรรมฐานอยู่เสมอ จึงทำให้จิตใจที่ได้รับการฝึกฝนอยู่ย่อมเกิดปัญญาเกิดความรู้เห็นขึ้น มีญาณทัศนะปรากฏขึ้น ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ท่านเห็นภัยในสังขารยิ่งขึ้นและเกิดความเบื่อหน่ายที่จะครองเรือนอีกต่อไป การสละจาการครองเรือนจึงได้เกิดขึ้น

    ท่านได้บอกกับแม่บาง ให้รู้ถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ที่ท่านจะไปสู่ธรรมวินัยของพระบรมศาสดา เพื่อที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์ให้จงได้ ในการจะออกบวชในครั้งนี้ท่านก็ได้ให้พ่อห่วง ผู้เป็นบิดา ให้บอกกับลูกหนี้ทั้งหมดที่เป็นหนี้เป็นสินกับบิดาของท่าน ให้มาประชุมพร้อมกัน และท่านได้ขอร้องพ่อห่วงให้ยกเลิกสัญญาที่ลูกหนี้ทั้งหลายได้กระทำกับบิดาของท่าน ด้วยการฉีกเอกสารทิ้งทั้งหมด นับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นในการให้ทาน อันเป็นที่น่าปีติยินดีอย่างยิ่ง

    หลังจากนั้นท่านได้ทำมหาทานอีกครั้ง ด้วยการบอกภรรยาว่า จะขอออกบวชอีกครั้ง ให้แม่บางหาสามีใหม่ได้

    การบวชครั้งที่_๒

    เมื่อท่านอายุได้ ๓๕ ปี ณ วัดนางบวชอำเภอเดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี เมื่อเวลา ๑๔.๔๕ น. ของวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๔๙๔ โดยมี พระครูแขก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์ทองย้อย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการไสว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาทางพุทธศาสนาว่า “เขมโก” อันมีความหมายว่า “ผู้มีธรรมอันเกษม”

    เมื่อท่านอุปสมบทแล้ว ก็ได้เข้าไปปฏิบัติธรรม ณ ป่าช้าวัดบ้านทึง สามชุก ท่านได้อาศัยอยู่ในป่าช้าโดยมีหลวงพ่อมหาทอง โสภโณ ซึ่งเป็นเสมือนครูบาอาจารย์ เป็นผู้ปฏิบัติ ผู้อาวุโส อยู่ด้วย ท่านเป็นผู้มีความรู้ทางด้านปริยัติได้ดีท่านหนึ่ง และท่านได้เป็นผู้แปลข้อศีลที่ว่า การไม่ยินดีรับเงินและทองเพื่อเป็นของตน หรือให้ผู้อื่นเก็บไว้เพื่อตน นับแต่นั้นมาหลวงพ่อสังวาลย์ก็ไม่มีปัจจัยแม้แต่สตางค์แดงเดียว และที่พระอาจารย์มหาทองท่านได้สอนหลวงพ่ออีกคือ

    สมาธิ ภิกฺขเว ภาเวย สมาธิโต ยถาภูตํ ปชานาติ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลายพึงยังสมาธิให้เกิดขึ้นเถิดเพราะจิตที่เป็นสมาธินั้น ย่อมรู้เห็นตามความเป็นจริง

    เพียงประโยคนี้เท่านั้น ที่ท่านถือเป็นแนวทางปฏิบัติ มุ่งมั่นกระทำความเพียร อยู่ในป่าช้าตลอดเวลา ๕ ปี ปัญญาที่เกิดจากการปฏิบัตินี้เองทำให้ท่านรู้เห็นตามความเป็นจริง โดยท่านได้ยึดหลักธุดงควัตรตลอดเวลา เมื่อท่านยังปฏิบัติธรรม บำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าช้าวัดบ้านทึง แทบทุกวันตอนที่ท่านบิณฑบาตสุดสาย จะมีโยมผู้หญิงรุ่นโยมแม่ (เป็นคนจับปลาย่านนั้น) พายเรือให้ข้ามฟาก

    วันหนึ่ง...
    หลวงพ่อสังวาลย์...." โยมเลิกดีกว่าหากุ้ง หาปลา ลูก ๆ ก็โตหมดแล้ว "
    โยม..." เลิกก็ดีเหมือนกัน อิฉันก็เบื่อเต็มที " แกรับและสารภาพ
    หลวงพ่อสังวาลย์...." อาตมาขอบิณฑบาต พวกแห พวกยอทั้งหมด "
    โยม..." ได้จ้ะ อิฉันจะขนไปให้ท่านเช็ดเท้า "

    ท่านเล่าว่าโยมผู้นี้หาปลามาตั้งแต่เด็ก ไม่มีอาชีพอื่น แกบุกไปทั่ว ไม่ว่า ท่าโบสถ์ โพธิ์พยา ปากไห่ ฯ โยมมารับศีล ๕ แล้วท่านก็บอกว่า
    หลวงพ่อสังวาลย์...." บ้านโยมมีไม้ไผ่เยอะ สานพัด สานกระบุงขายจะรวย "
    โยม..." ค่ะ อิฉันจะลองทำดู "

    คุณโยมตั้งตัวได้ในที่สุด เพราะพัด - กระบุง - ตะกร้า ที่ช่วยกันสาน ลูกๆ แม่ๆ ไม่พอส่งขาย...ท่านว่า..ก่อนจะพูดให้โยมเลิกนั้น มันมีสิ่งที่ปรากฏขึ้นในกรรมฐานท่านมาก่อน เมื่อนักล่าประจำลุ่มน้ำมาถือศีลได้ จึงเลื่องลือไปไกล

    มีพระอาวุโส ท่านหนึ่งมาหาแล้วกล่าวว่า...
    พระอาวุโส... " ท่านสังวาลย์เก่งจริง เอาคนหาปลารักษาศีลได้ "
    หลวงพ่อ..." โยมเขาขาดคนชี้นำเท่านั้น...เขาขาดครู "
    พระอาวุโส..." ท่านนี่มีความรู้เหลือหลาย "
    หลวงพ่อ..." รู้เขานั้นไม่ใช่ดีเสมอไป รู้เรานั่นแหละเป็นอุดมมงคล

    ตลอดเวลา ๕ ปี ที่หลวงปู่สังวาลย์ปฏิบัติภาวนาอยู่ในป่าช้านั้น ท่านได้ถือข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ อย่างเคร่งครัด โดยอยู่ป่าช้าเป็นวัตร บิณฑบาตเป็นวัตร ฉันมื้อเดียวเป็นวัตร ฉันอาสนะเดียวเป็นวัตร และใช้ผ้า ๓ ผืนเป็นวัตร

    ท่านว่า เมื่อทำสมาธิยิ่งยวดมากเข้า ความรู้ต่างๆ อันเกิดจากแสงสว่างมีมากขึ้น ความรู้เห็นนี้มันเกิดขึ้นเอง ไม่ใช่อยากหรือไม่อยากให้มันเกิด พอมันเกิดก็น้อมเข้าไปดูภายใน เข้าทางจมูกก็ได้ เข้าทางปากก็ได้ เข้าทางตา เข้าทางทวารทั้ง ๙ ได้หมด กายภายนอกและกายภายในที่ปิดบังอยู่นั้นเปิดหมดเลย

    “อสุภกรรมฐานปรากฏตลอดเวลา ทำจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ๗ วัน ๗ คืนก็มี อาหารบางวันก็ฉันบ้าง บางวันก็อดเอา กายเบาใจเบาเสียแล้ว ความสุขความปีติมีมารักษาใจ ความหิวจึงไม่กำเริบ จึงบิณฑบาตเพียงเฉพาะอาจารย์”

    หลังจากที่ท่านได้ออกจากป่าช้า ก็มิได้ละเลยหรือทอดธุระในภาคปฏิบัติเลยแม้แต่น้อย โดยท่านจะนึกถึงคำของอาจารย์ที่ว่า นักปฏิบัติจะทิ้งการปฏิบัติไม่ได้ จนกว่าจะหมดลมท่านเองก็เป็นเช่นนั้น จากนั้นท่านจึงธุดงค์ไปภาคใต้ ถือธุดงควัตร อย่างเคร่งครัด และธุดงค์ขึ้นไป อ.หันคา จ.ชัยนาท จนเจอรอยพระพุทธบาท บนยอดเขาที่บ้านเชี่ยน หรือ ที่วัดเขาสารพัดดีศรเจริญธรรม จ.ชัยนาท ในปัจจุบัน เมื่อท่านมาอยู่วัดทุ่งสามัคคีธรรม และไปสร้างวัดป่าน้ำตกเขมโก ที่ ด่านช้าง สุพรรณบุรี ท่านก็จะสั่งสอนและเจริญสมาธิภาวนาอยู่เสมอมิได้ขาดเลย

    • #การเผยแผ่และสอนธรรมะ

    ในระยะเริ่มแรกท่านมีอุปสรรคมากเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ บางคนถึงกับเข้ามาทำร้ายและขัดขวางการเผยแพร่ธรรมทุกรูปแบบ แต่ในที่สุดท่านก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ และเผยแพร่ธรรมให้ทุกคนรู้จักประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างกว้างขวาง มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจในการปฏิบัติธรรม เข้าห้องกรรมฐานปฏิบัติตามหลักมหาสติปัฏฐาน ๔ ที่หลวงพ่อแนะนำสั่งสอนได้เป็นอย่างดี หลวงปู่จึงมีศิษยานุศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย

    ด้านการสอน ท่านเน้นการอบรมสั่งสอนบรรดาศิษย์ในเรื่องกรรมฐานเบื้องต้นของการปฏิบัติ โดยพยายามให้ผู้ปฏิบัติเจริญสมถกรรมฐานเสียก่อน โดยใช้ภาวนาว่าพุทโธ ให้บริกรรมภาวนาคู่กับอานาปานสติกรรมฐาน

    “กรรมฐานมีการกำหนดความรู้กับลมหายใจเข้า ลมหายใจออก พยายามทำสติ พยายามเจริญสติอยู่กับกองลมเข้า กองลมออก ไม่ปล่อยอารมณ์ไปในภายนอก เมื่อจิตสามารถสงบระงับดับนิวรณ์ได้แล้ว จึงสอนให้เจริญวิปัสสนากรรมฐานสืบต่อไป”

    คำสอนของหลวงปู่สังวาลย์ที่เมตตาเทศน์สอนศิษย์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคำสอนสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค แต่กินความหมายลึกซึ้งยิ่งนัก วันหนึ่งท่านเทศน์สอนพระเณรว่า

    “เราต้องสำรวมกายวาจาใจ กายสำรวมง่าย เดินอย่างมีสติไว้ ตาเพ่งไปแค่แอกเกวียน ส่วนใจสิยาก อะไรๆ ใจนั้นสำคัญนะมองให้เห็นความสกปรกไม่งาม แค่หน้าไม่ได้ล้าง เท้าไม่ได้ขัดถูสัก ๒-๓ วัน เป็นไง พิจารณาว่าไม่งามเหม็นสาบสาง เมื่อไม่ได้ฉาบทาปรุงแต่ง ฟันไม่ได้แปรงแค่วันสองวัน พูดทีมันเหม็นไม่รู้จักเท่าไร

    กำหนด "รู้หนอคิดหนอ" ไว้ ถ้าปล่อยไม่ทำสติมันจะเพลินในอารมณ์ กายสงบวาจาสงบแล้ว เหลืออีกอย่างเดียว ทำใจให้สงบให้ได้ การบวชของเราจะมีอานิสงส์มาก เราบวชแล้วไม่สำรวมใจ แม้มองตีนผู้หญิง กามคุณปรุงแต่งว่ามันสวยมันดี เป็นพระเขากราบไหว้ ถ้าคิดรักชีรักสตรีเพศแม่ไม่ดีหรอก เจ้าของเขารู้อายเขาตายเชียวนะ”

    เคยมีโยมคนหนึ่งถามท่านขึ้นว่า “หลวงพ่อ...คนที่ตายแล้วจะไปอยู่ไหน”

    ท่านก็ยิ้มแล้วตอบว่า “ถ้าตายในขณะจิตโกรธ โลภ หลง จิตอยู่ในสภาวะนี้จิตจะเป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าขณะจิตที่เป็นกุศล คิดถึงคุณงามความดีที่ได้ทำก็จะได้ไปสวรรค์ ไม่ไปอบายภูมิ ถ้าตายในขณะจิตสงบนิ่งเฉยๆ ก็จะไปเป็นพรหม หรือสำเร็จพระอรหันต์ไปเลย”

    “ถ้าเรามีธรรมะในดวงใจ แสงสว่างก็จะเกิดขึ้นมา ถ้าเราไม่มีธรรมะ มีแต่ความโลภ ความโกรธ ความหลง ดวงจิตก็จะมืด มองไม่เห็นแสงสว่าง ถ้าจิตเราผ่องใส สะอาด จะมองเห็นแสงสว่างได้ง่าย การทำดวงจิตอย่างนี้ให้เกิดขึ้นไม่ใช่ของง่ายๆ

    อาตมาก็ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่อาตมาก็ปฏิบัติได้ ทำจิตให้สงบได้ ปฏิบัติให้จิตสงบก็จะรู้ใจตนเองได้”

    • #ช่วงบั้นปลายชีวิต

    หลวงปู่สังวาลย์ได้อาพาธจนเส้นประสาทในร่างกายใช้การไม่ได้ ทำให้ท่านต้องนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ และได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี โดยมีพระอาจารย์สนอง กตปุญโญ ศิษย์ผู้ใกล้ชิดเป็นผู้อุปัฏฐากดูแล

    หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก มรณภาพลงเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๔๗ สิริรวมอายุได้ ๘๘ ปี พรรษา ๕๕
    ด้วยวัตรปฏิบัติอันงดงามตลอดเวลาที่หลวงปู่ดำรงขันธ์ ชื่อของท่านจึงเป็นที่กล่าวขานในบรรดาศิษย์ ซึ่งต่างขนานนามยกให้ท่านเป็นพระดีศรีสุพรรณรูปหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่ง

    "นักปฏิบัติ จะหยุดปฏิบัติไม่ได้ จนกว่าจะหมดลม" โอวาทธรรมคำสอนหลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260504_010436.jpg IMG_20260504_010509.jpg
     
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777882109449.jpg

    อรรถาธิบาย

    ตระกุด อังคะสัมปันโน จารอักขระดวงยันต์ อันสืบทอดมาแต่ ท่านเจ้าคุณ พระสังวรานวงศ์ (ชุ่ม) อดีตเจ้าฮาวาส วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) กรุงเทพฯ บูรพาจารย์ผู้ทรงคุณธรรมด้านวิปัสสนาธุระ (พัดศด้ามงา) ผู้สืบกรรมฐาน มาแต่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (สุก) ไก่เถื่อนหลังจากจารอักขระดวงยันด์ ลงอักขระหัวยน้ำมันเสกหลวงปู่ดู่ และ
    น้ำมันชาตรี หลวงพ่อฤาษีลิงคำ แล้ว นำแผ่นตระกูลแช่น้ำแช่น้ำมนต์จากบ่อน้ำมนต์ สมเด็จพุทธาจารย์ (โต) พรหมรังษี วัดอินทร์ บางขุนพรมและน้ำมนต์งานบุญข้าวเปลือก วัดป่าบ้านตาดอุดรธานีน้ำมนต์วัดตูมน้ำน้ำสวดปาฏิโมกข์วัดป่ามัชฌิมาวาส กาพสินธุ์ จากนั้นนำมามาถักพันด้วยเชือก ลงรัก พอกผงพุทธคุณ
    * **ตระกุด อังคะสัมปันโน (ดอกเล็ก) พิมพ์แม่ครัว นี้สรัางขึ้นเป็นพิเศษเนื่อง ในการฉลอง มุทิตา สักการะ ฉลองสิริมงคลอายุ 92 ปี หลวงปู่พระมหาโส กัสสโป วัดป่าคำแคนเหนือ มัญจาฯเพื่อ แจกทาน เป็นที่ระลึก สำหรับ อุบาสก อุบาสิกา แม่ครัว และญาติโยมที่ได้อุปถัมภ์ช่วยเหลืองาน วัดป่าคำแคนเหนือและเป็นเครื่องระลึก
    (สัปปายะวัตถุสงเคราะห์กำลังใจในการบำเพ็ญศีลสมาธิภาวนา แก่สาธุชน
    *ผงพุทธคุณ ที่นำมาสร้างตระกุดโทนนี้ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ได้เมตตามอบให้ คือ ผงจิตรดา ผงกะเทาะองค์หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง ผงธูปหลวงพ่อโสธร ผงรูปวัดไร่ขิง ผงธูปศาลาสมเด็จพระสังฆราช(สุก) วัดพลับ ผงธูปหลวงพ่อโด วัดอินทราวาส บางขุนพรม ผงธูปพุทธสถานสำคัญอื่นจำนวนมากผงดินดินวัดพะโต๊ะผงท่านเจ้าคุณนรวัดเทพศิรินทร์ ผงหลวงปู่โต๊ะ วัดประคู่ฉิมพลี ผงแป้งหลวงปู่บุดดา ถาวโร ผงเก่าวัดสุทัศน์ผงท่านเจ้าคุณศรีประหยัดวัดสุทัศน์ ผงพุทธคุณ หลวงปู่กอง วัดสระมณฑล อยุธยา ผงอิทธิเจ หลวงปู่มุ่ย วัดตอนไร่
    สุพรรณบุรี ผงกรวัดถ้ำเสือ ผงหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ผงอังคารหลวงปู่ดื้อ อาจารธัมโม ชนวนผงสมเด็จเก่าวัด
    ถ้ำผาปู้ ผงชนวนสมเด็จลีละโนรุ่นแรก วัดถ้ำผาปู เลย ผงอังคารหลวงปู่คำดี ปภาโส ผงหลวงปูหลอด ปโมทิ
    โต วัดใหม่เสนา ผงพระญาณรังษี (จวบ สุภัทโท) วัดพลับ เกลาพระญาณรังษี(จวบ สุภัทโท) หลวงปู่พระมหาโส กัสสโป วัดป่าคำแคนเหนือ ผงสมเด็จเก่าแตกหัก เกสรดอกไม้ ข้าวสารหิน ข้าวกันบาตรของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ข้าวสารหิน และมวลสารอื่นๆอีกจำนวนมาก
    "ผงพุทธคุณ ผงสมเด็จบางขุนพรหม ผงหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสรรค์ ผงหลวงปู่แก้ว วัดเครือ
    วัลย์ ผงอิทธิเจ ผงอุณพกมณี ผงหลวงปู่สาม วัดบำไตรวิเวก สุรินทร์ ผงหลวงปู่ดูลย์ วัดบูรพารามสุรินทร์ ผมหลาย] ครูมาพหมภักร สำหนางพลาญหน้า พาทิพย์ เรียใหม่หลงหรงผู้คา วัคยามามีคาลกังผงหลวงพ่อจิตร วัดป่าเทพาวัน โคราช ผงหลวงปู่แอ๋ว วัดหัวเมือง อุทัยธานี ผงหลวงพ่อ
    ใหญ่ ลพบุรี ผงหลวงพ่อประเสริฐ วัดโคกกระต่ายทอง อยุธยา ผงอาจารย์งาม วัดถ้ำเพชนวนหล่อพระกริ่ง กัสสโป ชนวนหล่อพระประธาน กบตายคารู (กบจำศีล) กะลา 3 ตา และ
    กาฝากคูณ กาฝากขนุน กาฝากมะยม กาฝากมะรุม กาฝากรัก เชือกเลกสำหรับพันตระกุด

    ......

    ๏ ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่มหาโส กัสสโป ๏
    วันนี้วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เป็นวันคล้ายวันมรณภาพ ครบรอบ ๙ ปี ของหลวงปู่มหาโส กัสสโป “พระมหาเถระผู้บำเพ็ญสมณะธรรมกรรมฐานอยู่กลางป่าเป็นนิจ” หลวงปู่มหาโส กัสสโป แห่งวัดป่าคีรีวันอรัญเขต (วัดป่าคำแคนเหนือ) ตำบลคำแคน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วยความเคร่งครัด และยังเป็นผู้มีนิสัยเคร่งขรึมและเด็ดเดี่ยวยิ่ง การที่ท่านได้สละพันธะทางโลกซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติทั้งปวงที่มีอยู่ ท่านจึงได้ดำรงชีวิตในเพศพรหมจรรย์อย่างเคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย มีความสันโดษเป็นที่ตั้ง ยึดมั่นในพระธรรมคำสอนแล้วนำมาประพฤติปฏิบัติด้วยชีวิตและจิตใจยากที่บุคคลทั่วไปจะเสมอเหมือน หลวงปู่มหาโส กัสสโปท่านเป็นศิษย์ในสายธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และเป็นศิษย์ผู้พี่ของหลวงปู่ผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต (ผู้คนส่วนใหญ่จะคิดว่าท่านเป็นศิษย์หรือสหธรรมิกของหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตโต แต่ที่จริงไม่ใช่เพราะถ้านับพรรษาหลวงปู่มหาโส พรรษามากกว่าหลวงปู่ผางถึง ๑๐ ปี ในขณะที่ผู้คนรู้จักชื่อเสียงของหลวงปู่ผาง หลวงปู่มหาโสยังคงธุดงธ์แสวงวิเวกอยู่ในป่า

    ท่านนับเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอีกรูปหนึ่งชึ่งผู้คนยังไม่ค่อยรู้จักท่านเท่าใด เพราะปฏิปทาท่านชอบบำเพ็ญหาความสงบทางจิตในป่ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นับตั้งแต่อายุ ๗๐ ปี หลวงปู่พระมหาโสก็ไม่เคยออกจากวัดป่าคำแคนเหนือสู่งสังคมทางโลกอีกเลยจนถึงปัจจุบัน สมัยก่อนท่านธุดงค์บำเพ็ญเพียรที่หุบเขาต่างๆ เช่น ภูพาน ภูผาแดง ภูเม็งฯลฯ และตั้งสำนักสงฆ์ที่หุบเขาภูเม็ง แต่ด้วยอุบาสกอุบาสิกาที่ไปถือศีลเป็นไข้ป่า ต่อมาเมื่อท่านจึงตัดสินใจย้ายลงมาอยู่ที่เชิงเขาภูเม็งจนถึงปัจจุบันท่านก็ได้มาปักหลักสร้างวัดป่าคีรีวันอรัญเขต (วัดป่าคำแคนเหนือ) ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

    ประวัติและปฏิปทาหลวงปู่พระมหาโส กัสสโป

    หลวงปู่มหาโส นามสกุลเดิมท่านคือ “ดีเลิศ” ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๘ เวลาตี ๒

    สถานที่เกิด คือ บ้านก่อ ต.หนองไข่นก อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี โยมบิดาชื่อ เคน โยมมารดาชื่อ ค้ำ มีอาชีพทำนา ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๙ คน

    ในปี พ.ศ.๒๔๗๗ เมื่อมีอายุ ๑๙ ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรกับหลวงปู่อุปัฌชาย์อ่อน ที่วัดบ้านก่อ(บ้านเกิดท่าน) เป็นการบวชหน้าไฟให้โยมมารดาซึ่งถึงแก่กรรมลง ตั้งใจจะบวชเพียง ๓ พรรษา แต่เมื่อได้ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ครบกำหนดแล้ว ก็ธรรมทำความรู้ในพระธรรมวินัยด้านปริยัติแตกฉาก จนสอบได้ นักธรรมตรี นักธรรมโท และนักธรรมเอก ติดต่อกันมาทุกปี จนทำให้มีศรัทธาบวชต่อ

    ถึงปี พ.ศ.๒๔๗๘ อายุครบ ๒๐ ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา โดยมีพระอุปัชฌาย์อ่อน เป็นพระอุปัฌชาย์ที่วัดบ้านเกิดนั่นเอง และได้จำพรรษาอยู่ที่นั่น

    หลวงปู่มหาโส กัสสโป ท่านไม่เคยพบกับหลวงปู่มั่นโดยตรง แต่ก็มีท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์(จูมพันธุโล) วัดป่าโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี เป็นพระอาจารย์สอนกรรมฐาน และเป็นพระอุปัฌชาย์ผู้ญัตติเป็นธรรมยุติให้หลวงปู่ด้วย และท่านก็ยังมีท่านพระอาจารย์มหาสีทน กาญจโน พระวิปัสสนากรรมฐานผู้เป็นเสาหลักใหญ่ของจังหวัดขอนแก่นในขณะนั้น คอยสอนกรรมฐานให้หลวงปู่มหาโส เมื่อครั้งพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม พาหมู่คณะพระกรรมฐานมาจำพรรษาเพื่อเผยแผ่ธรรมะในจังหวัดขอนแก่น ระยะประมาณ พ.ศ.๒๔๗๒ - ๒๔๗๕ พระอาจารย์มหาสีทน ก็ได้ฝากหลวงปู่มหาโส และ หลวงปู่สิงห์ สุขปัญโญ (พระวิจิตรธรรมภาณี) อดีตเจ้าคณะ จ.อุบลราชธานี เป็นศิษย์พระอาจารย์สิงห์ด้วย

    ล่วงเข้าปี พ.ศ.๒๔๘๐ ท่านได้กราบลาพระอุปัฌชาย์อ่อนออกเดินทางติดตามพระอาจารย์มหาสีทน กาญจโน (ซึ่งเป็นญาติกันด้วย) โดยมีจุดหมายปลายทางที่ จ.อุดรธานี เมื่อเดินทางถึง จ.อุดรธานี หลวงปู่พระมหาสีทนได้นำท่านไปเปลี่ยนยัตติเป็นพระธรรมยุต ในวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๐ ณ วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมี ท่านเจ้าคุณพระเทพกวี (จูม พันฺธุโล) ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระธรรมเจดีย์ เป็นพระอุปัฌชาย์ มีพระครูสาสนูปกรณ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูประสาทคณานุกิจ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อญัตติแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิสมภรณ์

    หลวงปู่พระมหาโส เป็นพระผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัยปฏิบัติตามคำสอนขององค์ศาสดามาโดยตลอด ท่านแสวงธรรมทั้งในด้าน ปฏิยัติ(แสวงหาความรู้) ปฏิบัติ(แสวงธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้า) ปฏิเวธ(แสวงหาธรรมด้วยปัญญาของตนเองเพื่อแสวงหาวิโมกติสุข) ถึงเวลาต่อมาในพรรษาที่ ๑๒ ท่านก็ได้แตกฉากบาลี จนสอบเปรียญธรรมสนามหลวงเป็น "พระมหา" ได้สำเร็จ และในปีเดียวกันก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสที่วัดศรีหมากหญ้า อ.เมือง จ.อุดรธานีด้วย แต่เป็นเจ้าอาวาสอยู่ได้เพียง ๔ ปี หลวงปู่มหาโส ก็สละตำแหน่งเจ้าอาวาส และออกธุดงค์ต่อเพื่อแสวงหาสิ่งที่เรียกว่า"พ้นจากวัฏสงสาร"อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนาต่อไป

    หลวงปู่มหาโส กัสสโป แห่งวัดป่าคำแคนเหนือ ตำบลคำแคน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ท่านละสังขารลงเมื่อวันอังคารที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๙ เมื่อเวลา ๑๒.๒๐ น. สิริอายุ ๑๐๐ ปี ๓ เดือน ๘ วัน พรรษา ๗๙ (นับจากญัตติธรรมยุต)

    บรรณานุกรมอ้างอิง : คัดลอกจากหนังสือ
    • โยนิโสมนสิการะธรรม หลวงปู่มหาโส กสฺสโป อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพฯ ; พิมพ์เมื่อ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
    • นิตยสารโลกทิพย์ ; ฉบับที่ ๑๙๐ ; ปีที่ ๙ ธันวาคม(ฉบับแรก) ๒๕๓๓

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    ตะกรุดอังคะสัมปันโนหลวงปู่มหาโสวัดป่าคำแคนเหนือสร้างน้อยครับแต่หาไม่ยาก
    เจตนาดี มวลสารดี พิธี ดี
    ขนาดยาวประมาณ ๑.๕ นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๐.๕ นิ้ว

    ให้บูชา 400 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260504_151209.jpg IMG_20260504_151230.jpg IMG_20260504_151254.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 พฤษภาคม 2026 at 22:00
  9. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777879017737.jpg

    ตำนาน มีด สู้ ปืน

    การศึกษาพุทธาคม
    หลวงพ่อสง่าเริ่มศึกษาคาถาอาคมและอักขระเลขยันต์ มาตั้งแต่ตอนสมัยเป็นหนุ่ม ทั้งวิชาสักยันต์ รดน้ำมนต์ ครั้นเมื่อท่านได้อุปสมบท แล้วก็ยังให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องด้วยว่า แม้ไม่ใช่กิจของสงฆ์แต่ก็เป็นความนิยมของคนสมัยนั้น เพื่อให้เกิดศรัทธายึดเหนี่ยวทางจิตใจ โดยหลวงพ่อท่านได้เป็นอาจารย์สักยันต์อยู่หลายปีจนกระทั่งได้ข่าวว่า ผู้ที่ท่านสักให้ส่วนมากไปกระทำความชั่ว เป็นนักเลงเพราะฮึกเหิมลำพองในความคงกระพันของรอยสักที่หลวงพ่อสักให้ ท่านจึงได้เลิกพิธีกรรมการสักทั้งหมด เพราะเห็นว่าสิ่งนี้ไม่เกิดแก่นสารที่แท้จริง หลังจากนั้นเมื่อมีเวลาว่างท่าน ท่านได้ไปขอต่อวิชากับ หลวงปู่ดี วัดบ้านยาง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเก่งในด้านการสร้างพระปิดตามหาอุตม์ คงกระพันชาตรี,
    หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ จ.กาญจนบุรี โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาลบผงอิทธิเจ ปถมัง และการเขียนยันต์ 108, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ได้วิชามหาอุตม์, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอมได้ครอบครูนะเมตตาและได้รับการสอนวิชาเจริญวิปัสสนา และท่านยังมีครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆอีกมากมาย ปฏิปทากิตติคุณและคุณธรรมของหลวงพ่อสง่า หลวงพ่อท่านจะมีเมตตาธรรมสูงส่งยิ่งนัก ท่านได้พัฒนาวัดหนองม่วง และพัฒนาคนในชุมชนวัดหนองม่วง ให้รู้จักหลักการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข สอนให้ทุกคนรู้จักอดทน ให้หมั่นเพียรพยายามพึ่งตนเองเป็นหลัก เอาชนะใจตนเองให้ได้

    ท่านจะเน้นวิถีชีวิตอย่างชาวบ้านดั่งที่ท่านพร่ำสอนศิษย์เสมอว่า "คนเราถ้าไม่รวยก็อย่าจน ให้มีหิริโอตัปปะ ให้มีความอดทนและเพียรพยายามจะไม่อดตาe ความจนความรวย เราไม่ได้เอามาตั้งแต่เกิด แต่เราทำตัวเราให้รวย ให้จนได้ทั้งนั้น เป็นหนี้ก็เอามาให้พระแก้ เราต้องแก้ที่ต้นเหตุคือตัวเราเอง หาได้ใช้เป็น ใช้ให้น้อย หาพอเพียงก็จะไม่จน" อนิจจัง วัตสังขารา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา หลวงพ่อสง่าท่านก็ไม่อาจพ้นจากพระพุทธพจน์บทนี้ได้ หลวงพ่อสง่าท่านได้ละสังขารลงอย่างสงบ เมื่อวังอังคาร แรม 4 ค่ำ เดือน 4 ปีวอก ตรงกับวันที่ 29 เดือนมีนาคม ปี 2547 สิริอายุรวม 78 ปี พรรษาที่ 56อภินิหารยิjไม่เข้า เหรียญหลวงพ่อสง่า วัดหนองม่วง ปีพ.ศ. 2511-2530

    เรื่องเล่าเรื่องนี้ได้บอกเล่าจากปากของคุณลุงทวี บ้านของท่านอยู่ใกล้กับวัดหนองม่วง ทุกวันนี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ คุณลุงทวีได้กรุณาเล่าให้ฟังว่า ท่านเคยโดนศัตรูของท่านยิjด้วยปืn 11 มม.จนหัวโนเป็นลูกมะนาว แต่ลูกปืnไม่อาจละคายกายของท่านได้ และมีอีกครั้งหนึ่งท่านโดนยิงด้วยปืn เอ็m 16 ลูกปืnก็ไม่อาจยิjท่านเข้า มีแต่รอยช้ำเป็นจ้ำๆ มีบ้างนัดเข้าติดหนังอยู่เลยต้องใช้มือแกะออก คุณลุงทวีท่านจะพกมีดตามประสาคนต่างจังหวัดทั่วไป เวลาไปไร่ไปนาก็ต้องติดมีdติดตัวไปด้วย คุณลุงทวีท่านเล่าว่า โดนยิjจนหมดแมกกกัน2คน มือปีnเมื่อเห็นว่าลูกปืn m16 ยังไม่ละคายผิวกายของคุณลุงทีวซ้ำร้ายแกยังคว้ามีดปาดตาลลุกขึ้นมาสู้ ก็เลยตกใจรีบขับรถมอเตอร์ไซด์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

    ในตัวของคุณลุงทวีท่านจะพกตะกรุดโทนของหลวงพ่อสง่ากับคล้องเหรียญหลวงพ่อสง่า วัดหนองม่วง รุ่น 1 และรุ่น 4 หรือที่วงการเรียกกันว่ารุ่นปี 2511และ รุ่นปี 2530 คุณลุงทวีบอกว่า "ก็มีนี้แหละที่หลวงพ่อสง่าให้กับแกไว้ใช้กับหลวงพ่อกรุณาลงกระหม่อมให้แก" จริงๆแล้วหลวงพ่อสง่าท่านสำเร็จวิชากสิณไฟในด้านคงกระพันธ์ชาตรี จึงทำให้วัตถุมงคลของท่านออกไปทางเหนียวและเป็นมหาอุดต์ ซึ่งทำให้ข่าวนี้แพร่กระจายไปจนทั่ว ทำให้คนในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและใกล้เคียง โดยเฉพาะข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ต่างมุ่งหน้าเข้ามาที่วัดหนองม่วง เพื่อขอบูชาเหรียญรุ่นนี้เป็นจำนวนมากในสมัยที่หลวงพ่อสง่ายังมีชีวิตอยู่ ข

    อขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญหลวงพ่อสง่า วัดหนองม่วงปลุกเสกออกวัดบ้านหม้อ ปี ๒๕๔๐ วัดที่ท่านอยู่อีกวัด

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260504_141818.jpg IMG_20260504_141847.jpg
     
  10. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777889847987.jpg

    เหรียญหลวงปู่ทวดห้อยขา
    หลวงปู่แดงวัดศรีมหาโพธิ์
    รุ่น สร้างหอระฆัง วัดศรีมหาโพธิ์ ปี ๒๕๓๗
    เนื้อทองแดงรมดำ
    เหรียญรุ่นนี้ออกแบบได้สวยงามมาก ด้านหน้าเป็นหลวงปู่ทวดห้อยขาเหยียบน้ำทะเล ด้านหลังเป็นลายเซ็นขอหลวงปู่แดง เกจิสายใต้ ร่วมปลุกเสก หลายท่าน อาธิเช่น
    หลวงปู่แดง วัดศรีมหาโพธิ์
    พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว
    พ่อท่านสุข วัดตุยง
    อาจารย์ทอง วัดสำเภาเชย
    พ่อท่านหวาน วัดสะบ้าย้อย
    หลวงปู่เขียววัดห้วยเงาะ
    จึงเป็นเหรียญที่น่าเก็บไว้บูชาอีกหนึ่งรุ่นของหลวงปู่แดง วัดศรีมหาโพธิ์

    ประวัติหลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ. ปัตตานี

    ปี พ.ศ.2494 พระเทพญาณโมลี วัดตานีนรสโมสร เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี สั่งการให้พระครูญาณวิมล (กิมสุย) เจ้าคณะอำเภอโคกโพธิ์ มอบหมายให้ "หลวงพ่อแดง สุนทโร" ไปบูรณปฏิสังขรณ์วัดร้างเก่าแก่แห่งหนึ่งชื่อ "วัดบ้านดอน" โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านจนสำเร็จลงด้วยดี และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดศรีมหาโพธิ์" พร้อมกับรับตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบมา กระทั่งละสังขารเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2539 ด้วยวัยที่สูง 94 ปี พรรษา 73

    หลวงพ่อแดงนั้น นับว่าเป็นพระแท้ที่กราบไหว้ได้ตลอดกาล มีคุณธรรมอันแก่กล้า มีพลังจิตสูงส่ง โดยอุทิศชีวิตมุ่งมั่นในการ ปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งประกอบด้วยพรหมวิหารธรรม 4 (เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา) อย่างสมบูรณ์

    เชื่อกันว่าอภิญญาฤทธิ์ของท่านนั้นสูงมาก เพราะได้ศึกษามาอย่างถูกต้องและถ่องแท้จากหลวงพ่อสีพุฒ อีกทั้งได้รับการฝึกจิตจากพระอธิการสุข วัดมะปรางดัน จนสำเร็จกสิณ และไปยกครูเป็นศิษย์สำนักพุทธาคมเขาอ้ออันลือลั่นอีกด้วย

    กล่าวขวัญกันว่า ทุกครั้งที่ศรัทธาสาธุชนหรือศิษยานุศิษย์อธิษฐานจิตขอพรจากท่าน โดยมิได้เห็นตัว หรือได้ยินเสียงของกันและกัน แต่ได้ผลสำเร็จทุกครั้ง จนกระทั่งบางคนถึงขนาดเคยเห็นกายทิพย์ของท่านมาปรากฏก็มี หากผู้ใดเป็นนักปฏิบัติกรรมฐานที่ถูกต้องด้วยแล้ว จะยิ่งสัมผัสอภิญญาฤทธิ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

    ในด้านวัตถุมงคลท่านสร้างตามความศรัทธา ของศิษย์ สร้างตามวิชาที่เรียนมา สร้างเพื่อแผ่บารมีคุ้มครองคนดี และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คน

    ทั้งนี้ ท่านมักพูดเปรียบเทียบให้เห็นถึงวิชาอาคมที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ และอยู่ที่ผู้เรียนรู้จะนำมาใช้ให้มีค่า

    โดยกล่าวว่า "เหมือนมีdเราจะใช้ทำอะไรก็ได้ ฆ่..คน ทำร้าeคน หรือนำมาใช้ป้องกันตัว ตัดไม้ ทำอาหาร มีdมิใช่ว่าใช้ทำร้ายอย่างเดียว ประโชน์ต่างๆ ก็มีมาก"

    พระเครื่องรุ่นแรก สร้างปีพ.ศ.2518 เป็นพระชุดหลวงปู่ทวดบุญญฤทธิ์, เหรียญหลวงพ่อแดง สร้างปี พ.ศ.2525, เหรียญฉลองอายุ 83 ปี พ.ศ.2527, พระเครื่องและเหรียญชุดวัดศรีมหาโพธิ์ สร้างปี พ.ศ.2536, พระเครื่องชุดสร้างปี พ.ศ.2537 อาทิ พระเนื้อว่าน, เหรียญรูปไข่, พระเครื่องชุดสร้างปี พ.ศ.2538 อาทิ รูปเหมือนบูชา, พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่านพิมพ์พิเศษ

    วัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมทุกรุ่น และหนึ่งรุ่นที่ฮือฮาสุดๆ ก็คือ พระหลวงพ่อทวดพิมพ์พิเศษ รุ่นประสบการณ์ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "รุ่น 5 แชะ" ซึ่งโด่งดังเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับทั่วประเทศเมื่อปี พ.ศ.2539

    2 หนุ่มแบงก์ทหารไทยเมืองยะลาห้อย "หลวงปู่ทวด-หลวงปู่แดง" ถูก 2 โจรดักปล้นยิjใส่ระยะเผาขน แต่รอดตาeปาฏิหาริย์ เพราะกระสุnทั้ง 5 นัdด้านสนิท

    อิทธิปาฏิหาริย์ประสบการณ์พระเครื่องหลวงพ่อทวดในครั้งนั้น กลายเป็นข่าวใหญ่ในหมู่ผู้นิยมชมชอบพระเครื่องทั่วไป จนทำให้หลายคนหลายคณะเดินทางไปเช่าบูชาพระเครื่องที่วัดศรีมหาโพธิ์กันเนืองแน่น จนมีปัจจัยเข้าวัดจำนวนมาก

    ทั้งนี้ ประสบการณ์ที่เกิด ใช่ว่าจะมีเพียงวัตถุมงคลเท่านั้น สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ชาวบ้านก็ประสบกับตัวเองมามาก เช่น การบนบานศาลกล่าวขอความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา เมื่อเห็นผลแล้วก็มักจะมา ขอปิดแผ่นทองคำเปลวที่ตัวท่านเสมอ วันหนึ่งๆ มีคนมาขอแก้บนหลายๆ ราย

    แม้ภายหลังหลวงปู่แดงจะมรณภาพแล้ว ก็กล่าวได้ว่าความศักดิ์สิทธิ์ในตัวท่านนั้น ยังคงศักดิ์สิทธิ์มิเสื่อมคลายมาจนทุกวันนี้ ซึ่งไม่มีใครรู้ดีไปกว่า ผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์ท่านอย่างแน่นอน ครับผม

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญหลวงปู่ทวดพ่อท่านแดงวัดศรีมหาโพธิ์ สภาพ ตามที่เห็น

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260504_171324.jpg IMG_20260504_171359.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 พฤษภาคม 2026 at 19:46
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    "ใครคล้องพระกูไม่ตาeโหง"

    ประวัติปฏิปทาหลวงพ่อด้วง
    หลวงพ่อด้วง ธิรธมโม นามเดิมชื่อ นายด้วง ก่ำกอสุข เกิดเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2472 ปีมะเส็ง เลขบัตรประชาชน 5-7210-00022-10-7 เกิดที่หมู่บ้ายยุ้งทลาย ตำบลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี วิทยฐนะประถมศึกษาปีที่4 อาชีพทำไร่ บิดาชื่อนายสิงห์ ก่ำกอสุข มารดาชื่อนางมา กำ่กอสุข รูปร่างสันทัด สีเนื้อดำ-แดง ตำหนิ แผลเป็นที่นิ้วชี้มือข้างซ้าย

    หลวงพ่อด้วง ธิรธมโม อุปสมบทเมื่อวันที่ 20 เดือนมราคม พ.ส. 2509 เวลา 13.05น. ที่วัดดอนหอคอย ตำบลยุ้งทลาย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี บวชเมื่ออายุ37ปี โดยมีพระอุปัชฌาย์ชื่อ พระครูอโสกสันทิคุณ พระกรรมวาจาจารณ์ชื่อ พระทองหล่อ พระอนุสาวนาจารณ์ชื่อ พระช่วง หลวงพ่อด้วง ธิรธมโม เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี

    หลวงพ่อด้วง เป็นศิษย์ของหลวงพ่อสมบุญ วัดยางยี่แส จังหวัดสุพรรณบุรี หลวงพ่อด้วงมีบุคคลิก พูดตรง พูดน้อย น่าเกรงขาม วางตนอยู่ในเพศบรรพชิตอย่างเคร่งคลัดและไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาวัดและหมู่บ้านหนองขามเลย จึงทำให้ชาวบ้านหนองขามและหมู่บ้านใกล้เคียงต่างเคารพและศรัทธาหลวงพ่อด้วงมากๆ หลวงพ่อด้วง ได้พัฒนาวัดและหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องจนทำให้ได้รับสมณศักดิ์สูงสุดคือ "พระครูสุภัทรานุกิจ" ตลอดระยะเวลาที่หลวงพ่อด้วงและชาวบ้านต่างช่วยกันพัฒนาวัดและหมู่บ้านนั้นต่างมีเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น

    โดยเฉพาะอิทธิฤทธ์ปาฎิหารย์ของหลวงพ่อด้วงนั้นชาวบ้านหนองขามและหมู่บ้านใกล้เคียงจะรู้และทราบกันอย่างดี ว่า ศักดิ์สิทธ์มากๆ บ้างก็รอดตาeจากถูกรถสิบล้อชน บ้างก็รอดตาeจากคู่อริเอาปืnยิ่งใส่แล้วยิjไม่ออก โดยเฉพาะกับทหารที่ไปรบ มีชีวิตรอดกลับมาได้จากพระเครื่องของหลวงพ่อด้วงทั้งนั้น เหตุการณ์ล่าสุด ทหาร3ชายแดนภาคใต้ ก็มีชีวิตรอดกลับบ้านหนองขามได้ก็เพราะพระเครื่องและพุทธคุณของหลวงพ่อด้วงนั้นเอง ประโยคคำพูดอันเป็นที่ศักดิ์สิทธ์ของหลวงพ่อด้วงที่ชาวบ้านระแวกนั้นกล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้ หลวงพ่อด้วงพูดว่า""ใครคล้องพระกู ไม่ตาeโหง""เป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธ์มากๆ ได้ยินแล้วขนลุกเลยครับ

    -หลวงพ่อด้วง ธิรธมโม มรณภาพเมื่อวันที่7 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2547 เวลา14.00น. ณ วัดหนองขาม ด้วยโรคชราภาพ ต่างสร้างความเศร้าเสียใจกับชาวบ้านหนองขามและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก(ปล.อีกข้อมูลนึงว่า หลวงพ่อด้วงมรณภาพด้วยโรคมะเร็งปอด)

    -สำหรับวัตถุมงคลของหลวงพ่อด้วงนั้น สร้างน้อยมีไม่กี่รุ่นและพอที่จะแยกแยะได้ชัดเจนมีดังนี้คือ

    -1.รูปหล่อโบราณ เนื้อทองเหลือง รุ่นที่1กับรุ่นที่2

    -2.รูปถ่ายขาว-ดำ หลังยันต์พุดซ้อน มีทั้งยันต์จารมือและยันต์ปั๊ม

    -3.เหรียญรูปไข่ ปี2527 เนื้อทองแดง มีทั้งรมดำและกระหลั่ยทอง(สร้างน้อย)

    -4.เหรียญรูปไข่ ปี2535 เนื้อทองแดง มีทั้งรมดำและกระกลั่ยทอง

    -5.เหรียญเสมา ปี2535 เนื้อทองฝาตรกระกลั่ยทอง

    -6.พระผง

    -ประสบการณ์ของชาวบ้านที่ได้รอดตาeด้วยวัตถุมงคลหลวงพ่อด้วง วัดหนองขาม คือ

    -1.รถปิคอัพชนรถเทรนเลอร์บรรทุกลูกสำหรับหีบอ้อย ตอนกำลังสร้างโรงน้ำตาลมิตรผล ประมาณ พ.ศ. 2530 คนขับรถปิคอัพเสียชีวิตคาที่ เพราะคนขับไม่ได้ห้อยพระของหลวงพ่อ แต่ผู้โดยสารนั่งข้าง ๆ คนขับไม่มีแผลบาดเจ็บเลยสักแผลเพราะ ห้วยรูปถ่ายหลวงพ่อองค์เดียว ( ปัจจุบันผู้รอดชีวิตยังมีชีวิตอยู่ )

    -2.เด็กอายุประมาณ 3 ขวบ โดนป้าถอย รถปิคอัพทับผ่านตัว ไม่เป็นไร แม่เด็กพามาที่สถานีอนามัยข้าพเจ้าดูอาการเด็กเองเห็นแค่รอยล้อรถที่ลำตัว เด็ก เด็กร้องมากด้วยความตกใจ ข้าพเจ้าจึงแนะนำให้ไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลด่านช้าง พบว่าไม่เป็นไรกระดูกไม่หักไม่มีแผล แต่แม่กับป้าไม่สบายจึงพาเด็กไปตรวจเอกซเรย์ซ้ำอีกที่โรงพยาบาลเอกชนในตัว เมืองผลก็เป็นไร สอบถามพบว่าเด็กห้วยสายสิญน์ หลวงพ่อเส้นเดียว

    -3.วัยรุ่นขับมอเตอร์ไซด์ถูกรถปิคอัพชน บน ถนนสาย
    ด่าน ช้าง - หนอง ปรือ บริเวณ ทางแยกเขาช่องคับ อำเภอด่นช้าง วัยรุ่นกลิ้งไปกับรถหลายตลบ เมื่อชาวบ้านซึ่งเหตุการณ์เข้าไปช่วยปรากฏว่าวัยรุ่นไม่เป็นอะไร ลุกขึ้นยืนและเดินได้ปกติ ชาวบ้านงงไ ปตาม ๆ กัน ห้อยเหรียญรุ่นแรกเหรียญเดียว เหตุการณ์นี้ทำให้ประชาชนได้ทราบข่าวพากันหาวัตถุมงคลของหลวงเป็นอย่างมาก และเพิ่มศรัทธาแพร่ออกไปโดยเฉพาะชาวตลาดด่านช้างจะนิมนต์หลวง

    -4.นักศึกษาฝึกงาน3คนไปฝึกงานโรงงานน้ำตาลมิตรผลขากลับจากฝึกงานตอนเย็นขณะขับมอเตอร์ไซซ้อน3กลับบ้านพอออกมาจากโรงงานได้ไม่ถึงสองกิโลได้ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะชนท้ายเข้าอย่างจังทำให้รถมอเตอร์ไซพังยับเยินทั้งสามคนกลิ้งไถลไปตามถนนแต่ทั้งสามคนกลับไม่เป็นอะไรเลยลุกขึ้นมายืนเฉยเสื้อผ้าขาดรุ่ยเพราะไถลไปกับพื้นถนนลาดยางแต่ลำตำกลับไม่มีแผลแม้แต่รอยถลอกทั้งสามคนนั้นเป็นเด็กหนองขามในคอได้คล้องเหรียญหลวงพ่อด้วงรูปไข่ปี35

    ที่มา ศิษย์หลวงพ่อด้วงวัดหนองขาม

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของระบบความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    รูปถ่ายอัดกระจกขาวดำหลวงพ่อด้วงวัดหนองขาม เลี่ยม เก่า วัตถุมงคลยุคแรกๆของหลวงพ่อด้วงครับ

    ให้บูชา 400 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260504_184618.jpg IMG_20260504_184645.jpg
     
  12. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,248
    ค่าพลัง:
    +5,936
    จองครับ
     
  13. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777819374003.jpg FB_IMG_1777819384133.jpg

    1777818813393.jpg
    เหรียญ (ภปร.) หลวงพ่อทอง ปี ๒๕๑๓
    (รุ่นประสบการณ์ทหาร ฮอร์ตก รอดตาeปาฏิหาริย์)
    รุ่นที่มีประสบการณ์เยอะที่สุด (พิธีการสร้างดี ปลุกเสกพิธีใหญ่)

    เรื่องเล่าชาวบ้านตอนที่ 5

    มีครั้งนึงผมติดต่อไปถามเรื่องภาพถ่ายของหลวงพ่อทองเพื่อนำมาเป็นภาพประกอบเพื่อทำประวัติท่าน เจ้าของภาพเลยได้เล่าให้ฟังเรื่องนึงที่เกี่ยวข้องกับลุงของเขา แต่ไม่ได้ภาพมา

    ลุงของเขาเป็นอดีตทหารซึ่งได้ไปรบในสงครามอินโดจีน ก่อนไป ท่านก็พยายามเสาะหาของดีจากอาจารย์ชื่อดังในสมัยนั้นเพื่อเป็นสิ่งคุ้มกันภัยอันตรายต่างๆ จนได้มีโอกาสเดินทางไปกราบหลวงพ่อแพที่วัดพิกุลทอง และท่านได้ตรวจดูชะตาให้ ท่านดูแล้วรู้สึกมีความกังวลบอกกับลุงของเขาว่า ไปคราวนี้กลัวว่าจะไม่ได้กลับ

    ด้วยเหตุนี้ลุงของเขาจึงถามถึงวิธีแก้ หลวงพ่อแพท่านจึงแนะนำให้ไปหาหลวงพ่อทองที่วัดถ้ำทองสิทธาราม

    เมื่อมาถึงจึงแจ้งเรื่องแก่หลวงพ่อทองทั้งหมด หลวงพ่อทองท่านจึงทำพิธีต่อชะตาให้ และได้ให้ตะกรุดโทนมา 1 ดอกติดตัวไปรบด้วย

    ลืมบอกไปว่าลุงของเขาเป็นนักบินมีหน้าที่ขับเครื่องบินซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ารุ่นอะไรแบบไหน แต่ครั้งนั้นเครื่องบินของท่านโดนยิjตกแถวๆริมแม่น้ำโขง จากนั้นท่านได้ทิ้งตัวโดดร่มลงมาและลัดเลาะหลบข้าศึกมาตามริมแม่น้ำจนเข้าฝั่งไทยได้อย่างปลอดภัย

    ส่วนตะกรุดดอกนี้ปัจจุบันท่านก็ยังรักและหวงแหนมาตราบทุกวันนี้ครับ มีงานขึ้นบ้านใหม่หรืองานบุญครั้งไหนๆ ลุงของเขาจะนิมนต์หลวงพ่อทองมาทำพิธีที่บ้านให้เสมอ

    Cr.ขออนุญาตเจ้าของเรื่องเพื่อการเผยแพร่ด้วยนะครับ

    @วันนี้ผมขอพูดถึงหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง..หลวงพ่อแพท่านรักหลวงปู่มากครับ..หลวงปู่เป็นทั้งอาจารย์เป็นทั้งญาติท่านอีกด้วย..ถ้าพระรูปใดที่สนิทกับท่าน..ท่านมักจะบอกว่าอาจารย์ท่านหลวงพ่อทองท่านเก่งมากและแนะนำให้ไปหาหลวงปู่..อย่างเช่น หลวงพ่อบัว วัดแสวงหา ท่านก็ยังบันทึกเรื่องราวของท่านว่า ท่านเคยมาเรียนวิชาแป้งเจิมกับหลวงพ่อทองโดยคำแนะนำจากหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง.
    วิชาของอาจารย์ทองเรียนเท่าไหร่ก็ไม่หมด..หลวงพ่อแพท่านได้กล่าวไว้.

    หลวงพ่อทอง ทัสสณีโย เป็นชาวบ้านโพธิ์เขียว อ.วิเศษไชชาญ จ อ่างทอง เกิดเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๒๘ ตรงกับวันเสาร์ขึ้น๖ค่ำเดือน๖ปีจอเป็นบุตรของนายเหม นางห่วง ยิ้มสรวล นามเดิมของท่าน ทอง ยิ้มสรวล
    ในวัยเด็กโยมบิดาได้นำไปฝากกับพระภิกษุที่เคารพนับถือที่วัดวิเศษไชยชาญก็เพื่อให้ได้ศึกษาเล่าเรียนอักขระภาษาขอมภาษานิยมคู่กับภาษาไทยและท่านก็ได้ร่ำเรียนเข้าใจภาษาต่างๆได้เป็นอย่างดีจนท่านโตขึ้นท่านก็กลับมาช่วยเหลือครอบครัวทำนา
    และในปีพ.ศ.๒๔๔๘ ท่านก็อายุครบ๒๐ปีบริบูรณ์ท่านได้อุปสมบท ณ.พัทธสีมาวัดฝาง อ. วิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง โดยมีหลวงพ่อดี วัดฝางเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อบุญ วัดวิเศษไชยชาญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่ออิ่ม วัดวิเศษไชยชาญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์หลังจากอุปสมบทได้พำนักอยู่วัดวิเศษไชยชาญได้ตั้งใจศึกษาทางด้านพระธรรมวินัยรวมทั้งศึกษาด้านไสยศาสตร์ตำรับเวทมนต์และโหราศาสตร์แต่เพียง๒พรรษาท่านจำเป็นต้องลาสิกขาเหตุเพราะทางบ้านโยมบิดาได้ถึงแก่กรรมโยมมารดาขาดผู้ดูแลท่านจึงต้องมาดูแลโยมมารดาและประกอบอาชีพอยู่ที่บ้าน ท่านก็ได้นำวิชาอาคมที่ได้ร่ำเรียนมา นำมาสงเคราะห์ให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องสยบความไข้โดยใช้อาคมผสมกับสมุนไพร รวมทั้งการตรวจดวงชะตา พิธีเสริมดวง ทำให้ท่านได้รับการยกย่องจากชาวบ้านว่า หมอทอง จอมขมังเวทย์ แห่งบ้านโพธิ์เขียวเมืองวิเศษไชยชาญ แต่ท่านก็มีโอกาสได้ดูแลโยมมารดาของท่านได้เพียง๒ปี โยมของท่านก็ล้มป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่านจึงอยู่โดดเดี่ยวแต่เพียงลำพังจึงออกเดินทางไปทั่วและชีวิตท่านก็พลิกผันต้องกลายเป็นเสือ เขาเรียกท่านว่าเสือทอง ท่านก็ได้เดินทางร่ำเรียนวิชากับทั้งพระภิกษุและฆราวาสจนได้วิชามามากมายและก็หลายต่อหายครั้งที่รอดพ้นจากการเข้าจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ จนในที่สุดท่านเห็นแล้วว่าอยู่แบบนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยจึงหันหลังให้กลับทางโลกเข้าสู่เส้นทางธรรมอีกครั้ง.
    และในปี พ.ศ.๒๔๙๕ ท่านก็ได้อุปสมบทที่ วัดโพธิ์วิเศษเจริญ โดยมีพระครูวิถาคสมณกิจ วัดโพธิ์วิเศษเจริญ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อแพ วัดกลาง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อดิเรก วัดทำนบ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พรรษาแรกได้พำนักศึกษาวิชาอาคมเพิ่มเติมกับ หลวงพ่อแพ วัดกลาง รวมทั้งเพิ่มเติมแนวทางปฏิบัติจิตภาวนากับหลวงพ่อดิเรก วัดทำนบ รวมทั้งได้เรียนกับพระอุปัชฌาย์ที่วัดโพธิ์วิเศษไชยชาญ ท่านเห็นว่าเพียงพอแล้ว จึงได้ขออนุญาติจากพระอาจารย์ เพื่ออกปฏิบัติธุดงควัตรตามที่ท่านต้องการ ซึ่งเมื่อได้รับอนุญาติแล้ว หลังจากออกพรรษาในพรรษาที่๒ มุ่งเดินทางแสวงหาความปลีกวิเวก มุ่งตรงสู่ป่ากาญจนบุรี พนมทวน บ่อพลอย ไทรโยค บ้านไร่ อุทัยธานี ชัยนาทตามลำดับ ได้พบปะอาจารย์ดีท่านก็จะเข้าไปกราบฝากตัวเป็นศิษย์ขอรับแนวทางปฏิบัติรวมทั้งต่อยอดทางด้านวิชาอาคมมาโดยตลอด และใช้วิชาอาคมดังกล่าวสงเคราะห์ให้กับญาติโยมที่ประสบเคราะห์กรรม จนถึงบ้านป่าชอนสารเดช ชาวบ้านศรัทธาจึงนิมนต์ท่านให้พำนักที่วัดคีรีนาครัตนาราม ซึ่งวัดนี้อยู่ใกล้ติดกับตลาดท่านพำนักอยู่ได้ไม่นานเห็นว่าเป็นสถานที่มีผู้คนพลุกพล่านเข้าออกมากมาย ไม่ถูกกับจริตของท่าน.
    และในปี พ.ศ.๒๔๙๙ ได้มีโอกาสเดินทางไปที่เขาจั๊กกะจั่น ซึ่งอยู่ห่างจากวัดคีรีนาครัตนารามเพียง๓-๔ กิโลเมตร ท่านจึงได้เข้าสู่ภายในถ้ำเห็นเป็นสถานที่สงบจึงบังเกิดความชอบใจ จึงได้ยึดถ้ำเขาจั๊กกะจั่น เป็นสถานที่ปฏิบัติภาวนาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
    ต่อมาก็มีคนหาของป่าไปพบเจอท่านยังตกใจว่าท่านอยู่ที่นี่ได้ยังไงมีทั้งสัตว์ดุร้ายอีกทั้งยังเป็นสถานที่อาถรรพ์ขนาดชาวบ้าวแถวนั้นยังไม่มีใครกล้าเข้าไปเลยและต่อมาชาวบ้านเรียกถ้ำนี้ว่า"ถ้ำทอง"ตามนามอันเป็นมงคลของท่าน.
    ตลอดระยะเวลาที่หลวงพ่อทองท่านอยู่ที่นี่ท่านเน้นทางสายกลาง ใช้ความเมตตา สงเคราะห์ญาติโยมที่ประสบความทุกข์จะด้วยสยบความไข้ก็ตาม เสริมดวงชะตา สร้างวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง ซึ่งคนที่นำไปบูชา เกิดประสบการณ์ด้านความขลังความศักดิ์สิทธิ์มากมาย และต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๕ หลวงพ่อทอง ท่านได้มรณะภาพลงรวมสิริอายุได้ ๘๗ ปี..
    แอดมินขอเผยแผ่บารมีหลวงปู่ครับ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญ (ภปร.) หลวงพ่อทอง ปี ๒๕๑๓
    (รุ่นประสบการณ์ทหาร ฮอร์ตก รอดตาeปาฏิหาริย์)
    รุ่นที่มีประสบการณ์เยอะที่สุด (พิธีการสร้างดี ปลุกเสกพิธีใหญ่) สภาพผ่านการบูชา บัดนี้ หมดเวลาจากเจ้าของเก่า ...รอผู้ศรัทธราในวัตถุมงคลของท่านคนต่อไป

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260503_214633.jpg IMG_20260503_214708.jpg
     
  14. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777907721623.jpg FB_IMG_1777907644462.jpg FB_IMG_1777907649244.jpg FB_IMG_1777907646839.jpg

    พระผงรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์โตฯ วัดอุดมธัมมรังษี ปี ๒๕๑๖ หลวงพ่อเกษม เขมโก และ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ อธิฐานจิตปลุกเสกให้ด้วย

    พระผงรูปเหมือนสมเด็จโต วัดระฆัง ออกวัดอุดมธัมมรังษี ปี ๒๕๑๖ พิธีใหญ่ หลวงปู่คำแสน วัดดอนมูล เชียงใหม่ เมตตาปลุกเสกให้ตลอดไตรมาส ๒๕๑๖ และยังได้นำไปให้หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ , หลวงพ่อเกษม สุสานไตรลักษณ์ อธิฐานจิตปลุกเสกให้ด้วย ( หลวงปู่ทิม ปลุกเสก เเละมีลงหนังสือหลวงปู่ทิม )

    ด้านหลังเป็นยันต์หัวใจพระพุทธเจ้า ๑๖ พระองค์อ่านบาลีได้ว่า นะ มะ นะ อะ นอ กอ นะ กะ กอ ออ นอ อะ นะ อะ กะ อัง ผู้ใดสวดหรือภาวนาหรือมีพระยันต์นี้ย่อมไม่ตกอบายภูมิและอยู่สูงกว่าคนทั่วไปมีพุทธคุณ ๑๐๘ พันประการ ครอบจักรวาลแล้วแต่ผู้ใช้อธิษฐาน

    จัดเป็นพระดี ปีลึก หายาก พิธีเข้มขลัง หลวงพ่อเกษม อธิฐานจิตปลุกเสกให้เต็มกำลัง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 400 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260504_223451.jpg IMG_20260504_223524.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...